WARRIX เปิดโลกใหม่นอกกลุ่มกีฬาควบคู่บุกต่างประเทศดันรายได้ปี 66 โตทะลุพันล้าน : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

WARRIX เปิดโลกใหม่นอกกลุ่มกีฬาควบคู่บุกต่างประเทศดันรายได้ปี 66 โตทะลุพันล้าน : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 6 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 6%
  • Publisher: 68%

WARRIX เปิดโลกใหม่นอกกลุ่มกีฬาควบคู่บุกต่างประเทศดันรายได้ปี 66 โตทะลุพันล้าน วอริกซ์สปอร์ต หุ้นไทย อินโฟเควสท์

นายวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.วอริกซ์ สปอร์ต เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ารายได้ในปี 66 จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปี 65 ที่คาดว่าจะมีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท โดยจะได้รับปัจจัยหนุนจากกิจผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้า-อุปกรณ์กีฬาให้กับสโมสรกีฬาและฟุตบอลทีมชาติไทย

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากสินค้า Non-Licensed Product อยู่ที่ 80% และสินค้า Licensed Product อยู่ที่ 20%

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

WARRIX เปิดเทรดวันแรก 8.05 บาท เหนือจอง IPO 27.78% : อินโฟเควสท์WARRIX เปิดเทรดวันแรก 8.05 บาท เหนือจอง IPO 27.78% : อินโฟเควสท์WARRIX เปิดเทรดวันแรกที่ 8.05 บาท เพิ่มชึ้น 1.75 บาท หรือ +27.78% จากราคา IPO 6.30 บาท บล.โกลเบล็ก ประเมินหุ้น บมจ.วอริกซ์ สปอร์ต (WARRIX) ให้ราคาเหมาะสม consensus 8.50-8.80 บาท จากราคา IPO 6.30 บาท WARRIX เป็นเป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักเป็นผู้จำหน่ายเสื้อผ้ำและ อุปกรณ์กีฬารวมถึงเสื้อผ้าอื่นๆ ที่ใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและในการทำกิจกรรมต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริการคลีนิคกายภาพบำบัดยังมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของรายได้รวม บริษัทมีรายได้ปี 62-64 และงวด 6 เดือนปี 65 เท่ากับ 700.1 ลบ. 661.9 ลบ. 658.1 ลบ. และ 697.5 ลบ.ตามลำดับ และรายงานผลประกอบการ ปี 62-64 และงวด 9 เดือนปี …
อ่านเพิ่มเติม »

NWR วางหมากปี 66 ชิงงานภาคเอกชน-รัฐ ดันรายได้โต 50% : อินโฟเควสท์NWR วางหมากปี 66 ชิงงานภาคเอกชน-รัฐ ดันรายได้โต 50% : อินโฟเควสท์นายปสันน สวัสดิ์บุรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) เปิดเผยว่า บริษัทคาดหวังคว้างานใหม่เข้ามาได้ในปี 66 มูลค่ารวม 1.4 หมื่นล้านบาท จากการมองถึงแนวโน้มของงานใหม่ที่จะเปิดประมูลออกมามากขึ้น โดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งในปี 66 คาดว่าจะเห็นการเปิดประมูลโครงการทางด่วน 5 เส้นทาง ซึ่งเป็นงาน Mega Project มูลค่ารวม 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการติดตามงานและสนใจเข้าร่วมประมูลงานดังกล่าวด้วย โดยในปี 66 บริษัทมองว่าตลาดรับเหมาก่อสร้างยังเห็นการขยายตัวขึ้นราว 4% จากการกลับมาของงานใหม่ๆที่ออกมาหลังผ่านพ้นการแพร่ระบาดโควิด-19 ไปแล้ว ซึ่งในช่วงแรกจะนำโดยงานโครงการของภาคเอกชนที่ออกมา โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการกลับมาพัฒนาโครงการใหม่ๆมากขึ้นหลังโควิด-19 คลี่คลาย และในปีหน้ายังเห็นผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ยังมีการพัฒนาโครงการใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง และมีแรงหนุนจากงานภาครัฐที่เข้ามาเสริมอีก สำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในปี 66 บริษัทมีแผนเปิดโครงการแนวราบใหม่ 2 โครงการ โดยมีความชัดเจนแล้ว 1 โครงการ มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ส่วนอีก 1 โครงการอยู่ระหว่างศึกษา อีกทั้งบริษัทยังได้เตรียมที่ดินไว้เพื่อรอเปิดโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งจะมีการเปิดเมื่อเห็นสัญญาณชัดเจนของการกลับมาของตลาดคอนโดมิเนียม ขณะที่ปี 65 บริษัทประมูลงานใหม่เข้ามาแล้วกว่า …
อ่านเพิ่มเติม »

จับตากระแสหวานน้อย! สะเทือนส่งออกน้ำตาล คาดปี 66 โต 1-5% : อินโฟเควสท์จับตากระแสหวานน้อย! สะเทือนส่งออกน้ำตาล คาดปี 66 โต 1-5% : อินโฟเควสท์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 65-66 น้ำตาลทราย จะเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทย โดยไทยถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำตาลทรายอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งได้รับอานิสงส์ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ยืนตัวในระดับสูง ผลผลิตน้ำตาลทรายของไทยที่กลับมาฟื้นตัว และออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิดในหลายประเทศและวิกฤตอาหารทั่วโลก ที่ส่งผลให้น้ำตาลทรายยังคงเป็นที่ต้องการ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน และสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศ ทั้งนี้ คาดว่า ปี 66 มูลค่าการส่งออกน้ำตาลทรายของไทย จะขยายตัวต่อเนื่องจากปี 65 ที่อาจเติบโตได้ถึง 125% (โดย 10 เดือนแรกของปี 65 ขยายตัว 120.1%YoY เป็นผลจากราคา 13.2% เป็นผลจากปริมาณ 94.5% เนื่องจากฐานที่ต่ำในช่วงปี 63-64 จากผลกระทบโควิด ที่ทำให้ปริมาณผลผลิตและสต็อกน้ำตาลทรายของไทยเพียงพอกับความต้องการในตลาดส่งออกที่เพิ่มขึ้นสูง แต่การเติบโตของปี 66 คงอยู่ในกรอบที่จำกัด จากหลากหลายปัจจัยท้าทาย ดังนี้ 1. ปริมาณผลผลิตน้ำตาลทรายในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้ระดับราคาน้ำตาลทรายโลกปรับลดลงจากปี 65: ผลผลิตน้ำตาลโลกปี 65/66 มีแนวโน้มขยับขึ้น โดยเฉพาะจากบราซิล ไทย และจีน จากผลผลิตอ้อยที่สูงจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย …
อ่านเพิ่มเติม »

โซลาร์รูฟทางออกยุคค่าไฟแพง CHOW วางเป้าปี 66 ดันยอดพุ่งเป็น 150 MW : อินโฟเควสท์โซลาร์รูฟทางออกยุคค่าไฟแพง CHOW วางเป้าปี 66 ดันยอดพุ่งเป็น 150 MW : อินโฟเควสท์นายปรมัตถ์ จุฬวนิช ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน (CFO) บมจ.เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW) กล่าวว่า ธุรกิจพลังงานในปี 66 มีทิศทางเติบโตอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องจากปี 65 จากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ภาคเอกชนรายใหญ่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และให้ความร่วมมือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ โดยตั้งเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการส่งออก และภาครัฐให้การสนับสนุนทั้งมาตรการด้านภาษีในกลุ่มภาคธุรกิจ และโครงการการรับซื้อไฟฟ้าตามมาตรการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Feed-in Tariff: FiT) อัตรารับซื้ออยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี ในภาคประชาชน ที่นอกจากจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นแหล่งรายได้ทางเลือกของครัวเรือนอีกทางหนึ่ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวเร่งให้ Solar Rooftop เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญในปี 66 โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายจะมีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเพิ่มเป็น 150 เมกะวัตต์ จาก 80 เมกะวัตต์ในปี 65 “CHOW มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการต่อยอดธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ทั้งการลงทุนในรูปแบบ Private PPAและการให้บริการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(EPC)ให้แก่ลูกค้ารายใหญ่และกลุ่มลูกค้า SME ที่ดำเนินธุรกิจในหลากหลายประเภทอุตสาหกรรม …
อ่านเพิ่มเติม »

ศก.ไทยปี 66 เหลือท่องเที่ยวเพียงเครื่องยนต์เดียวขับเคลื่อน : อินโฟเควสท์ศก.ไทยปี 66 เหลือท่องเที่ยวเพียงเครื่องยนต์เดียวขับเคลื่อน : อินโฟเควสท์นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า Krungthai COMPASS ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 66 จะขยายตัวที่ 3.4% สูงกว่าปี 65 ที่คาดว่าจะขยายตัว 3.2% แต่ก็ต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ จากแรงกดดันของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแรงลง กระทบต่อภาคการส่งออก ซึ่งคาดว่ามูลค่าการส่งออกจะขยายตัวได้เพียง 1.2% เท่านั้น โดยเศรษฐกิจโลกในปี 66 มีแนวโน้มชะลอตัว บางเขตเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากภาวะการเงินที่ตึงตัว ตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ ขณะที่ต้นทุนสินค้าต่างๆ ยืนอยู่ในระดับสูง จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่คาดว่าจะยังดำเนินต่อไป รวมไปถึงความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และแนวนโยบายแบ่งขั้ว (de-globalization) ระหว่างกลุ่มประเทศ NATO กับรัสเซีย และสหรัฐฯ กับจีน ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้การค้าโลกชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการฟื้นตัวไปสู่ภาวะชะลอตัว หรือถดถอยแบบไร้ตัวช่วย ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง กรณีสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัว แต่อาจไม่เกิดภาวะถดถอย เนื่องจากตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ขณะที่ยุโรปเสี่ยงเผชิญภาวะถดถอย เพราะประสบกับปัญหาการขาดแคลนพลังงาน …
อ่านเพิ่มเติม »

แบงก์ชาติ ปักธง Smooth take off จับตาสัญญาณครึ่งหลังปี 66 : อินโฟเควสท์แบงก์ชาติ ปักธง Smooth take off จับตาสัญญาณครึ่งหลังปี 66 : อินโฟเควสท์นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) ถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2565 ว่า ในช่วงปีนี้ อัตราเงินเฟ้อของโลกปรับตัวขึ้นสูงมาก จากปัจจัยราคาพลังงานที่เป็นแรงกระแทกสำคัญ และทำให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเร็วและแรงอย่างพร้อมเพรียงกันมากสุดในรอบ 50 ปี ซึ่งมีผลต่อเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ นำมาซึ่งการตึงตัวของภาวะการเงินโลก ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกในปีนี้ชะลอตัวจากปีก่อน และเป็นการชะลอตัวมากสุดนับตั้งแต่ปี 2007 (พ.ศ.2550) ในขณะที่เศรษฐกิจของไทยในช่วงต้นปี เพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยยังมีความเปราะบาง การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง แต่ระยะถัดมา เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายด้วยตัวเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีความอ่อนไหวน้อยต่อสถานการณ์ด้านต่างประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จึงทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่ ธปท. มีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยเน้นเฉพาะจุดแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ร่วมกับการเข้าไปดูแลค่าเงินในบางช่วง ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถประคองตัวและเริ่มฟื้นกลับมาได้ดังเช่นในปัจจุบัน ส่วนการจะกลับมาเห็นการดำเนินนโยบายการเงินแบบภาวะปกติ (Policy Normalization) ได้ในช่วงใดนั้น นายปิติ กล่าวว่า คงยังไม่สามารถเจาะจงได้ เพราะต้องขึ้นกับสถานการณ์ในปี 2566 ด้วย โดยคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า จึงอาจจะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเข้าใกล้กับจุดที่มีศักยภาพแล้วหรือยัง และเงินเฟ้อไม่ได้สร้างปัญหาต่อเศรษฐกิจจริงหรือไม่ ซึ่งหากทุกอย่างเข้าสู่ภาวะ …
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-03 06:04:16