เพื่อไทย ลั่นชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์หวังเข้ามาแก้วิกฤตสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชน พรรคเพื่อไทย อินโฟเควสท์
นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านการขจัดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.
นายวิสุทธิ์ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านวางระบบเกษตรกรรม กล่าวนำเสนอนโยบาย ‘ผ่าตัดเกษตรกรรม’ รดน้ำที่ราก สร้างเงินจากดิน พลิกเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรให้หายจนอย่างถาวร ว่า ประเทศไทยติดหล่ม ประเทศไทยติดหล่ม การเกษตรไทยตกหลุม เพราะเกาไม่ถูกที่คัน จึงทำให้เกษตรไทยอยู่ในวงเวียนวัฎจักรแบบเดิมๆ คือเจ็บและจน ดังนั้นการเกษตรจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ด้วยหลักการ ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ คือผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ ใช้ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต พร้อมหาโอกาสใหม่ๆ เช่น...
นายสุทิน ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการขจัดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ กล่าวนำเสนอนโยบาย ‘เงินโอน คนสร้างตัว’ ว่า พรรคเพื่อไทย ต่อสู้กับ ‘ความจน’ เพื่อประชาชนมาอย่างยาวนาน และผลงานที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าได้ช่วยลดความยากจนลงได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเราเริ่มคิดจากนโยบายที่ทำได้จริง โดย ‘เงินโอน คนสร้างตัว’ จะทำให้ผู้มีรายได้น้อยเกินกว่าจะดำรงชีพ จะได้รับเงินภาษีแทนการจ่ายเงินภาษี จนกระทั่งมีความมั่นคงและสร้างตัวได้ ส่วนการจัดสรรความช่วยเหลือทางการเงิน จะเน้นไปที่กลุ่มที่มีความจำเป็นมากที่สุด...
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ไทยตอนบนฝนลดลง ส่วนภาคกลาง-ตอ.ใต้ กทม.ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง : อินโฟเควสท์กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย และทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนน้อย ใน ขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในระยะนี้ อนึ่ง ในช่วงวันที่ 9 – 13 ต.ค. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งเกิดขึ้นได้ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ น่าน ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ …
อ่านเพิ่มเติม »
นายกฯ ห่วง 8 จังหวัดรับผลกระทบเจ้าพระยาเพิ่มสูง กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องเตรียมพร้อมทุกด้าน : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิดรวมถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งขณะนี้มีน้ำหลากจากทางตอนเหนือไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งล่าสุด สถานการณ์ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +17.64 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ซึ่งสูงกว่าระดับเก็บกัก 1.14 (+16.50 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง) ทั้งนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของบานระบายน้ำและตัวเขื่อนเจ้าพระยา กรมชลประทานจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ +17.60 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ซึ่งจะส่งผลทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอยู่ในอัตรามากกว่า 2,900-3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2565 รวมทั้งกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้คาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุน ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ จังหวัดสมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติด้วย โดยระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ 1.90-2.20 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ในช่วงวันที่ 8-13 ตุลาคม 2565 นายอนุชา กล่าวว่า …
อ่านเพิ่มเติม »
'เฟาชี' เตือนชาวมะกันเฝ้าระวัง โควิดพันธุ์ใหม่ร้ายกว่าเดิมอาจโผล่อีกหนาวนี้ : อินโฟเควสท์ดร.แอนโธนี เฟาชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติของสหรัฐ (NIAID) และหัวหน้าคณะที่ปรึกษาทางการแพทย์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ประกาศเตือนชาวอเมริกันว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมอาจจะปรากฏขึ้นในฤดูหนาวนี้ ดร.เฟาชีกล่าวที่งานศูนย์วารสารศาสตร์สุขภาพยูเอสซี แอนเนนเบิร์กในสัปดาห์นี้ว่า “เราคาดว่าอาจจะมีโควิดสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งจะสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันที่เราได้รับจากการติดเชื้อ และ/หรือจากการฉีดวัคซีน” สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐบ่งชี้ว่า แนวโน้มการแพร่ระบาด เช่น การรักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตนั้น ได้ลดลงทั่วประเทศในปัจจุบัน เช่น ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายใหม่โดยเฉลี่ยในรอบ 7 วันในสหรัฐอยู่ที่ 323 ราย ณ วันพุธ (5 ต.ค.) ซึ่งลดลงอย่างมากจาก 1,000-2,500 รายในเดือนก.พ.และมี.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ดร.เฟาชีเรียกร้องให้ชาวอเมริกันอย่าละเลยในการป้องกันตนเอง เพราะในช่วงฤดูหนาวมักมีความเสี่ยงมากขึ้น เขากล่าวเสริมว่า “ดูเหมือนว่าเรากำลังมาถูกทางแล้ว อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าคงเป็นการยาก หากจะพูดว่า เราผ่านได้ผ่านพ้นภาวะโรคระบาดได้อย่างสมบูรณ์แล้ว” โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้รัสเซียเตรียมใช้นิวเคลียร์ หลังไบเดนเตือนวันสิ้นโลก : อินโฟเควสท์เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวเมื่อวันศุกร์ (7 ต.ค.) ว่า สหรัฐยังไม่เห็นสัญญาณบ่งชี้ใด ๆ ว่า รัสเซียกำลังเตรียมที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์เร็ว ๆ นี้ หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดวันสิ้นโลก ขณะที่รัสเซียขู่ที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการทำสงครามในยูเครน ต่อข้อถามที่ว่า มีข่าวกรองใหม่หรือไม่ที่กระตุ้นให้ปธน.ไบเดนประกาศคำเตือนดังกล่าว นางแครีน ฌอง ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ไม่” “ท่านปธน.ไบเดนกำลังพูดถึงความกังวลเกี่ยวกับคำขู่ของปธน.วลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์” นางฌอง ปิแอร์กล่าว ด้านนายเวเดนต์ พาเทล รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐไม่เห็นเหตุผลใด ๆ ในการปรับท่าทีนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างระมัดระวังมาก สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ปธน.ไบเดนได้กล่าวเตือนเมื่อวันพฤหัสบดี (6 ต.ค.) ในงานระดมทุนให้กับพรรคเดโมแครตที่นิวยอร์กว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดวันโลกาวินาศจากมหันตภัยร้ายนิวเคลียร์นั้นอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาปี 2505 โดยระบุว่า ปธน.ปูติน “ไม่ได้ล้อเล่น” ขณะขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการสู้รบ หลังจากตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในสงครามยูเครน โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
บล.กสิกรไทย คาดกรอบ SET สัปดาห์หน้า 1,550-1,600 จุด รอติดตามงบ Q3/65-เงินเฟ้อสหรัฐ : อินโฟเควสท์บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์ถัดไป (10-14 ต.ค.) มีแนวรับที่ 1,565 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,600 จุด ตามลำดับ จากในวันศุกร์ (7 ต.ค.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,579.66 จุด โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ รวมถึงการทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3/65 ของบจ. ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค และยอดค้าปลีกเดือนก.ย. รวมถึงบันทึกการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 20-21 ก.ย. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. ของยูโรโซน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ย. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิต และดัชนีราคาผู้บริโภค ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index …
อ่านเพิ่มเติม »
KBANK คาดกรอบบาทสัปดาห์หน้า 37.00-37.80 จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ-มุมมองเฟด : อินโฟเควสท์ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (10-14 ต.ค.) ที่ระดับ 37.00-37.80 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 7 ต.ค. 65 ที่ระดับ 37.37 บาท/ดอลลาร์ หลังแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 37.13 บาท/ดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกแข็งค่า แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ตามทิศทางของสกุลเงินเอเชียท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ก่อนจะพลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ อ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนี ISM ภาคการผลิตและตัวเลขการเปิดรับสมัครงานออกมาอ่อนแอกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด ทั้งนี้แรงขายเงินดอลลาร์ ชะลอลงบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ แต่เงินดอลลาร์ ยังขาดแรงหนุนใหม่ๆ เนื่องจากตลาดยังคงรอติดตามข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด สำหรับมุมมองต่อสถานการณ์เงินบาทนั้น ธปท. ระบุว่า การอ่อนค่าของเงินบาท มีสาเหตุมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยธปท. เข้าไปดูแลตลาดในบางช่วงเพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาท โดยระหว่างวันที่ 3-7 ต.ค. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,202 ล้านบาท …
อ่านเพิ่มเติม »