นักท่องเที่ยวเยือนฮ่องกงเดือนม.ค.ร่วง 93% จากระดับก่อนโควิด : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

นักท่องเที่ยวเยือนฮ่องกงเดือนม.ค.ร่วง 93% จากระดับก่อนโควิด : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 43 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 21%
  • Publisher: 68%

นักท่องเที่ยว เยือน ฮ่องกง เดือนม.ค.ร่วง 93% จากระดับก่อนโควิด อินโฟเควสท์

จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนฮ่องกงในเดือนม.ค.ลดลง 93% เมื่อเทียบกับระดับก่อนโควิด-19 ระบาด เนื่องจากสัปดาห์สุดท้ายของการใช้ข้อจำกัดการเดินทางเพื่อคุมโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากจากจีนแผ่นดินใหญ่ไม่สามารถเดินทางไปฮ่องกงได้

ฮ่องกงเปิดเผยว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเยือนฮ่องกงกว่า 498,000 คนในเดือนม.ค. ต่ำกว่าระดับประมาณ 6.8 ล้านคนเมื่อเดือนม.ค. 2562 อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังมากกว่าในเดือนธ.ค.ถึง 3 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงช่วงที่จีนแผ่นดินใหญ่เริ่มผ่อนคลายมาตรการคุมโควิดที่เข้มงวดแล้ว อย่างไรก็ตาม ในเดือนม.ค.นั้นยังมีกฎควบคุมโควิดอยู่หลายข้อ ซึ่งอาจเป็นการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนฮ่องกง รวมถึงในระหว่างวันหยุดตรุษจีนในช่วงปลายเดือน โดยมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันจากจีนแผ่นดินใหญ่ไปยังฮ่องกง และนักท่องเที่ยวยังต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 เป็นลบภายใน 48 ชม. ก่อนการเดินทางอีกด้วย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่เปิดพรมแดนระหว่างกันอีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นเดือนก.พ. หลังจากปิดมาเกือบ 3 ปี ปูทางให้มีการเดินทางระหว่างกันอีกครั้ง และให้ฮ่องกงฟื้นฟูบทบาทตัวเองให้ฐานะประตูธุรกิจที่สำคัญระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับทั่วโลก

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนม.ค. หลังส่งออกชะลอตัว : อินโฟเควสท์ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนม.ค. หลังส่งออกชะลอตัว : อินโฟเควสท์กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดส่งออกเดือนม.ค.ขยับขึ้นเพียง 3.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงอย่างมากจากเดือนธ.ค.ที่พุ่งขึ้น 11.5% เนื่องจากความต้องการสินค้าญี่ปุ่นในตลาดจีนอ่อนแรงลง ขณะที่ยอดนำเข้าเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 17.8% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 20.7% โดยได้แรงหนุนจากการนำเข้าน้ำมันดิบ ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติเหลวที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในเดือนม.ค.สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 3.49 ล้านล้านเยน (2.607 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศพบว่า ยอดส่งออกสินค้าจากญี่ปุ่นไปยังประเทศจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของญี่ปุ่นนั้น ลดลง 17.1% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยถูกฉุดจากยอดส่งออกรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอุปกรณ์ผลิตชิปที่ปรับลงอย่างมาก ส่วนยอดส่งออกสินค้าจากญี่ปุ่นไปยังสหรัฐพุ่งขึ้น 10.2% โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของอุปสงค์รถยนต์, เครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และเครื่องจักรสำหรับการถลุงโลหะ การเปิดเผยข้อมูลการค้าในวันนี้มีขึ้นหลังจากญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2565 ขยายตัวเพียง 0.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าอาจจะขยายตัว 2.0% และบ่งชี้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังเผชิญกับความท้าทายในการกระตุ้นอุปสงค์ภาคเอกชนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็ต้องพยุงเงินเฟ้อให้อยู่เหนือเป้าหมายของ BOJ ที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. […]
อ่านเพิ่มเติม »

สำนักงบประมาณคองเกรสเตือนสหรัฐจ่อผิดนัดชำระหนี้เดือนก.ค.-ก.ย.ปีนี้ : อินโฟเควสท์สำนักงบประมาณคองเกรสเตือนสหรัฐจ่อผิดนัดชำระหนี้เดือนก.ค.-ก.ย.ปีนี้ : อินโฟเควสท์สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐ (CBO) เตือนว่า กระทรวงการคลังสหรัฐอาจจะไม่สามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้ในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.ปีนี้ นอกเสียจากว่ากระทรวงการคลังจะสามารถตกลงกับสภาคองเกรสเพื่ออนุมัติการปรับเพิ่มเพดานหนี้หรือยกเลิกเพดานหนี้ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ CBO เปิดเผยรายงานควบคู่กับรายงานแนวโน้มงบประมาณประจำปีในวันพุธ (15 ก.พ.) ระบุว่า CBO มีความกังวลว่าการผิดนัดชำระหนี้ครั้งประวัติศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐอาจจะเกิดขึ้นก่อนเดือนก.ค.ปีนี้ หากรายได้ที่ไหลเข้าสู่กระทรวงการคลังในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นเดือนที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่จะต้องยื่นแบบชำระภาษีประจำปีนั้น อยู่ต่ำกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้ เมื่อพิจารณาจากขนาดของรายได้ที่กำลังจะได้รับ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่มีแนวโน้มอ่อนแอลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ทำให้เป็นเรื่องยากที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐจะสามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่ากระทรวงการคลังจะเริ่มผิดนัดชำระหนี้หลายรายการเมื่อใด “หากไม่มีการปรับเพิ่มเพดานหนี้หรือยกเลิกเพดานหนี้ก่อนที่มาตรการพิเศษจะหมดอายุ รัฐบาลก็จะไม่สามารถชำระหนี้ตามภาระผูกพันได้ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องเลื่อนการจ่ายงบประมาณสำหรับกิจกรรมบางอย่าง และนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้” CBO ระบุในรายงาน นอกจากนี้ CBO ระบุว่า ยอดขาดดุลงบประมาณประจำปีของรัฐบาลสหรัฐโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2567- 2576 ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวอาจจะส่งผลให้สมาชิกพรรครีพับลิกันเรียกร้องให้รัฐบาลปรับลดการใช้จ่าย ขณะเดียวกัน CBO คาดว่าอัตราว่างงานในปี 2566 จะอยู่ที่ 4.7% ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันที่ 3.4% โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »

จีนเผยจำนวนผู้โดยสารเครื่องบินเดือนม.ค.พุ่ง 34.8% หลังยกเลิกคุมโควิด : อินโฟเควสท์จีนเผยจำนวนผู้โดยสารเครื่องบินเดือนม.ค.พุ่ง 34.8% หลังยกเลิกคุมโควิด : อินโฟเควสท์สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานโดยอ้างข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) ว่า จำนวนผู้โดยสารเครื่องบินของจีนในเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 34.8% เมื่อเทียบรายปี หลังยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (zero-COVID policy) รายงานยังระบุด้วยว่า จีนกลับมาให้บริการเที่ยวบินโดยสารกับอีก 58 ประเทศนับตั้งแต่เปิดพรมแดนในวันที่ 8 ม.ค. สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีสายการบินจีนและสายการบินต่างชาติทั้งหมด 98 สายการบินให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ 795 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 65% จากสัปดาห์ก่อนที่จีนจะยกเลิกข้อกำหนดกักตัวนักเดินทางขาเข้า สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนถือเป็นตลาดการท่องเที่ยวขาออกที่ใหญ่ที่สุดในโลกก่อนจะเกิดโควิด-19 ที่ทำให้การเดินทางทั่วโลกหยุดชะงัก โดยนักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายเงินรวมประมาณ 2.55 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2562 CAAC ระบุว่า จำนวนผู้โดยสารเครื่องบินในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน 7 ม.ค.- 15 ก.พ. เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ CAAC กล่าวว่า การเดินทางทางอากาศฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในเดือนม.ค. โดยได้แรงหนุนจากความต้องการเดินทางระหว่างเมืองต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เช่น ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, กว่างโจว, เซินเจิ้น และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างซานย่าบนเกาะไหหลำ […]
อ่านเพิ่มเติม »

ปธ.เฟดเซนต์หลุยส์หนุนขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนมี.ค. หวังสกัดเงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์ปธ.เฟดเซนต์หลุยส์หนุนขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนมี.ค. หวังสกัดเงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงสนับสนุนให้คณะกรรมการเฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุดนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์กล่าวว่า เขาไม่ปฏิเสธว่าเขาจะสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนมี.ค.นี้ แทนที่จะเป็นการปรับขึ้น 0.25% ตามที่เจ้าหน้าที่เฟดคนอื่น ๆ มองว่าเป็นระดับที่เหมาะสม “ในภาพรวมนั้น ผมมองว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อจะต้องใช้เวลาที่ยาวนาน และมีความเป็นไปได้ว่าตลอดปี 2566 นี้ เฟดจะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อฉุดเงินเฟ้อให้ชะลอตัวลง” นายบูลลาร์ดกล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันพฤหัสบดี (16 ก.พ.) หลังจากเข้าร่วมงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นที่หอการค้าเกรทเทอร์ แจ็กสัน ในรัฐเทนเนสซี พร้อมกับกล่าวว่า เขาต้องการให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดปรับตัวขึ้นจนถึงระดับ 5.375% โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนี้ นายบูลลาร์ดยังยอมรับว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เขาเสนอให้คณะกรรมการเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% โดยเขาเชื่อว่าการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวลง แม้จะทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอลงด้วยก็ตาม ด้านนางลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์กล่าวว่า ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูงเกินไป พร้อมกับเปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เธอเป็นผู้เสนอให้คณะกรรมการเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่เจ้าหน้าที่เฟดคนอื่น ๆ ต้องการ “เฟดได้ดำเนินการอย่างเหมาะสมแล้ว ในการปรับเปลี่ยนนโยบายจากเดิมที่มีการผ่อนปรนอย่างมาก มาเป็นการคุมเข้มนโยบายการเงิน แต่ดิฉันเชื่อว่าเฟดยังต้องดำเนินการอีกมาก เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจในขณะนี้ไม่ได้ทำให้มุมมองของดิฉันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ว่า […]
อ่านเพิ่มเติม »

'เซเลนสกี' หวังได้รับเชิญร่วมประชุมสุดยอด G7 ที่ฮิโรชิมาในเดือนพ.ค. : อินโฟเควสท์'เซเลนสกี' หวังได้รับเชิญร่วมประชุมสุดยอด G7 ที่ฮิโรชิมาในเดือนพ.ค. : อินโฟเควสท์นายเซอร์กี คอร์ซุนสกี เอกอัครราชทูตยูเครนประจำญี่ปุ่นกล่าวว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนจะพิจารณาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของกลุ่ม G7 ประจำปีนี้ที่เมืองฮิโรชิมาหากได้รับเชิญ โดยเป็นการเน้นย้ำความสำคัญของการส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์จากเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นที่เคยถูกระเบิดปรมาณูถล่มระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง นายคอร์ซุนสกีให้สัมภาษณ์ว่า นี่เป็นโอกาสสำคัญ เนื่องจากปธน.เซเลนสกีได้เดินทางไปเยือนสหรัฐและประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป แต่ยังไม่เคยเดินทางเยือนประเทศในเอเชีย นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศเดียวที่ได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมาณูในสงครามนั้น หวังที่จะแสดงความเป็นผู้นำในประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในที่ประชุมสุดยอดของกลุ่ม G7 ในเดือนพ.ค. ท่ามกลางความวิตกว่า รัสเซียอาจจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการทำสงครามกับยูเครน นอกจากนี้ นายคอร์ซุนสกีได้กล่าวเพิ่มว่า ตอนนี้ยูเครนกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากนิวเคลียร์มากกว่าชาติอื่น ๆ และหวังว่าประเทศสมาชิก G7 ซึ่งได้แก่ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐ รวมถึงสหภาพยุโรปด้วยนั้น จะหารือกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับแนวทางที่จะคลายความวิตกดังกล่าว นายคอร์ซุนสกีกล่าวว่า ยูเครนมีสิทธิที่จะพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์ เพราะเป็นประเด็นระดับโลก โดยได้พูดถึงโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและการสร้างกองทัพของจีน ซึ่งการที่ยูเครนจะส่งสารถึงผู้นำ G7 ด้วยตนเองนั้นมีความสำคัญมาก แต่ก็ยอมรับว่า การรับประกันความปลอดภัยของประธานาธิบดียูเครนในระหว่างการเดินทางเยือนญี่ปุ่นนั้นจะเป็นเรื่องที่ท้าทาย อย่างไรก็ตาม นายคอร์ซุนสกีกล่าวว่า “ปธน.เซเลนสกีได้เดินทางไปเยือนทั้งสหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศสมาแล้ว ดังนั้นท่านจะสามารถขึ้นเครื่องบินเพื่อไปพบผู้นำท่านอื่น ๆ ได้แน่นอน” […]
อ่านเพิ่มเติม »

สิงคโปร์ส่งออกสินค้าไม่รวมน้ำมัน ร่วงลง 25% ในเดือนม.ค. : อินโฟเควสท์สิงคโปร์ส่งออกสินค้าไม่รวมน้ำมัน ร่วงลง 25% ในเดือนม.ค. : อินโฟเควสท์องค์การวิสาหกิจของสิงคโปร์ (Enterprise Singapore) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการค้าของสิงคโปร์เปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมัน (NODX) ของสิงคโปร์ ลดลง 25% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วงลงของยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้านอกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยอดส่งออกเดือนม.ค.ปรับตัวลงรุนแรงกว่าในเดือนธ.ค. 2565 ที่ลดลง 20.6% และย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 22.0% นางเซเลนา หลิง นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคาร OCBC กล่าวว่า การร่วงลงดังกล่าวใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของ OCBC ที่ 24.6% แต่อาจจะย่ำแย่กว่านี้หากไม่มีการเติบโตในภาคเวชภัณฑ์ โดยยอดการส่งออกเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในเดือนม.ค. สู่ระดับ 1.76 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ1.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ข้อมูลเทียบเป็นรายเดือนที่ปรับค่าตามฤดูกาลแล้ว พบว่า ยอดการส่งออกสินค้ายกเว้นน้ำมัน ดีดตัวขึ้น 0.9% ในเดือนม.ค. หลังจากที่ร่วงลง 2.9% ในเดือนธ.ค 2565 สำหรับการส่งออกไปยังประเทศจีนร่วงลง 41.1% เนื่องจากการขนส่งเครื่องจักรเฉพาะทาง ปิโตรเคมี และเวชภัณฑ์ปรับตัวลดลง ในขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐร่วงลง 31.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของยอดขายโครงสร้างเรือ เครื่องจักรเฉพาะทาง […]
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-03-29 05:26:57