สแตนชาร์ด มองท่องเที่ยว-เลือกตั้งหนุน GDP ไทยปี 66 โตโดดเด่น GDP ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เศรษฐกิจไทย อินโฟเควสท์
นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคาดเศรษฐกิจไทยปี 66 ฟื้นตัวต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยคาดการณ์ตัวเลข GDP ไทยในปี 66 เติบโต 4.5% จากปัจจัยการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวต่อเนื่อง ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีหน้าได้อย่างมีนัยสำคัญ และมีสัดส่วนต่อ GDP ที่มากถึง 15% ของ GDP ทั้งหมด
ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยหนุนของการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศได้ค่อนข้างมาก ทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 66 จะเติบโตโดดเด่นกว่าในปีนี้และดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และภาพรวมของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า “ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่ปีหน้าการท่องเที่ยวและการเลือกตั้ง จะทำให้เศรษฐกิจไทยเป็นบวกโดดเด่นได้อย่างดี”อย่างไรก็ตามอาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยบ้างในเรื่องการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ในบางประเทศ แต่มองว่าการท่องเที่ยวจะเข้ามาช่วยชดเชยในส่วนของผลกระทบจากภายนอก และล่าสุดจีนได้เริ่มผ่อนคลายนโยบายการควบคุมโควิด-19 ลงแล้ว ทำให้ปีหน้ามีโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะเริ่มทยอยเดินทางออกมานอกประเทศได้ และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวในปีหน้าไว้ที่ 15-20...
“Recession ของเศรษฐกิจในประเทศหลัก และกระทบมาถึงเศรษฐกิจโลก เราไม่ได้ Bias ว่าจะเป็นการ Recession ที่รุนแรง แต่เป็นแบบ Mild มากกว่า เพราะปีหน้าเศรษฐกิจโลกยังมีมุมมองบวกที่ยังเติบโตได้ 2.5% ซึ่งอาจจะมีบางประเทศที่เศรษฐกิจติดลบบ้าง เช่น สหรัฐฯ -0.2% อังกฤษ -0.5% แต่ยุโรปก็ยังบวกได้อ่อนๆ 0.
ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยในปี 66 คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้ง ในปี 66 ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่อย่างน้อย 1.75% โดยกนง.อาจจะประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อในช่วงต้นปีหน้า ประกอบกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังให้น้ำหนักการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมากกว่าเงินเฟ้อและเสถียรภาพทางการเงิน ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
'สแตนชาร์ด' คาดราคาทองพุ่ง 30% แตะระดับ $2,250 ในปีหน้า : อินโฟเควสท์ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ออกรายงานคาดการณ์ว่า ราคาทองจะพุ่งขึ้น 30% สู่ระดับ 2,250 ดอลลาร์/ออนซ์ในปีหน้า ทั้งนี้ นายเอริค โรเบิร์ตเซน หัวหน้านักวิจัยระดับโลกของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ออกรายงานชื่อ “เรื่องเซอร์ไพรส์ของตลาดการเงินในปี 2566” หรือ “The financial-market surprises of 2023” โดยได้ระบุถึงเหตุการณ์หลายอย่างที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งตลาดได้มองข้ามไป หนึ่งในเหตุการณ์ในรายงานดังกล่าวคือการที่ราคาทองจะพุ่งขึ้น 30% สู่ระดับ 2,250 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้แรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อทองเพื่อหาเสถียรภาพ ท่ามกลางความผันผวนในตลาดหุ้น นอกจากนี้ นายโรเบิร์ตเซนคาดการณ์ว่า บิตคอยน์จะทรุดตัวลงสู่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งหากเป็นจริงตามรายงาน ก็หมายความว่าบิตคอยน์จะดิ่งลงราว 70% จากในขณะนี้ที่ระดับ 17,000 ดอลลาร์ “แรงเทขายบิตคอยน์จะรุนแรงขึ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทคริปโทฯ และกระดานเทรดจำนวนมากเผชิญกับการขาดแคลนสภาพคล่อง ทำให้เกิดการล้มละลายมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัล” รายงานระบุ ทั้งนี้ บิตคอยน์ได้ทรุดตัวลงมากกว่า 60% ในปีนี้ หลังจากเผชิญกับข่าวอื้อฉาวมากมายเกี่ยวกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมคริปโทฯ โดยล่าสุด …
อ่านเพิ่มเติม »
BM ได้ฤกษ์เปิดโรงงานใหม่เขต Free Zone ปี 66 ดันธุรกิจโตก้าวกระโดด : อินโฟเควสท์นายธีรวัต อมรธาตรี กรรมการผู้จัดการ บมจ.บางกอกชีทเม็ททัล (BM) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งโรงงานใหม่บนที่ดิน 25 ไร่ ในตำบลบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้ขออนุญาตเป็นเขตปลอดอากร (Free zone) ในเฟสแรก เพื่อผลิตสินค้าส่งออกว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/66 และพร้อมรับงานส่งออกใหม่ๆซึ่งได้มีการเจรจาตกลงกับลูกค้าต่างประเทศหลายราย BM คาดว่าเมื่อเดินเครื่องผลิตสินค้าเพื่อส่งออกเต็มกำลังการผลิตแล้ว จะผลักดันให้ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปัจจุบันงานส่งออกมีรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 350 – 400 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มได้อีกมาก ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นๆ เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรในธุรกิจและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีอากรต่างๆ เช่น ยกเว้นอากรขาเข้า อากรขาออก เป็นต้น “บริษัทคาดว่าโรงงานแห่งใหม่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ช่วยลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบในการประกอบกิจการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านราคาในระดับโลก สนับสนุนให้ BM มีผลการดำเนินงานเติบโตก้าวกระโดด ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำธุรกิจอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์โลหะของประเทศไทย” นายธีรวัต กล่าว โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ธ.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
MC ลุยเปิด Mc Outlet รับกำลังซื้อช่วงเทศกาลฯ หนุนผลงาน Q2 ปี 66 โต : อินโฟเควสท์นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แม็คกรุ๊ป (MC) ว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีบัญชี 66 (ต.ค.-ธ.ค.65) คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และจากไตรมาสแรกของปีบัญชี 66 (1 ก.ค.-30 ก.ย.65) เนื่องจากเป็นช่วง High Season ที่จะมีการจับจ่ายใช้สอยคึกคักจากการเดินทางท่องเที่ยว และกิจกรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายสาขา Mc Outlet เพื่อรองรับกำลังซื้อและการใช้จ่ายที่จะเกิดจากการเดินทางและการท่องเที่ยว โดยมีแผนเปิด Mc Outlet ในสถานีบริการน้ำมันของบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าสิ้นเดือน ธ.ค.65 จะมีสาขาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 86 สาขา จากสิ้นเดือนมิ.ย.65 อยู่ที่ 72 สาขา โดยได้เปิดในช่วงไตรมาสแรก 4 สาขาและเปิดต่อเนื่องในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. และคาดว่าในปีบัญชี 66 จะเปิดเกินเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเปิดทั้งสิ้น 15 สาขา สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกของปีบัญชี 66 บริษัทมีกำไรสุทธิ 116 …
อ่านเพิ่มเติม »
'ชูเกียรติ-อานันท์ชัย'จ่อทุ่ม 450 ลบ.แปลง SABUY-W2 ขยายธุรกิจดันรายได้ปี 66 พุ่ง 2 หมื่นล้าน : อินโฟเควสท์บมจ.สบาย เทคโนโลยี (SABUY) เปิดเผยว่า นายชูเกียรติ รุจนพรพจี และ นาย อานนท์ชัย วีระประวัติ 2 ผู้ถือหุ้นใหญ่แห่ง SABUY ใช้สิทธิแปลง SABUY Warrant 2 (SABUY-W2) มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 450 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปต่อยอดขยายธุรกิจ รองรับแผนธุรกิจใหม่ เสริมฐานศักยภาพแกร่ง มั่นใจรายได้ปี 65 เข้าเป้า 5,000 ล้านบาท ลุยแผนธุรกิจปีหน้าตั้งงบ 8,000-10,000 ล้านบาท ลงทุนธุรกิจใน 4 กลุ่ม ธุรกิจ E-Commerce, การเงิน, คลาวด์ (cloud) และธุรกิจบริหารหนี้ พร้อมตั้งเป้ารายได้โตแตะ 20,000 ล้านบาท โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ธ.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
'มอร์แกน สแตนลีย์' หั่นคาดการณ์ยอดจัดส่งไอโฟน Q1/66 ลงอีก 3 ล้านเครื่อง : อินโฟเควสท์มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับลดการคาดการณ์ยอดจัดส่งไอโฟน (iPhone) ของแอปเปิ้ลสำหรับไตรมาส 1/2566 ลงอีก 3 ล้านเครื่องเมื่อพิจารณาจากการผลิตที่ชะลอตัวลงในจีน โดยก่อนหน้านี้ บริษัทได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ยอดจัดส่งดังกล่าวลง 6 ล้านเครื่องในเดือนพ.ย. สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ปัจจุบันมอร์แกน สแตนลีย์คาดว่า แอปเปิ้ลจะจัดส่งไอโฟนได้ประมาณ 75.5 ล้านเครื่อง ซึ่งลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 85 ล้านเครื่อง เนื่องจากซัพพลายเออร์ของแอปเปิ้ลเผชิญเหตุการณ์ปั่นป่วนในจีน เมื่อเดือนที่ผ่านมา พนักงานโรงงานได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่โรงงานผลิตมือถือไอโฟนของบริษัทฟ็อกซ์คอนน์ในมณฑลเจิ้งโจว ซึ่งเป็นโรงงานผลิตไอโฟนใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ โรงงานดังกล่าวยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในเดือนต.ค. ซึ่งทำให้พนักงานต้องหลบหนีออกมาจากโรงงาน เนื่องจากบริษัทพยายามควบคุมการแพร่ระบาดโดยแยกกักตัวผู้ติดเชื้อ นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า ความวุ่นวายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อยอดขายของแอปเปิ้ลในไตรมาส 1/2566 ซึ่งเป็นไตรมาสที่มียอดขายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอปเปิ้ล เนื่องจากได้แรงหนุนจากเทศกาลชอปปิงในช่วงวันหยุด นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดว่า แอปเปิ้ลจะรายงานรายได้ในไตรมาส 1/2566 ที่ประมาณ 1.2 แสนล้านดอลลาร์ โดยได้รับผลกระทบ 3% จากการผลิตที่ชะลอลง โดยแอปเปิ้ลรายงานรายได้ในไตรมาส 1/2565 แตะที่ 1.239 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 11% จากปี …
อ่านเพิ่มเติม »
PRIN ออกหุ้นกู้ 3 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 5.4% ขายสถาบัน-รายใหญ่ 10-12 ม.ค.66 : อินโฟเควสท์บมจ.ปริญสิริ (PRIN) ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2566 มูลค่าไม่เกิน 450 ล้านบาท อายุ 3 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.40% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 10-12 มกราคม 2566 ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่าย ได้แก่ บล.บลูเบลล์ บล.เอเซีย พลัส บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) บล.โนมูระ พัฒนสิน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้ที่ “BBB-” แนวโน้ม “Stable” เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2565 และจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ “BBB-” แนวโน้ม “Stable” เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2565 โดย …
อ่านเพิ่มเติม »