ออสเตรเลียร่วมแบน 'ติ๊กต๊อก' บนอุปกรณ์ของรัฐจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

ออสเตรเลียร่วมแบน 'ติ๊กต๊อก' บนอุปกรณ์ของรัฐจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 8 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 7%
  • Publisher: 68%

ออสเตรเลียร่วมแบน 'ติ๊กต๊อก' บนอุปกรณ์ของรัฐจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย TikTok ติ๊กต๊อก ออสเตรเลีย แบนติ๊กต๊อก อินโฟเควสท์

รัฐบาลออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ ว่า จะดำเนินการลบติ๊กต๊อก แอปพลิเคชันวิดีโอสั้นชื่อดังของจีนบนอุปกรณ์ของรัฐบาลกลางทั้งหมด เนื่องจากวิตกกังวลด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นหลังชาติตะวันตกหลายประเทศสั่งแบนติ๊กต๊อกเช่นกัน

สหรัฐ, อังกฤษ, นิวซีแลนด์, แคนาดา, เบลเยียม และคณะกรรมาธิการยุโรป ได้แบนการใช้แอปพลิเคชันติ๊กต๊อกบนอุปกรณ์ของทางการ เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

การศึกษาชี้ รัสเซียใช้ ‘TikTok’ เผยแพร่ข่าวหนุนรัฐบาลมอสโกในประเด็นยูเครนการศึกษาชี้ รัสเซียใช้ ‘TikTok’ เผยแพร่ข่าวหนุนรัฐบาลมอสโกในประเด็นยูเครนมีรายงานชิ้นใหม่ที่เผยว่ารัสเซียกำลังใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชันแชร์วิดีโอสั้นยอดนิยมอย่าง ติ๊กตอก ในปฏิบัติการแผ่ขยายอิทธิพลของตนในสงครามยูเครน
อ่านเพิ่มเติม »

ผู้ก่อตั้ง TikTok รวยต่ำกว่าคาดการณ์ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ผู้ก่อตั้ง TikTok รวยต่ำกว่าคาดการณ์ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์“โซว จื่อ โจว” CEO ของ “ติ๊กต็อก” (TikTok) ให้การต่อสภาคองเกรสของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสะท้อนข้อมูลความมั่งคั่งของ “จาง อี้หมิง” วัย 39 ปี ผู้ก่อตั้ง “ไบต์แดนซ์” บริษัทแม่
อ่านเพิ่มเติม »

นาโตแบนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก จากอุปกรณ์ของหน่วยงานอย่างเป็นทางการนาโตแบนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก จากอุปกรณ์ของหน่วยงานอย่างเป็นทางการ'นาโต' แบนแอปพลิเคชัน 'ติ๊กต็อก' จากอุปกรณ์ของหน่วยงานอย่างเป็นทางการ เนื่องจากกังวลว่า รัฐบาลจีนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานของติ๊กต็อก วันนี้ (2 เม.ย. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ…
อ่านเพิ่มเติม »

เลือกตั้ง'66: พปชร.ปรับแผน รปภ.หลังถูกม็อบป่วนเวทีปราศรัย : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: พปชร.ปรับแผน รปภ.หลังถูกม็อบป่วนเวทีปราศรัย : อินโฟเควสท์นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า พรรคคงต้องมีการปรับแผนเรื่องการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดความวุ่นวายที่เวทีปราศรัยย่อยบริเวณสวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 เมื่อวานนี้ กรณีกลุ่มของ “ตะวัน” น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ “แบม” น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ นักกิจกรรมอิสระ เดินมาเรียกร้องดังกล่าวด้วยการแจกใบปลิวและขอขึ้นบนเวที โดยหลังจากนี้อาจจะต้องเพิ่มการ์ดผู้หญิงเข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัย เพราะคนที่มาประท้วงเป็นผู้หญิง หากให้ผู้ชายไปกั้นผู้หญิงมันก็ดูไม่ดี และลดความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น “การกระทำดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นเวทีหาเสียงของพรรคที่ได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นกระบวนการตามประชาธิปไตยเป็นที่เรียบร้อย การก่อความไม่สงบในพื้นที่หาเสียงมีความสุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย ขัดต่อหลักการของประชาธิปไตย” นายชัยวุฒิ กล่าว การหาเสียงต้องให้อิสระในการนำเสนอนโยบาย และเป็นสิทธิของประชาชนในการเลือกผู้แทนหรือพรรคที่ตัวเองชอบเข้าไปทำหน้าที่ ตนเป็นห่วงหากเกิดกรณีเช่นเดียวกันนี้กับเวทีอื่นๆ อีก ซึ่งจะทำให้ประชาธิปไตยเดินหน้าไม่ได้ อยากให้ทุกคนก้าวข้ามความขัดแย้ง เพราะเราหาเสียงกันตรงไปตรงมาตามกฎหมาย การที่มีกลุ่มคนมาก่อความวุ่นวายกับพรรคถือว่าเราถูกเอาเปรียบ ถ้ากลุ่มประชาชนที่เห็นพ้องกับพรรคแค้นเคืองไปมีปัญหากันก็ไม่มีทางจบ เพราะเวทีแต่ละพรรคต่างดำเนินกิจกรรมกันไป เป็นการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ “หากมีข้อเรียกร้องหรือเรื่องข้องใจที่ต้องการให้พรรคการเมืองดำเนินการ สามารถจัดเวทีของตนเอง ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดเวทีอย่างต่อเนื่อง จากที่เห็นมีการสื่อสารผ่านสื่อมาโดยตลอด ทั้งโซเชียลที่มีเป็นของตนเอง ดังนั้นขอให้ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเอง หลังเลือกตั้งเสร็จค่อยมาคุยกันได้ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยกันเรื่องความขัดแย้ง แต่เราทุกฝ่ายกำลังเดินหน้าประเทศไทย” นายชัยวุฒิ กล่าว โดย […]
อ่านเพิ่มเติม »

เลือกตั้ง'66: ผู้สมัครเดินสายมูก่อนลงพื้นที่/'อนุทิน-วราวุธ-ชลน่าน'ปักหลักที่มั่น : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: ผู้สมัครเดินสายมูก่อนลงพื้นที่/'อนุทิน-วราวุธ-ชลน่าน'ปักหลักที่มั่น : อินโฟเควสท์พรุ่งนี้ (3 เม.ย.) เป็นวันแรกของการสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 เขตทั่วประเทศ โดยในกรุงเทพฯ จะเป็นจุดใหญ่ที่แกนนำทุกพรรคนำทีมผู้สมัครในสังกัดเดินทางไปที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ด้วยตัวเองกันแต่เช้าเพื่อจองสิทธิการจับเบอร์ หลังผ่านขั้นตอนการสมัครเรียบร้อยแล้วจะเดินสายไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนลงพื้นที่ แต่จะมีหัวหน้าพรรค 3 รายที่ลงพื้นที่สำคัญในต่างจังหวัด คือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) , นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) * พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เดินทางไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตที่วิทยาลัยเทคนิคน่าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค และผู้สมัครฯ เดินทางจากที่ทำการพรรคด้วยรถบัสพลังงานไฟฟ้า หลังสมัครเสร็จแล้วจะเดินทางไปสักการะศาลหลักเมือง นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร พาผู้สมัคร ส.ส.ฝั่งธนบุรี 10 คน เดินทางไปสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช […]
อ่านเพิ่มเติม »

มาเลเซียผ่านร่างกฏหมายยกเลิกโทษประหาร-จำคุกตลอดชีวิต : อินโฟเควสท์มาเลเซียผ่านร่างกฏหมายยกเลิกโทษประหาร-จำคุกตลอดชีวิต : อินโฟเควสท์ฝ่ายนิติบัญญัติมาเลเซียมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตและโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญซึ่งรัฐบาลระบุว่า เป็นการเคารพสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของแต่ละคน สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐสภามาเลเซียอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าว หลังมีความพยายามมาตลอดหลายปีของรัฐบาลแต่ละชุด เพื่อให้โทษประหารเป็นทางเลือกในมาเลเซีย โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อขออนุมัติ ก่อนส่งร่างกฎหมายฉบับนี้แก่กษัตริย์และประกาศเป็นกฎหมายต่อไป นายรามการ์ปาล ซิงห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกฎหมาย กล่าวในวันนี้ (3 เม.ย.) ว่า “เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการเคารพสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของแต่ละคน หลักการพื้นฐานสำหรับการลงโทษในมาเลเซียคือการปรับพฤติกรรมผู้ต้องขัง” ด้วยวิธีนี้ พวกเขาอาจกลับเข้าสู่สังคมและรับใช้ชุมชนต่อไปได้ หลังจากได้รับโทษตามขั้นตอนทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ นายรามการ์ปาลระบุว่า การแก้ไขดังกล่าวจะกำหนดให้โทษประหารชีวิตยังคงเป็นทางเลือกสำหรับความผิด 9 กระทง ตั้งแต่ การค้ายาเสพติด การก่อการร้าย ไปจนถึงการฆาตกรรม ซึ่งผู้พิพากษาจะมีดุลยพินิจในการลงโทษจำคุกผู้กระทำความผิด 30-40 ปี และโบยอย่างน้อย 12 ครั้งแทนการแขวนคอ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-05 13:29:57