3 แต้มขึ้นจ่าฝูงชั่วคราว! เจาะ 5 ข้อก่อนเกม ลิเวอร์พูล ดวล วัตฟอร์ด ผ่าน siamsport_news
หมดช่วงพักเบรกทีมชาติแล้ว ได้เวลาเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาฟาดแข้งอีกครั้ง โดยประเดิมด้วยเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล รับมือ วัตฟอร์ด ที่สนามแอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 2 เมษายนนี้ ซึ่งหาก"หงส์แดง" คว้าสามคะแนนได้จะส่งพวกเขาขึ้นจ่าฝูงชั่วคราวทันที โดยแมตช์นี้ขุมกำลังเจ้าบ้านมาครบเต็มสูบ ส่วนกรณีของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยังต้องลุ้นว่าจะฟิตทันหรือไม่ ด้าน"แตนอาละวาด" แม้จะเป็นรองหลายขุม แต่ก็ต้องสู้ถวายหัวเพราะทีมจำเป็นต้องเก็บชัยชนะเพื่อลุ้นหนีตกชั้น สาวก "เดอะ ค็อป" คงรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความสัมพนธ์ระหว่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ หลังจากที่ทั้งสองคนฟาดฟันกันในเกมทีมชาติและเป็น มาเน่ ที่นำ เซเนกัล ประสบความสำเร็จทั้งในเกมแอฟริกัน เนชั่นส์ ลีก และศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก เจอร์เก้น คล็อปป์ มั่นใจว่านักเตะทั้งสองคนมีความเป็นมืออาชีพมากพอที่จะไม่นำสิ่งเหล่านี้มาทำให้เกิดความบาดหมางเมื่อกลับมาเล่นให้กับทัพ "หงส์แดง" อย่างไรก็ตามด้วยการที่พวกเขาเพิ่งกลับมาจากการรับใช้ชาติ อาจจะมีอาการเหนื่อยล้า และนั่นคงทำให้ คล็อปป์ ต้องคิดที่จะใช้ระบบโรเตชั่นเข้ามาช่วย อย่างไรก็ตาม ทั้ง "บังโม" กับ มาเน่ แม้ว่าจะมีโชคชะตาที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ตาม แต่งานนี้ทั้งสองคนสามารถที่จะนำความผิดหวัง และความสมหวังมาใช้เป็นพลังขับเคลื่อนให้กับทัพ "เดอะ เร้ดส์" ต้องตอนนี้ต้องการแรงกระตุ้นอย่างมากในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก หนึ่งในสิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูล ลุ้นอย่างหนักก็คือการหายเจ็บของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ เพราะในช่วงที่เขาบาดเจ็บเกมบุกทางแบ็กขวาของ "หงส์แดง" ไม่ค่อยอันตรายมากนัก เพราะ โจ โกเมซ ไม่สามารถทดแทนการขาดหายไปขอขง "หนุ่มเทรนต์" ได้ สำหรับในแมตช์รับมือ วัตฟอร์ด เหล่าสาวก "หงส์แดง" คงเนื้อเต้นน่าดูเพราะ คล็อปป์ ยืนยันว่านักเตะสามารถลงซ้อมได้แบบเต็มรูปแบบแล้ว แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะส่งเขาลงสนามหากยังไม่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อย เพราะสิ่งสำคัญก็คือเกมกลางสัปดาห์ที่ต้องพบกับ เบนฟิก้า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย และแมตช์เยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมลีกสุดสัปดาห์หน้า ฉะนั้นถ้า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยังไม่พร้อมจริงๆ งานนี้ คล็อปป์ คงสองทางเลือกให้ตัดสินใจนั่นก็คือจับ โกเมซ ไปประจำการในตำแหน่งแบ็กขวาอีกครั้ง หรือเลือก เจมส์ มิลเนอร์ ลงสนาม เพราะอย่างน้อยๆ เรื่องความฟิตกับความเก๋าของ "รองเจมส์" น่าจะมีประโยชน์กับทีมมากพอสมควร สถานการณ์ในตอนนี้ ลิเวอร์พูล อยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดๆ เพราะผลงานในเกมลีกของพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะ 9 แมตช์ติดต่อกัน แถม 10 แมตช์ที่ผ่านมาในลีกพวกเขาสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นโดยเสมอแค่เกมเดียว นอกนั้นเก็บชัยเรียบวุธ ผลงานเก็บชัยชนะ 9 เกมหลังสุดของ ลิเวอร์พูล สุดยอดมากๆ โดยเฉพาะในเกมที่พวกเขาลงเล่นในแอนฟิลด์ เนื่องจากเหล่าพลพรรคพญาหงส์โชว์ฟอร์มโหดด้วยการไล่ยิงประตูทีมเยือนถึง 27 ลูก และเสียแค่สองประตูเท่านั้น นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ยังมีสถิติกับการเล่นในบ้านที่ยอดเยี่ยมมากๆ ในการลงสนามเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีฤดูกาลนี้ โดยพวกเขาไม่แพ้ใครในการเล่นเกมพรีเมียร์ลีก 18 แมตช์หลังสุด นี่คือโมเมนตัมสำคัญที่พวกเขาต้องรักษาเอาไว้ เพราะหากทำได้มันคงข้อได้เปรียบที่จะทำให้ทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญในทุกๆ เกมที่เล่นในแอนฟิลด์ การที่ ลิเวอร์พูล ต้องสู้กับทีมที่อยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝาอย่าง วัตฟอร์ด บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แน่นอน แม้หากมองจากสถิติเจ้าบ้านอาจเหนือกว่า แต่เมื่อลงสนามทุกอย่างขึ้นอยู่กับการวางแผนของกุนซือ โดยเฉพาะ "แตนอาละวาด" ได้ผู้จัดการทีมจอมเก๋าอย่าง รอย ฮ็อดจ์สัน มาวางแท็กติก ประสบการณ์ของ ฮ็อดจ์สัน ต้องยอมรับว่าเยอะมาก เขายังเคยคุม ลิเวอร์พูล ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และการที่ "ปู่รอย" ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายรูปแบบ จึงไม่แปลกใจที่เขาถูกแต่งตั้งให้เข้ามากอบกู้ วัตฟอร์ด ที่กำลังหนีตายจากการตกชั้น ผลงานของ "ปู่รอย" ค่อนข้างจะน่าสนใจพอสมควรเพราะ วัตฟอร์ด สามารถเก็บได้ 8 คะแนนจาก 9 แมตช์ภายใต้การกุมบังเหียนของเขา ฉะนั้น ลิเวอร์พูล ห้ามประมาทเด็ดขาดเพราะด้วยสไตล์ของ ฮ็อดจ์สัน แน่นอนเขารู้ว่าเจ้าบ้านคงเปิดเกมบุกใส่แบบบ้าคลั่ง และเตรียมแผนที่จะสวนกลับเอาไว้แล้ว แมตช์นี้มีความสำคัญมากๆ เพราะ ลิเวอร์พูล ต้องลงสนามก่อนคู่อื่นๆ โดยเฉพาะคู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ต้องไปเยือนเบิร์นลี่ย์ แน่นอนว่าการได้สามคะแนนจะส่งให้ "หงส์แดง" บินขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราว และเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับ "เรือใบสีฟ้า" ในการที่จะต้องเอาชนะคู่แข่งเพื่อจะแย่งอันดับจ่าฝูงคืน บรรดาเกจิลูกหนังอาจจะมองว่าทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่น่าจะมีปัญหาในการปราบ เบิร์นลี่ย์ ที่มองมุมไหนแล้วก็ไม่น่าจะสู้แชมป์เก่าได้ แต่อย่าลืมว่า "เดอะ คลาเร็ตต์" อยู่ในสถานการณ์เดียวกับ วัตฟอร์ด นั่นก็คือต้องหนีตกชั้น และพวกเขาก็พร้อมสู้ถวายหัวเช่นกัน สำหรับ แมนฯ ซิตี้ ดูเหมือนว่าในฤดูกาลนี้ พวกเขามักจะแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อถึงช่วงที่ตกอยู่ในสถานการณ์กดดัน ทีมมักจะเล่นแบบขาดความแน่นอน แม้จะครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งแต่ก็ไม่สามารถเจาะเข้าไปทำประตูได้ ดังนั้นหาก "เรือใบสีฟ้า" รู้ว่า ลิเวอร์พูล ยึดจ่าฝูงได้ชั่วคราว งานนี้คงทำให้พวกเขาเกิดอาการวิตกกังวล และอาจจะมีผลต่อฟอร์มการเล่นก็ได้ ใครจะไปรู้ !!.
หมดช่วงพักเบรกทีมชาติแล้ว ได้เวลาเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาฟาดแข้งอีกครั้ง โดยประเดิมด้วยเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล รับมือ วัตฟอร์ด ที่สนามแอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 2 เมษายนนี้ ซึ่งหาก"หงส์แดง" คว้าสามคะแนนได้จะส่งพวกเขาขึ้นจ่าฝูงชั่วคราวทันที โดยแมตช์นี้ขุมกำลังเจ้าบ้านมาครบเต็มสูบ ส่วนกรณีของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยังต้องลุ้นว่าจะฟิตทันหรือไม่ ด้าน"แตนอาละวาด" แม้จะเป็นรองหลายขุม แต่ก็ต้องสู้ถวายหัวเพราะทีมจำเป็นต้องเก็บชัยชนะเพื่อลุ้นหนีตกชั้น สาวก "เดอะ ค็อป" คงรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความสัมพนธ์ระหว่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ หลังจากที่ทั้งสองคนฟาดฟันกันในเกมทีมชาติและเป็น มาเน่ ที่นำ เซเนกัล ประสบความสำเร็จทั้งในเกมแอฟริกัน เนชั่นส์ ลีก และศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก เจอร์เก้น คล็อปป์ มั่นใจว่านักเตะทั้งสองคนมีความเป็นมืออาชีพมากพอที่จะไม่นำสิ่งเหล่านี้มาทำให้เกิดความบาดหมางเมื่อกลับมาเล่นให้กับทัพ "หงส์แดง" อย่างไรก็ตามด้วยการที่พวกเขาเพิ่งกลับมาจากการรับใช้ชาติ อาจจะมีอาการเหนื่อยล้า และนั่นคงทำให้ คล็อปป์ ต้องคิดที่จะใช้ระบบโรเตชั่นเข้ามาช่วย อย่างไรก็ตาม ทั้ง "บังโม" กับ มาเน่ แม้ว่าจะมีโชคชะตาที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ตาม แต่งานนี้ทั้งสองคนสามารถที่จะนำความผิดหวัง และความสมหวังมาใช้เป็นพลังขับเคลื่อนให้กับทัพ "เดอะ เร้ดส์" ต้องตอนนี้ต้องการแรงกระตุ้นอย่างมากในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก หนึ่งในสิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูล ลุ้นอย่างหนักก็คือการหายเจ็บของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ เพราะในช่วงที่เขาบาดเจ็บเกมบุกทางแบ็กขวาของ "หงส์แดง" ไม่ค่อยอันตรายมากนัก เพราะ โจ โกเมซ ไม่สามารถทดแทนการขาดหายไปขอขง "หนุ่มเทรนต์" ได้ สำหรับในแมตช์รับมือ วัตฟอร์ด เหล่าสาวก "หงส์แดง" คงเนื้อเต้นน่าดูเพราะ คล็อปป์ ยืนยันว่านักเตะสามารถลงซ้อมได้แบบเต็มรูปแบบแล้ว แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะส่งเขาลงสนามหากยังไม่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อย เพราะสิ่งสำคัญก็คือเกมกลางสัปดาห์ที่ต้องพบกับ เบนฟิก้า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย และแมตช์เยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมลีกสุดสัปดาห์หน้า ฉะนั้นถ้า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยังไม่พร้อมจริงๆ งานนี้ คล็อปป์ คงสองทางเลือกให้ตัดสินใจนั่นก็คือจับ โกเมซ ไปประจำการในตำแหน่งแบ็กขวาอีกครั้ง หรือเลือก เจมส์ มิลเนอร์ ลงสนาม เพราะอย่างน้อยๆ เรื่องความฟิตกับความเก๋าของ "รองเจมส์" น่าจะมีประโยชน์กับทีมมากพอสมควร สถานการณ์ในตอนนี้ ลิเวอร์พูล อยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดๆ เพราะผลงานในเกมลีกของพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะ 9 แมตช์ติดต่อกัน แถม 10 แมตช์ที่ผ่านมาในลีกพวกเขาสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นโดยเสมอแค่เกมเดียว นอกนั้นเก็บชัยเรียบวุธ ผลงานเก็บชัยชนะ 9 เกมหลังสุดของ ลิเวอร์พูล สุดยอดมากๆ โดยเฉพาะในเกมที่พวกเขาลงเล่นในแอนฟิลด์ เนื่องจากเหล่าพลพรรคพญาหงส์โชว์ฟอร์มโหดด้วยการไล่ยิงประตูทีมเยือนถึง 27 ลูก และเสียแค่สองประตูเท่านั้น นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ยังมีสถิติกับการเล่นในบ้านที่ยอดเยี่ยมมากๆ ในการลงสนามเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีฤดูกาลนี้ โดยพวกเขาไม่แพ้ใครในการเล่นเกมพรีเมียร์ลีก 18 แมตช์หลังสุด นี่คือโมเมนตัมสำคัญที่พวกเขาต้องรักษาเอาไว้ เพราะหากทำได้มันคงข้อได้เปรียบที่จะทำให้ทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญในทุกๆ เกมที่เล่นในแอนฟิลด์ การที่ ลิเวอร์พูล ต้องสู้กับทีมที่อยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝาอย่าง วัตฟอร์ด บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แน่นอน แม้หากมองจากสถิติเจ้าบ้านอาจเหนือกว่า แต่เมื่อลงสนามทุกอย่างขึ้นอยู่กับการวางแผนของกุนซือ โดยเฉพาะ "แตนอาละวาด" ได้ผู้จัดการทีมจอมเก๋าอย่าง รอย ฮ็อดจ์สัน มาวางแท็กติก ประสบการณ์ของ ฮ็อดจ์สัน ต้องยอมรับว่าเยอะมาก เขายังเคยคุม ลิเวอร์พูล ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และการที่ "ปู่รอย" ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายรูปแบบ จึงไม่แปลกใจที่เขาถูกแต่งตั้งให้เข้ามากอบกู้ วัตฟอร์ด ที่กำลังหนีตายจากการตกชั้น ผลงานของ "ปู่รอย" ค่อนข้างจะน่าสนใจพอสมควรเพราะ วัตฟอร์ด สามารถเก็บได้ 8 คะแนนจาก 9 แมตช์ภายใต้การกุมบังเหียนของเขา ฉะนั้น ลิเวอร์พูล ห้ามประมาทเด็ดขาดเพราะด้วยสไตล์ของ ฮ็อดจ์สัน แน่นอนเขารู้ว่าเจ้าบ้านคงเปิดเกมบุกใส่แบบบ้าคลั่ง และเตรียมแผนที่จะสวนกลับเอาไว้แล้ว แมตช์นี้มีความสำคัญมากๆ เพราะ ลิเวอร์พูล ต้องลงสนามก่อนคู่อื่นๆ โดยเฉพาะคู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ต้องไปเยือนเบิร์นลี่ย์ แน่นอนว่าการได้สามคะแนนจะส่งให้ "หงส์แดง" บินขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราว และเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับ "เรือใบสีฟ้า" ในการที่จะต้องเอาชนะคู่แข่งเพื่อจะแย่งอันดับจ่าฝูงคืน บรรดาเกจิลูกหนังอาจจะมองว่าทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่น่าจะมีปัญหาในการปราบ เบิร์นลี่ย์ ที่มองมุมไหนแล้วก็ไม่น่าจะสู้แชมป์เก่าได้ แต่อย่าลืมว่า "เดอะ คลาเร็ตต์" อยู่ในสถานการณ์เดียวกับ วัตฟอร์ด นั่นก็คือต้องหนีตกชั้น และพวกเขาก็พร้อมสู้ถวายหัวเช่นกัน สำหรับ แมนฯ ซิตี้ ดูเหมือนว่าในฤดูกาลนี้ พวกเขามักจะแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อถึงช่วงที่ตกอยู่ในสถานการณ์กดดัน ทีมมักจะเล่นแบบขาดความแน่นอน แม้จะครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งแต่ก็ไม่สามารถเจาะเข้าไปทำประตูได้ ดังนั้นหาก "เรือใบสีฟ้า" รู้ว่า ลิเวอร์พูล ยึดจ่าฝูงได้ชั่วคราว งานนี้คงทำให้พวกเขาเกิดอาการวิตกกังวล และอาจจะมีผลต่อฟอร์มการเล่นก็ได้ ใครจะไปรู้ !!
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ทางการ! แมนยูประกาศโปรแกรมปรีซีซั่นเจอลิเวอร์พูลที่ไทย-ดวลพาเลซแฟนบอลได้เห็น แมนฯ ยูไนเต็ด ดวล ลิเวอร์พูล ที่เมืองไทยแน่ หลัง 'ปีศาจแดง' ประกาศโปรแกรมปรีซีซั่น 3 นัดออกมาแล้ว โดยจะยังได้ไปเจอ คริสตัล พาเลซ ที่ออสเตรเลียด้วย
อ่านเพิ่มเติม »
โปรแกรมฟุตบอล วันเสาร์ที่ 2 เม.ย. 65 ตารางบอล แมนฯยูไนเต็ด - เลสเตอร์ ฯลฯเช็กโปรแกรมฟุตบอลวันเสาร์ที่ 2 เมษายน ตารางการแข่งขันลีกดัง พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีก้า ลาลีก้า กัลโช่ เซเรีย อา ฯลฯ ไม่พลาดบิ๊กแมตช์ ทุกประตูสำคัญ โปรแกรมฟุตบอล ตารางบอล SPRiNG
อ่านเพิ่มเติม »
คล็อปป์อัพเดตอาการเทรนต์-ส่อคัมแบ็กเกมสำคัญเจอร์เก้น คล็อปป์ ยังไม่ปิดโอกาสที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะกลับมาเล่นให้ ลิเวอร์พูล เกมพบ วัตฟอร์ด แต่มั่นใจฟิตทันนัดสำคัญเจอ แมนฯ ซิตี้ ในสัปดาห์ได้แน่
อ่านเพิ่มเติม »
โกเมซยืนแบ็กขวา,แนวรุกพร้อมยิง!คาด 11ตัวจริงลิเวอร์พูลฟัดวัตฟอร์ดลุ้นขึ้นจ่าฝูงคืนนี้ 'หงส์แดง' ลิเวอร์พูล มีโอกาสดีที่จะแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นรั้งตำแหน่งจ่าฝูงในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก อย่างน้อยก็เป็นการชั่วคราว เมื่อพวกเขามีโปรแกรมลงเตะคู่แรก โดยจะเปิดรัง แอนฟิลด์ รับมือ วัตฟอร์ด ทีมอันดับ 18 ที่ 5 นัดหลังสุด ชนะแค่นัดเดียวเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม »