'จุรินทร์' โยนมติพรรคเคาะร่วมรัฐบาลเพื่อไทยหรือไม่ แต่ย้ำอุดมการณ์ต้องไม่เสีย การเมือง จุรินทร์ ปชป พรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ อินโฟเควสท์
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวลือ ปชป. จะไปร่วมรัฐบาลว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการพิจารณาในพรรคฯ เพราะการที่จะไปตั้งรัฐบาลกับพรรคใด สมัยใดก็ตาม มีข้อบังคับซึ่งจะต้องผ่านมติที่ประชุมร่วม สส. กับกรรมการบริหารพรรค พรรคฯ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการประชุมกัน
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีบางส่วนในพรรรคอยากเข้าร่วมรัฐบาลแต่บางส่วนไม่อยากเข้าร่วม เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยังไม่เคยได้ยินว่าจะเกิดเหตุนี้ขึ้น แต่ขอให้เป็นมติจากที่ประชุมร่วมซึ่งยังไม่ได้มีการประชุมกัน และพรรคฯ จะมีการประชุมเลือก กก.บห. พรรคชุดใหม่ ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ แต่ขณะที่ยังไม่มี กก.บห.พรรคชุดใหม่ กก.บห.ชุดปัจจุบันก็ต้องรักษาการทำหน้าที่ไปก่อน
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ส่องท่าทีฝั่งก้าวไกล 'เจี๊ยบ-โรม-วิโรจน์-ช่อ' แต่ละคนเป็นไง หลังเพื่อไทยประกาศแยกทางนักเรียน - นักศึกษาเฮ ครม. อนุมัติงบ 1 หมื่นล้าน ให้กองทุนกู้ยืม กยศ.จุรินทร์ ลั่น ได้เงินภายใน 3 เดือน หากเข้าหลักเกณฑ์
อ่านเพิ่มเติม »
'จุรินทร์' ปัดข่าวส่งคนดีลร่วมรบ. เชื่อสส.ปชป.มีศักดิ์ศรี-ยึดมั่นในอุดมการณ์ ร่วม-ไม่ร่วมให้ที่ประชุมพรรคตัดสินวันที่ 3 ส.ค.2566 เวลา 09.50 น. ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไปร่วมรัฐบาลว่า ยังไม่ได้มีการพิจารณาในพรรค เพราะการที่จะไปตั้งรัฐบาลกับพรรคไหนมีข้อบังคับอยู่ ซึ่งจะต้องผ่านมติที่ประชุมร่วม สส. กับ กก.บห.
อ่านเพิ่มเติม »
รัฐมนตรีสิงคโปร์ถูกสั่งพักงาน-หักเงินเดือน ปมถูกสอบสวนทุจริตคอร์รัปชัน : อินโฟเควสท์นายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวต่อรัฐสภาในวันนี้ (2 ส.ค.) ว่า นายเอส อิสวารัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถูกสั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีประกาศการเปลี่ยนแปลง โดยนายอิสวารันกำลังถูกสืบสวนโดยสำนักสืบสวนการกระทำการทุจริต (CPIB) นายลีกล่าวว่า “นายอิสวารันถูกหักเงินเดือนลง 8,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน และเมื่อการสืบสวนเสร็จสิ้นลงแล้ว ทาง CPIB จะส่งผลการสืบสวนไปยังสำนักงานอัยการสูงสูด ซึ่งจะตัดสินว่าจะทำอย่างไรต่อไป” “กรณีของนายอิสวารันนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยนัก และพรรคกิจประชาชน (PAP) มีนโยบายไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ” นายลีกล่าว และปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากการสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้นับเป็นเรื่องอื้อฉาวในวงการเมืองและสร้างความตกตะลึงไปทั่วสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ขึ้นชื่อในฐานะประเทศที่ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชันและมีเสถียรภาพ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ส.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
สหรัฐเคืองถูกฟิทช์หั่นเครดิต ชี้นักลงทุนทั่วโลกยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจมะกัน : อินโฟเควสท์รัฐบาลสหรัฐได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อกรณีที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐ โดยฟิทช์ระบุว่า สหรัฐมียอดขาดดุลงบประมาณที่สูงมากและมีระบบธรรมาภิบาลที่อ่อนแอลง ซึ่งส่งผลให้เผชิญกับปัญหาหนี้พุ่งชนเพดานหลายครั้งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นางคารีน ฌอง-ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวได้ออกมาตอบโต้การตัดสินใจกล่าวของฟิทช์ โดยกล่าวว่า การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐถือเป็นการดำเนินการที่สวนทางกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ขณะที่นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า เธอไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ฟิทช์ทำเช่นนั้น โดยระบุว่าการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐเป็นการกระทำตามอำเภอใจ และอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ล้าหลัง “การตัดสินใจของฟิทช์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ชาวอเมริกัน นักลงทุน และประชาชนทั่วโลกได้รับรู้ถึงความเป็นจริงที่ว่า พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังคงปลอดภัยอย่างมากและเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง และเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง” “รูปแบบการจัดอันดับความน่าเชื่อถือเชิงปริมาณ (quantitative ratings model) ของฟิทช์ได้เสื่อมถอยลงในช่วงปี 2561-2563 แต่ฟิทช์ก็ยังคงประกาศใช้รูปแบบการจัดอันดับเดิม ๆ แม้ว่าข้อมูลบ่งชี้ในด้านต่าง ๆ มีความคืบหน้าแล้วก็ตาม” นางเยลเลนกล่าว ทั้งนี้ ฟิทช์ได้ปรับลดอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Rating) ของสหรัฐลงสู่ระดับ AA+ จากระดับ AAA ในวันอังคาร (1 ส.ค.) เนื่องจากสถานะการคลังของสหรัฐมีแนวโน้มที่จะถดถอยลงในช่วง 3 ปีข้างหน้า ขณะที่ระบบธรรมาภิบาลอ่อนแอลง และภาระหนี้สินโดยรวมของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น […]
อ่านเพิ่มเติม »
กนง. มติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 2.25% ตามตลาดคาด : อินโฟเควสท์ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 2 สิงหาคม 2566 มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ต่อปี จาก 2.00% เป็น 2.25% ต่อปี ตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยให้มีผลทันที คณะกรรมการฯ มองว่า เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยอุปสงค์จากต่างประเทศล่าสุดชะลอลงบ้าง แต่คาดว่าจะทยอยปรับดีขึ้นในระยะต่อไป ด้านอัตราเงินเฟ้อปรับลดลง และมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบเป้าหมาย โดยยังมีความเสี่ยงด้านสูง “คณะกรรมการฯ ประเมินว่าในบริบทเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพ นโยบายการเงิน ควรดูแลให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน และช่วยเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว โดยการป้องกันการสะสมความไม่สมดุลทางการเงินที่เกิดจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน รวมทั้งรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงินในการรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้าที่อยู่ในระดับสูง จึงเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี ในการประชุมครั้งนี้” สำหรับเศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มขยายตัวจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ ขณะที่การส่งออกสินค้าหดตัวในระยะสั้น ส่วนหนึ่งตามเศรษฐกิจจีน และวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่ฟื้นตัวได้ช้า แต่คาดว่าจะปรับดีขึ้นในระยะข้างหน้า สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น ทั้งจากภาคการส่งออกสินค้าที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด รวมถึงสถานการณ์การเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปรับลดลงจากราคาในหมวดพลังงาน มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ และผลของฐานที่สูงในปีก่อนหน้า แต่ประเมินว่าจะปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี หลังปัจจัยชั่วคราวทยอยหมดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงแต่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับที่สูงกว่าในอดีต โดยมีความเสี่ยงด้านสูงจากต้นทุนราคาอาหารที่อาจปรับเพิ่มขึ้น […]
อ่านเพิ่มเติม »
In Focus: โลกผวาเศรษฐกิจจีนจ่อซึมยาว จับตารัฐบาลใช้ยาแรงเร่งฟื้นฟู : อินโฟเควสท์เศรษฐกิจจีนซึ่งเคยเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก กำลังเผชิญปัญหาอย่างหนักและกลายเป็นที่จับตาของทั่วโลก หลังจากตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจซบเซาลงตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ โดยเฉพาะภาคการผลิตและการอุปโภคบริโภคที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ สัญญาณที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนได้ฉุดราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะราคาน้ำมันและโลหะ นอกจากนี้ ยังทำให้องค์กรระดับโลกอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และผู้เชี่ยวชาญทั้งในวอลล์สตรีทและในภาคธนาคารของโลก ต่างก็แสดงความกังวลว่า ภาวะซบเซาของเศรษฐกิจจีนมีความเสี่ยงที่จะฉุดเศรษฐกิจโลกให้ถดถอยลง เนื่องจากจีนมีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ก่อนหน้านี้ หลายประเทศโดยเฉพาะในเอเชียต่างก็คาดหวังว่าจะได้อานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีน เนื่องจากชาวจีนถูกล็อกดาวน์เป็นเวลานานถึง 3 ปีภายใต้มาตรการโควิดเป็นศูนย์ จึงเชื่อว่าความอัดอั้นตันใจเช่นนี้จะกระตุ้นให้ชาวจีนอยากออกไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ …แม้แต่ประเทศไทยเองก็ยังถูกหมายตาว่าจะเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนจะมาเยือนเป็นอันดับต้น ๆ โดยนักวิเคราะห์ของโนมูระ โฮลดิ้งส์คาดการณ์ไว้เมื่อช่วงปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจไทยอาจจะโตได้ถึง 4% ในปี 2566 เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากจีนจะหลั่งไหลเข้าสู่ไทยและช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยทางเทคนิคได้ แต่เมื่อนาวาเศรษฐกิจลอยลำจากไตรมาส 1 เข้าสู่ไตรมาสที่ 2 สัญญาณเกือบทุกด้านต่างก็บ่งชี้ไปในทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจจีนทำท่าจะซบเซายาวนานกว่าที่คิด และอาจรุนแรงจนถึงขั้นเงินฝืด ซึ่งสอดรับกับคำเตือนของนางคริสตาลินา กอร์เกียวา หัวเรือใหญ่ของ IMF ที่วิเคราะห์ไว้ตั้งแต่เมื่อต้นปีว่า ทั่วโลกควรระวังการหนีเสือปะจระเข้ วิกฤตปี 2565 ว่าหนักแล้ว แต่ปี 2566 อาจจะหนักกว่า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน … นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า สาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจจีนซบเซาลงอย่างเหนือความคาดหมายนั้น เป็นเพราะการตัดสินใจเปิดประเทศอย่างฉับพลันหลังจากที่ล็อกดาวน์มาเป็นเวลานานถึง […]
อ่านเพิ่มเติม »