BRI โชว์กำไร 9 เดือนปี 65 โตก้าวกระโดด มากกว่าปีก่อนทั้งปี หุ้นไทย บริทาเนีย อินโฟเควสท์
นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บริทาเนีย เปิดเผยว่า บริษัทสามารถทำผลประกอบการได้อย่างก้าวกระโดดจากการดำเนินตามแผนกลยุทธ์ Growth Together ที่มุ่งสร้างการเติบโตต่อเนื่องไปด้วยกัน โดยสะท้อนได้จากผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทอสังหาแนวราบฯ ที่น่าจับตามอง และได้รับความสนใจจากพันธมิตรต่างชาติ ร่วมทุนพัฒนาโครงการในไตรมาส 3/65 เพิ่มอีก 1 โครงการ คือ แกรนด์ บริทาเนีย บางนา กม.35 มูลค่าโครงการ 2.
โดยเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอีกทั้งยังวางแผนรับมือกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดีจึงสามารถควบคุมต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/65 และสะสม 9 เดือน ปี 65 อยู่ที่ 330.6 ล้านบาท และ 1,059.4 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 100.8% และ 134.2% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวมาจากการขยายตลาดสู่ทำเลใหม่ๆ ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และพื้นที่ที่ได้รับอานิสงส์จากการค้าและลงทุน อีกทั้งภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหลังจากเปิดประเทศ จะทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าที่ผ่านมาภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผชิญกับความท้าทาย และปัจจัยที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนกระทั่งในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น สภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่, อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง, ต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1% ต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และจากประกาศไม่ต่ออายุมาตรการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย...
บริษัทยังได้เสริมกลยุทธ์สร้างความแข็งแกร่ง ได้แก่ การร่วมมือกับธนาคารชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชนที่เป็นพันธมิตรเพื่อนำเสนอสินเชื่อที่อยู่อาศัยในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุดและมีความเหมาะสมกับผู้บริโภคแต่ละบุคคล อีกทั้งการเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน โดยมีการเสนอขายหุ้นกู้เป็นครั้งแรก จำนวน 2 ชุด อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.00-4.70% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ โดยเสนอขายระหว่างวันที่ 17-18 และ 21 พ.ย.
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
LALIN มั่นใจผลงาน Q4/65 ดีกว่า Q3/65 รับลูกค้าเร่งโอนก่อนสิ้นสุดมาตรการรัฐ : อินโฟเควสท์นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LALIN) กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจปีนี้เป็นปีที่มีปัจจัยท้าทายต่างๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบที่เกิดจากประเด็นเรื่อง Geopolitics ความท้าทายจากราคา Commodities ต่างๆ ที่เร่งตัวขึ้น ความท้าทายในเรื่องของเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นทั่วโลก จนทำให้หลายประเทศต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย อันเริ่มนำมาสู่ความเสี่ยงที่จะเกิด Recession ในหลายประเทศ ในส่วนของประเทศไทยคาดว่าสิ้นเดือนพ.ย.นี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็คงมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เป็น 1.25% ซึ่งมองว่าการค่อยๆปรับขึ้นนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชนจะสามารถที่จะปรับตัวได้ โดยประเทศไทยมีเครื่องยนต์จากการท่องเที่ยวที่เริ่มค่อยๆฟื้นตัว ภายหลังการเปิดประเทศ โดยในปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเกินระดับ 10 ล้านคน และคาดหวังจะขึ้นไปถึง 20 ล้านคนได้ในปี 66 ซึ่งภาคการท่องเที่ยวนี้จะเป็นเครื่องยนต์ที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวไปได้สำหรับในปีนี้ต่อปีหน้า สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยในไตรมาส 4/66 มาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมโอน และค่าจดจำนองเหลือ 0.01% จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค. 65 อาจเห็นการเร่งโอนกรรมสิทธิ์เพื่อรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวในช่วงปลายปีนี้ ในแง่ของผลการดำเนินงานของบริษัท สำหรับไตรมาส 3/66 มียอดรับรู้รายได้ 1,504.7 ล้านบาท …
อ่านเพิ่มเติม »
TSE คาดผลงาน Q4/65 ใกล้เคียง Q3/65,คาดหวังประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 5-10% : อินโฟเควสท์น.ส.ชฎาธิรัฏฐ์ เลิศทวีสิน ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/65 น่าจะใกล้เคียงกับไตรมาส 3/65 เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูฝน ขณะเดียวกันไม่มีรายการพิเศษ หรือการจำหน่ายเงินทุนแล้ว ส่งผลให้ทั้งปีก็คาดว่ารายได้ในปี 65 จะใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่บริษัทฯ ยังคงเป้ากำลังการผลิตเติบโตเพิ่มอีก 100-200 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยปัจจุบันก็อยู่ระหว่างเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากทางภาครัฐ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) และโซลาร์ฟาร์ม+แบตเตอรี่ บริษัทฯ คาดหวังว่าจะได้รับส่วนแบ่งจากการประมูลราว 5-10% และคาดว่าโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากทางภาครัฐจะสามารถทราบผลได้ในช่วงปลายไตรมาส 1/66 ปัจจุบัน TSE มีจำนวนโครงการโรงไฟฟ้าทั้งสิ้นรวม 35 โครงการ กำลังการผลิตรวม 286.20 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มและไบโอแมสในประเทศไทย รวม 34 โครงการ กำลังการผลิตรวม 153.20 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในประเทศญี่ปุ่นอีก 1 โครงการ กำลังการผลิต …
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นไทยปิดเช้าร่วง 14.29 จุดรับแรงขายบิ๊กแคปหลังจบงบ Q3/65-ไร้ปัจจัยใหม่หนุนตลาด : อินโฟเควสท์SET ปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,623.00 จุด ลดลง 14.29 จุด (-0.87%) มูลค่าการซื้อขายราว 37,198.10 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมาปรับตัวลง จากแรงขายหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ที่มีแรงขายออกมามาก หลังประกาศงบฯไตรมาส 3/65 ไปแล้ว และยังไร้ปัจจัยใหม่ช่วยหนุนตลาด ทำให้มีแรงขายออกมากดดันหลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวบวกและลบสลับกัน แนวโน้มช่วงบ่ายคาดแกว่งแดนลบต่อ พร้อมให้แนวต้าน 1,630 จุด แนวรับ 1,615 จุด ตลาดหลักทรัพย์ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,623.00 จุด ลดลง 14.29 จุด (-0.87%) มูลค่าการซื้อขายราว 37,198.10 ล้านบาท การซื้อขายในช่วงเช้านี้ ดัชนีปรับตัวลงตลอดช่วงเช้า โดยทำระดับสูงสุด 1,633.76 จุด และต่ำสุด 1,621.19 จุด นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมาปรับตัวลง จากแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ …
อ่านเพิ่มเติม »
SC โชว์ผลงาน Q3/65 ยอดขายทำนิวไฮต่อเนื่อง มั่นใจยอดขายและรายได้ปีนี้ทะลุเป้า : อินโฟเควสท์นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสนับสนุนองค์กร บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) กล่าวว่า ผลการดำเนินธุรกิจในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 14,329 ล้านบาท เติบโต 6% (yoy) ซึ่งเป็นรายได้จากการดำเนินงาน 14,275 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากการขาย 95% และอีก 5% เป็นรายได้ค่าเช่าและบริการ โดยรายได้หลักจากการขาย 13,593 ล้านบาท มาจากรายได้นิวไฮของแนวราบ 12,202 ล้านบาท เติบโต 15% (yoy) และรายได้จากแนวสูง 1,391 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,621 ล้านบาท เติบโต 9% (yoy) โดยมียอดขายรวมทำสถิติสูงสุดใหม่ 17,182 ล้านบาท เติบโต 7% (yoy) โดยการเติบโตของผลการดำเนินงานไตรมาส 3/65 ถือเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส …
อ่านเพิ่มเติม »
DMT เผยกำไร Q3/65 โต 407%จากปริมาณจราจรเพิ่มตามศก.ฟื้น มั่นใจรายได้ปีนี้ตามเป้า : อินโฟเควสท์นายศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บมจ. ทางยกระดับดอนเมือง (DMT) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีรายได้ค่าผ่านทาง 502.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175% จากช่วงปีก่อนที่มีรายได้ 182.88 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 214.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 407% จากช่วงปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 42.27 ล้านบาท โดยในไตรมาส 3 ปี 2565 ปริมาณการจราจรรวมสัมปทานเดิมและตอนต่อขยายด้านทิศเหนือเฉลี่ยต่อวันมีจำนวน 92,477 คันต่อวัน เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 ที่มีจำนวน 79,487 คันต่อวัน คิดเป็นเพิ่มขึ้น 16.3% และเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีจำนวน 34,870 คันต่อวัน คิดเป็นเพิ่มขึ้น 165.2% “ผลประกอบการในไตรมาส 3/2565 เติบโตอย่างโดดเด่น เนื่องจากปริมาณจราจรบนทางยกระดับที่เพิ่มขึ้น …
อ่านเพิ่มเติม »
VRANDA โชว์ผลงาน Q3/65 กลับมาโตจากท่องเที่ยวฟื้น-ปรับกลยุทธ์รับนทท.ใช้จ่ายสูง : อินโฟเควสท์นายวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.วีรันดา รีสอร์ท (VRANDA) กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 3/65 มีรายได้รวม 330 ล้านบาท เติบโต 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2 ล้านบาท เติบโต 104% โดยมีปัจจัยจากการปรับกลยุทธ์การตลาดสอดรับกับสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น มุ่งเจาะนักท่องเที่ยวระดับบนที่มีอัตราการใช้จ่ายสูง ผลักดันให้รายได้ธุรกิจโรงแรม 255 ล้านบาท เติบโต 346% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมในเครือวีรันดาอยู่ที่ 57% โดยค่าห้องพักเฉลี่ยไม่ได้ต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ในปี 62 แล้ว ส่วนรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 29 ล้านบาท เติบโต 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมามีไลฟ์สไตล์ทั้งกิน-เที่ยว-ช้อป สู่ภาวะปกติ สำหรับแผนธุรกิจและกลยุทธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี บริษัทเดินหน้าปรับกลยุทธ์การตลาดโดยจะดำเนินการปรับราคาเฉลี่ยต่อห้องเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดท่องเที่ยว หรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกับสถานการณ์ปกติ ประกอบกับการบริหารอัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวอยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่สูงจนเกินไปส่งผลถึงประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายด้านแรงงานและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค และยังได้วางแผนมุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวระดับบนเพื่อเพิ่มรายได้และรองรับกับเทรนด์การท่องเที่ยวทั่วโลกมีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศสูงขึ้น เนื่องจากมีหลายประเทศยกเลิกหรือผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศ “ทิศทางตลาดท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วงไตรมาส 4/65 จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ดูจากเทรนด์การท่องเที่ยวในตลาดต่างประเทศที่กลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบนซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราค่าใช้จ่ายสูงต่อคนสูง ถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพ ประกอบกับสภาพอากาศที่เริ่มหนาว สร้างบรรยากาศให้เกิดการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ เพิ่มขึ้น …
อ่านเพิ่มเติม »