NUSA ซื้อบิ๊กล็อตหุ้น DEMCO 23% ขึ้นแท่นถือหุ้นใหญ่ วางเป้าลงทุนธุรกิจพลังงาน DEMCO NUSA ณุศาศิริ หุ้นไทย เด็มโก้ อินโฟเควสท์
นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ณุศาศิริ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนใน บมจ.
บอร์ด NUSA จึงอนุมัติให้เข้าลงทุนในธุรกิจด้านพลังงาน ในวงเงิน 1,000 ล้านบาท โดยฝ่ายบริหารได้คัดเลือก DEMCO เป็นเป้าหมายในการลงทุน ซึ่ง NUSA ได้ทำบิ๊กล็อต เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ซื้อหุ้น DEMCO จำนวน 170,000,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 5 บาท คิดเป็นเงิน 850,000,000 บาท ส่งผลให้ NUSA เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ของ DEMCO ในสัดส่วนมากกว่า 23%
สำหรับวัตถุประสงค์การลงทุนครั้งนี้ ก็เพื่อขยายธุรกิจไปในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้สอดคล้องกับแนวโน้มสถานการณ์โลกในปัจจุบัน
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ไต้หวันเปิดหีบเลือกตั้งท้องถิ่นเช้านี้ ชูประชาธิปไตย-ไม่สนจีนฮึ่ม : อินโฟเควสท์ไต้หวันเปิดหีบเลือกตั้งระดับท้องถิ่นแล้วในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน เชื่อว่าจะเป็นการส่งสาส์นไปยังทั่วโลกถึงความตั้งใจของไต้หวันที่จะปกป้องประชาธิปไตยขณะที่เผชิญกับความก้าวร้าวที่เพิ่มขึ้นของจีน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นซึ่งรวมถึงการเลือกนายกเทศมนตรีประจำเมืองต่าง ๆ หัวหน้าเขต และสมาชิกสภาท้องถิ่นนั้น มุ่งให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศ เช่น การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอาชญากรรม รวมถึงผู้ที่ได้รับเลือกตั้งต้องไม่มีความคิดเห็นที่สนับสนุนนโยบายของจีน แต่นางไช่มองการเลือกตั้งนี้ว่า เป็นมากกว่าการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น โดยกล่าวว่าโลกกำลังจับตามองวิธีการที่ไต้หวันจะปกป้องประชาธิปไตยของตนเอง ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารกับจีนซึ่งอ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน ทั้งนี้ จีนได้เริ่มทำการซ้อมรบใกล้กับไต้หวันในเดือนส.ค.เพื่อแสดงความไม่พอใจที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเดินทางไปเยือนไต้หวัน โดยกิจกรรมทางทหารของจีนก็ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าจะลดขนาดลงก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐสภาของไต้หวันนั้นจะมีขึ้นในปี 2567 โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
ETDA รุกหนักปี 66 ลุยเพิ่มความสามารถแข่งขันทางดิจิทัล ขับเคลื่อนศก.ไทย : อินโฟเควสท์ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) มีเป้าหมายในการทำงานในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 66-70) ด้วยโจทย์ 30:30 คือ การเพิ่มสัดส่วนมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจดิจิทัลต่อ GDP เป็น 30% และวางเป้าให้ไทยเป็น 30 อันดับแรกของโลกที่มีความสามารถการแข่งขันทางดิจิทัล โดยมียุทธศาสตร์ในการเติมเต็มอนาคตธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของไทย คือ – ประเทศ ต้องเกิดการประยุกต์ใช้กลไกการกำกับดูแล Digital Platform ภายใต้มาตรฐาน แนวทางปฏิบัติ เกณฑ์การกำกับที่จำเป็น เกิดแนวทางในการปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม และต้องมีข้อมูล Strategic Foresight ที่ช่วยให้การมองอนาคตดิจิทัลชัดขึ้นในรูปแบบงานวิจัยและข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะในมิติ Well-being, Digital Tourism ภายใต้ Foresight Center ที่ ETDA ร่วมกับ Partner ไทยและต่างประเทศจัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางแหล่งข้อมูลการทำธุรกรรมฯ ของประเทศ ที่พร้อมกระจายความรู้สู่ทุกภาคส่วน ต้องมีกรอบธรรมาภิบาลสำหรับการประยุกต์ใช้ AI หรือ …
อ่านเพิ่มเติม »
ธนาธร โผล่ร่วมงานเปิดนโยบายพรรคก้าวไกล 'ทุกจังหวัดไทยก้าวหน้า' หนุนปลดล็อคท้องถิ่น : อินโฟเควสท์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ที่ผ่านมาความเจริญและอำนาจในการตัดสินใจส่วนใหญ่ของประเทศไทยรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ และรัฐส่วนกลาง ขนาดเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ใหญ่กว่าจังหวัดอันดับ 2 อย่างชลบุรีถึง 5 เท่า ในขณะที่ส่วนกลางมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องการใช้งบสูงถึง 80% ของงบประมาณทั้งหมด พรรคก้าวไกลจึงมีเป้าหมายที่จะปลดล็อกความกระจุกตัวของอำนาจและความเจริญ ด้วยการทำให้ประชาชนทุกจังหวัดมีอำนาจและทรัพยากรเพียงพอในการกำหนดอนาคตของตัวเอง “หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมพรรคก้าวไกลพูดแต่เรื่องกระจายอำนาจ ทำไมไม่พูดเรื่องปากท้องเฉพาะหน้าของประชาชน แต่ผมต้องบอกว่านโยบายกระจายอำนาจคือนโยบายเศรษฐกิจ คือเรื่องปากท้อง เพราะการกระจายอำนาจจะนำไปสู่การระเบิดพลังทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทำให้งบประมาณถูกใช้อย่างถูกจุดโดยคนที่ใกล้ชิดกับปัญหาและรู้ปัญหาจริง เพื่อยกระดับบริการสาธารณะ และสร้างงานใหม่ๆในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ” นายพิธา ระบุ นายพิธา กล่าวว่า นโยบาย “ทุกจังหวัดไทยก้าวหน้า” จะพลิกประเทศทั้งในระยะสั้น-กลาง-ยาว โดยหากเป็นรัฐบาล สิ่งที่จะทำใน 100 วันแรกคือการยกเลิกกฎระเบียบและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งหมดที่ล็อกคอ-ล้วงลูกท้องถิ่น ถัดมาภายใน 1 ปี คือการทำประชามติว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่กับการเลือกตั้ง “นายกจังหวัด” ทุกจังหวัด และยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค โดยที่รับประกันว่าไม่มีใครตกงานหรือเสียประโยชน์ และในทุกๆปี รัฐบาลก้าวไกลจะค่อยๆ กระจายงบประมาณให้ท้องถิ่นในการจัดทำบริการสาธารณะและพัฒนาพื้นที่ โดยภายใน 4 ปี ท้องถิ่นทั่วประเทศจะได้งบเพิ่มขึ้น 200,000 ล้านบาทต่อปี …
อ่านเพิ่มเติม »
สถาบันโรคผิวหนัง ขยายวันให้บริการฉีดวัคซีนโควิดจันทร์-ศุกร์ และเสาร์ 17 ธ.ค. : อินโฟเควสท์สถาบันโรคผิวหนัง ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 คือ ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง หากรับวัคซีนเข็มล่าสุดนานเกิน 4 เดือนขึ้นไป ให้เข้ามารับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่เพียงพอจะสามารถป้องกัน การป่วยหนัก และลดโอกาสเสียชีวิตได้ โดยสถาบันโรคผิวหนัง ได้ขยายวันที่ให้บริการฉีดวัคซีนในวันธรรมดาเพิ่ม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิดได้อย่างสะดวกที่สุด โดยยังคงมาตรฐานการบริการเช่นเดียวกับศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถรับบริการวัคซีนในวันทำการ จันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) และวันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม 2565 เวลา 9.00 – 15.00 น. จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ณ ชั้น 20 อาคารสถาบันโรคผิวหนัง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เลขที่ 456 ถ.ราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. โดยชนิดวัคซีนที่ให้บริการ : อายุ 12 ปีขึ้นไป ไฟเซอร์ฝาสีม่วง (เลือกรูปแบบการฉีดเต็มโด๊ส/ครึ่งโด๊ส/เข้าชั้นผิวหนัง) อายุ 5-11 ปี ไฟเซอร์ฝาสีส้ม (รูปแบบการฉีดเต็มโด๊ส) …
อ่านเพิ่มเติม »
ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงกว่า 100 จุด กังวลเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านล็อกดาวน์ในจีน : อินโฟเควสท์ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 100 จุดในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโควิด-19 ในจีน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีน ณ เวลา 07.38 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 110 จุด หรือ -0.32% แตะที่ 34,246 จุด เหตุการณ์ประท้วงต่อต้านนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีนได้ลุกลามเป็นวงกว้างในขณะนี้ โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้ออกมารวมตัวกันบนท้องถนนในเมืองต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงเมืองเซี่ยงไฮ้ กรุงปักกิ่ง เมืองอู่ฮั่น เฉิงตู ซีอาน และนานกิง เพื่อแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์และล็อกดาวน์เมืองต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชน ขณะที่ผู้ประท้วงบางกลุ่มเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ลาออกจากตำแหน่ง การประท้วงทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ในอาคารสูงแห่งหนึ่งในเมืองอุรุมชี เมืองหลวงของซินเจียง และทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน โดยภาพจากวิดีโอที่แชร์บนโซเชียลมีเดียของจีนนั้น ทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากเชื่อว่า ผู้อยู่อาศัยในอาคารไม่สามารถหนีไฟได้ทันเวลา เนื่องจากอาคารถูกล็อกดาวน์บางส่วนเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ การประท้วงที่ทวีความรุนแรงจนกลายเป็นการประท้วงทั่วประเทศในขณะนี้ ถือเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ปธน.สี จิ้นผิงเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศ และถือเป็นบททดสอบว่ารัฐบาลจีนจะเดินหน้าใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ต่อไปหรือไม่ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »