In Focus: โลกผวาเศรษฐกิจจีนจ่อซึมยาว จับตารัฐบาลใช้ยาแรงเร่งฟื้นฟู IMF กระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน จีน นักท่องเที่ยวจีน เศรษฐกิจ เศรษฐกิจจีน เอสแอนด์พีโกลบอล โนมูระโฮลดิ้งส์ อินโฟเควสท์
ข้อมูลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ระบุว่า เศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวต่ำกว่าคาดทำให้ชาวจีนลังเลใจมากขึ้นในการใช้เงินไปกับการเดินทางเยือนต่างประเทศ โดยกรณีดังกล่าวทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนใน 5 ประเทศอาเซียนมีอยู่เพียง 14% – 39% ในเดือนพ.ค.ปีนี้ เทียบกับตัวเลขปี 2562 ซึ่งถือเป็นการดับความหวังของกลุ่มประเทศอาเซียนที่หวังพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว
การไหลออกของเม็ดเงินสะท้อนให้เห็นว่าชาวจีนมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าในช่วงหลังการระบาดของโรคโควิด-19 โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคจีนชะลอตัวลง ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้นจีนก็อ่อนแรงลง ซึ่งทำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการลงทุนและหันมาออมเงินมากขึ้น
ผู้จัดการของโนอาห์ โฮลดิ้งส์ยังกล่าวด้วยว่า การฝากเงินสกุลดอลลาร์ในฮ่องกงให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากสกุลเงินหยวน โดยข้อมูลจากแบงก์ ออฟ ไชน่าระบุว่า เงินฝากสกุลเงินดอลลาร์ในฮ่องกงประเภท 1 ปีให้ผลตอบแทน 4% แต่ในจีนแผ่นดินใหญ่นั้น เงินฝากสกุลดอลลาร์ประเภท 1 ปีให้ผลตอบแทนเพียง 2.8% ขณะที่เงินฝากสกุลเงินหยวนให้ผลตอบแทน 1.
บริษัทสหรัฐส่วนใหญ่กำลังทบทวนแผนการลงทุนที่ระดับเดิมหรืออาจจะน้อยลงในประเทศจีน โดยนายคอล์ม แรฟเฟอร์ตี ประธาน AmCham China กล่าวว่า สมาชิกของหอการค้าอเมริกันต้องเผชิญกับความท้าทายมากที่สุด เนื่องจากต้องรับมือกับภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัว รวมทั้งความพยายามในการปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ของทั้งจีนและสหรัฐ
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
“Focus ฟิล์มกระจกกันรอย” ดึง ‘บิวกิ้น’ เสริมทัพ Brand ambassador เจาะกลุ่มลูกค้านิวเจน พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่กระจกกันรอยเลนส์กล้อง Focus 3D sapphire lens glass“Focus ฟิล์มกระจกกันรอย” ดึง ‘บิวกิ้น’ เสริมทัพ Brand ambassador เจาะกลุ่มลูกค้านิวเจน พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่กระจกกันรอยเลนส์กล้อง Focus 3D sapphire lens glass iphonedroid
อ่านเพิ่มเติม »
เงินบาทเปิด 34.35 อ่อนค่าจากเย็นวันจันทร์ ตลาดจับตาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยจากกนง.วันนี้ : อินโฟเควสท์นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 34.35 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจาก ปิดตลาดเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ระดับ 34.20 บาท/ดอลลาร์ โดยดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเนื่องจากได้รับแรงหนุนจากบ อนด์ยีลด์ที่สูงขึ้น ทั้งที่ตัวเลขดัชนี ISM ออกมาต่ำกว่าคาด และฟิทช์ลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ส่วนปัจจัยในประเทศน่าจะมีแรงหนุนจากผู้นำเข้าทองคำ หลังราคาในตลาดโลกลดลงกว่า 30 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่การ ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดว่าจะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% แต่ต้องรอดูว่าจะส่งสัญญาณเรื่องทิศ ทางดอกเบี้ยในอนาคตอย่างไร “บาทอ่อนค่าจากเย็นวันจันทร์ ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก นักลงทุนอาจปรับพอร์ตหลังดอลลาร์อ่อนค่าเร็วเกิน ไป ทั้งที่ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ออกมาไม่ค่อยดี” นักบริหารเงิน กล่าว นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 34.20 – 34.50 บาท/ดอลลาร์ * ปัจจัยสำคัญ – เงินเยนอยู่ที่ระดับ 143.11 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันจันทร์ที่ระดับ 142.40/50 เยน/ดอลลาร์ – เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0993 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันจันทร์ที่ระดับ 1.1020/1030 ดอลลาร์/ยูโร […]
อ่านเพิ่มเติม »
IMF ชี้เงินเฟ้อยังเป็นความเสี่ยงต่อตลาดการเงิน แบงก์ชาติตรึงดบ.สูงนานกว่าคาด : อินโฟเควสท์กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุผ่านเว็บไซต์ว่า ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ อาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงไว้นานกว่าที่คาดการณ์กันในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาจากการที่นักลงทุนคาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ และคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรือซอฟต์ แลนดิ้ง (soft landing) ซึ่งการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน และถ่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจ รายงานที่เขียนโดยนายโทเบียส เอเดรียน นายฟาบิโอ นาตาลุกซี และนายเจสัน วู ระบุว่า เงินเฟ้อโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาในสหรัฐและยูโรโซน เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารลดลงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารและพลังงาน ลดลงช้ากว่า และเงินเฟ้อในภาคบริการแทบไม่ลดลง ข้อมูลจากการคาดการณ์ของตลาดระบุว่า กลุ่มนักลงทุนคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงค่อนข้างเร็วแบบต่อเนื่องตลอดช่วงหลายไตรมาสข้างหน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนยังคงเห็นความเสี่ยงขาขึ้นของทิศทางเงินเฟ้อ ซึ่งน่าจะสะท้อนถึงภาวะที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อพื้นฐานในช่วงไม่นานมานี้ ทั้งนี้ การคาดการณ์จากตราสารสิทธิเงินเฟ้อ (inflation option) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยปกป้องผู้ถือจากการที่เงินเฟ้อสูงขึ้นหรือลดลงจากระดับปัจจุบันนั้นแสดงให้เห็นว่า มีโอกาสสูงที่เงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นในยุโรป โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ระดับ 2% หรือยังคงอยู่ที่ประมาณ 4% ส่วนในสหรัฐนั้น นักลงทุนคาดการณ์ค่อนข้างสูงว่า เงินเฟ้อจะยังคงอยู่เหนือเป้าหมายที่ประมาณ 3% ขณะเดียวกัน ภาวะการเงินผ่อนคลายลงอย่างชัดเจนในสหรัฐและยูโรโซนในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) […]
อ่านเพิ่มเติม »
BM ครึ่งปีหลังโดดเด่นรับไฮซีซั่นเร่งขยายโอกาสลงทุนกับพันธมิตรรายใหญ่ในจีน : อินโฟเควสท์นายธานิน สัจจะบริบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บางกอกชีทเม็ททัล (BM) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/66 คาดว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องใกล้เคียงกับไตรมาส 1/66 ที่มีรายได้รวม 312.95 ล้านบาท โดยบริษัทมั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังจะเติบโตโดดเด่นมาก โดยเฉพาะไตรมาส 4/66 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น (High Season) การดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลัง บริษัทจะเร่งขยายธุรกิจตามแผนที่กำหนด โดยเฉพาะด้านการส่งออกที่คาดว่าจะสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกเป็นเท่าตัว จากการเปิดโรงงานใหม่ในพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) คาดว่าจะเปิดเดินเครื่องการผลิตได้ภายในไตรมาส 3 รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ การเดินหน้าประมูลงานในส่วนงานภาครัฐที่รอการเปิดประมูลโครงการใหม่ที่คาดว่าเริ่มกลับมาคึกคักในช่วงปลายปี รับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การเร่งเติมกำลังการผลิตตู้งานแบบต่าง ๆ ให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยหนุนให้บริษัทมีคำสั่งซื้อในมือ (Backlog) ล่วงหน้า ตลอดจนการผลิตตู้งานใหม่ “ตู้โลหะสำหรับระบบโซลาร์ฟาร์ม” ให้กับพันธมิตรธุรกิจรายใหญ่จากประเทศจีน “ในครึ่งปีแรก บริษัทสามารถสร้างการเติบโตได้ดี จากการผลิตและจำหน่ายสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กใน 6 กลุ่มสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มงานผลิตตู้โลหะ กลุ่มงานรางและท่อร้อยสายไฟฟ้าที่เติบโตได้ดี โดยเชื่อมันว่าช่วงที่เหลือของปี BM จะได้รับงานจากกลุ่มลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแสวงหาโอกาสการลงทุนในตลาดใหม่ ๆ ร่วมกันกับพันธมิตร เพิ่มโอกาสสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หนุนยอดขายโตแกร่งและสร้างรายได้นิวไฮรอบใหม่ แตะ […]
อ่านเพิ่มเติม »
'ทรัมป์' ถูกฟ้องคดีอาญา 4 กระทง ปมพยายามล้มผลเลือกตั้งปธน.ปี 2563 : อินโฟเควสท์นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐถูกฟ้องร้องในคดีอาญา 4 กระทงเมื่อวันอังคาร (1 ส.ค.) ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับความพยายามเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2563 ให้กลายเป็นโมฆะ กรณีล่าสุดนี้นับเป็นการฟ้องร้องในคดีอาญาครั้งที่ 3 ต่อนายทรัมป์ นับตั้งแต่พ้นจากตำแหน่งผู้นำสหรัฐเมื่อเดือนม.ค. 2564 แต่อย่างไรก็ตาม เขายังคงเป็นตัวเต็งในการท้าชิงตำแหน่งผู้แทนพรรครีพับลิกันในการลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2567 คณะลูกขุนใหญ่เป็นผู้ยื่นฟ้องร้อง 4 ข้อหาดังกล่าวได้แก่ สมรู้ร่วมคิดในการหลอกลวงประเทศชาติ, สมรู้ร่วมคิดในการขัดขวางการดำเนินการของรัฐ, ขัดขวางและพยายามขัดขวางการดำเนินการของรัฐ และสมรู้ร่วมคิดในการต่อต้านสิทธิ ในเอกสารคำฟ้อง 45 หน้า เกริ่นด้วยการประเมินพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนายทรัมป์ภายหลังการเลือกตั้ง โดยระบุว่า “แม้ว่าจะพ่ายแพ้ แต่จำเลยก็ยังดึงดันที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป” คำฟ้องยังกล่าวหาว่า นายทรัมป์ได้ออกปราศรัยทางการเมืองนานกว่า 2 เดือนหลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งเขาได้เผยแพร่คำโกหกว่า “มีการโกงเพื่อกำหนดผลเลือกตั้ง” และกล่าวว่าตัวเขานั้นคือผู้ชนะที่แท้จริง แม้ว่าเขาจะทราบดีว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริง “การโจมตีอาคารรัฐสภาของประเทศเราเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2564 นั้น นับเป็นการโจมตีสถาบันในระบอบประชาธิปไตยของอเมริกา ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” นายแจ็ค สมิธ อัยการพิเศษกล่าวในการแถลงข่าว “เหตุการณ์นั้นถูกปลุกระดมโดยคำโกหกของจำเลยที่มีเป้าหมายขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญของรัฐบาลสหรัฐ” สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว นายทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า ได้รับหนังสือแจ้งจากนายสมิธที่ระบุว่า […]
อ่านเพิ่มเติม »
อุปสงค์ทองคำทั่วโลกช่วงครึ่งปีแรกโตแกร่งจากแรงซื้อของธนาคารกลาง : อินโฟเควสท์สภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยเมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) ว่า ความต้องการทองคำทั่วโลกทั้งหมดซึ่งรวมถึงการซื้อขายนอกตลาด (OTC) และการเคลื่อนย้ายสต็อกทองคำในช่วงครึ่งปีแรกของปีอยู่ที่ 2,460 ตัน เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายงานของ WGC ได้เน้นย้ำถึงอานิสงส์ที่ทองคำได้รับจากแรงซื้อของธนาคารกลาง ตลาดการลงทุนที่แข็งแกร่ง และอุปสงค์เครื่องประดับที่ฟื้นตัวขึ้น รายงานระบุว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ ยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องด้วยแรงซื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 387 ตัน นอกจากนี้ การซื้อเครื่องประดับทั่วโลกยังคงฟื้นตัวแม้เผชิญกับราคาที่สูง โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนมาจากการฟื้นตัวของอุปสงค์จากจีน นายหวัง ลีซิน ซีอีโอของ WGC ประจำประเทศจีนระบุว่า อุปสงค์ทองคำของจีนมีแนวโน้มจะขยายตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นการบริโภคต่าง ๆ และเหล่านักลงทุนที่กำลังมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ซึ่งโดยปกติแล้ว ในช่วงครึ่งหลังของปีจะเป็นช่วงที่มีการซื้อเครื่องประดับที่ทำจากทองคำในช่วงเทศกาลวันหยุดมากที่สุด ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะกระตุ้นให้อุปสงค์ทองคำเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การซื้อทองคำของอินเดียในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย.ร่วงลง 7% สู่ระดับ 158.1 ตัน เนื่องจากอุปสงค์ด้านเครื่องประดับและการลงทุนที่ลดลง หลังจากราคาในประเทศพุ่งสูงขึ้นซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 61,845 รูปีต่อ 10 กรัมในไตรมาส 2/2566 WGC คาดการณ์ว่า […]
อ่านเพิ่มเติม »