สวนดุสิตโพล สะท้อนของแพงทำรายได้ประชาชนไม่พอจ่ายดัน คนจน เพิ่มขึ้น ผลสำรวจ ค่าครองชีพ อินโฟเควสท์
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,067 คน ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2565 พบว่า ณ วันนี้รายได้ของประชาชนไม่เพียงพอกับรายจ่าย ร้อยละ 54.54 เพียงพอกับรายจ่าย ร้อยละ 45.46 โดยสินค้าที่คิดว่า “แพง” เกินกว่าที่จะรับได้ อันดับ 1 คือ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ร้อยละ 82.96 รองลงมาคือ ค่าน้ำ ค่าไฟ ร้อยละ71.19
สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการ คือ ควบคุมราคาสินค้า ลดราคาสินค้า ร้อยละ 85.73 ลดภาษีน้ำมัน ร้อยละ 68.43 กรณี “คนจน” เพิ่มเป็น 20 ล้านคน มองว่าเพราะของแพงทำให้คนมีเงินไม่พอใช้ ร้อยละ 80.38 รองลงมาคือ คนตกงานมากขึ้น ไม่มีรายได้ 74.72 สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อช่วยเหลือ คือ สร้างโอกาส สร้างรายได้ เน้นการพึ่งตนเองได้ในระยะยาว ร้อยละ 78.32 รองลงมาคือ ควรแก้ปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ร้อยละ 77.19
ในภาพรวมประชาชนคิดว่ารัฐบาลไม่น่าจะแก้ปัญหา “คนจน” ได้ ร้อยละ 77.32 ส่วนปัญหา “ของแพง” ก็ไม่น่าจะแก้ไขได้เช่นกันร้อยละ 59.23 จากผลการสำรวจเชิงลึก พบว่า กลุ่มอาชีพที่มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย 3 อันดับแรก คือกลุ่มอาชีพรับจ้าง รองลงมา คือ นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มคนทำธุรกิจส่วนตัวและค้าขาย อาจเป็นเพราะทั้งสามกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำที่แน่นอน จึงเกิดปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย โดยปัญหาของแพงเข้ามากระทบต่อการใช้จ่ายประชาชนเป็นอย่างมาก คนมีเงินไม่พอใช้ช่วงโควิด-19 ยิ่งทำให้เกิดภาวะตกงาน ว่างงาน ต้องหยิบยืมมาใช้จ่ายทำให้เป็นหนี้เพิ่มขึ้น อัตราคนจนหรือคนรายได้น้อยก็เพิ่มสูงขึ้น...
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ไทยตอนบนฝนลดลง ส่วนภาคกลาง-ตอ.ใต้ กทม.ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง : อินโฟเควสท์กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย และทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนน้อย ใน ขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในระยะนี้ อนึ่ง ในช่วงวันที่ 9 – 13 ต.ค. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งเกิดขึ้นได้ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ น่าน ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ …
อ่านเพิ่มเติม »
นายกฯ ห่วง 8 จังหวัดรับผลกระทบเจ้าพระยาเพิ่มสูง กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องเตรียมพร้อมทุกด้าน : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิดรวมถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งขณะนี้มีน้ำหลากจากทางตอนเหนือไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งล่าสุด สถานการณ์ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +17.64 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ซึ่งสูงกว่าระดับเก็บกัก 1.14 (+16.50 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง) ทั้งนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของบานระบายน้ำและตัวเขื่อนเจ้าพระยา กรมชลประทานจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ +17.60 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ซึ่งจะส่งผลทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอยู่ในอัตรามากกว่า 2,900-3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2565 รวมทั้งกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้คาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุน ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ จังหวัดสมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติด้วย โดยระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ 1.90-2.20 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ในช่วงวันที่ 8-13 ตุลาคม 2565 นายอนุชา กล่าวว่า …
อ่านเพิ่มเติม »
'เฟาชี' เตือนชาวมะกันเฝ้าระวัง โควิดพันธุ์ใหม่ร้ายกว่าเดิมอาจโผล่อีกหนาวนี้ : อินโฟเควสท์ดร.แอนโธนี เฟาชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติของสหรัฐ (NIAID) และหัวหน้าคณะที่ปรึกษาทางการแพทย์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ประกาศเตือนชาวอเมริกันว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมอาจจะปรากฏขึ้นในฤดูหนาวนี้ ดร.เฟาชีกล่าวที่งานศูนย์วารสารศาสตร์สุขภาพยูเอสซี แอนเนนเบิร์กในสัปดาห์นี้ว่า “เราคาดว่าอาจจะมีโควิดสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งจะสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันที่เราได้รับจากการติดเชื้อ และ/หรือจากการฉีดวัคซีน” สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐบ่งชี้ว่า แนวโน้มการแพร่ระบาด เช่น การรักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตนั้น ได้ลดลงทั่วประเทศในปัจจุบัน เช่น ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายใหม่โดยเฉลี่ยในรอบ 7 วันในสหรัฐอยู่ที่ 323 ราย ณ วันพุธ (5 ต.ค.) ซึ่งลดลงอย่างมากจาก 1,000-2,500 รายในเดือนก.พ.และมี.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ดร.เฟาชีเรียกร้องให้ชาวอเมริกันอย่าละเลยในการป้องกันตนเอง เพราะในช่วงฤดูหนาวมักมีความเสี่ยงมากขึ้น เขากล่าวเสริมว่า “ดูเหมือนว่าเรากำลังมาถูกทางแล้ว อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าคงเป็นการยาก หากจะพูดว่า เราผ่านได้ผ่านพ้นภาวะโรคระบาดได้อย่างสมบูรณ์แล้ว” โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้รัสเซียเตรียมใช้นิวเคลียร์ หลังไบเดนเตือนวันสิ้นโลก : อินโฟเควสท์เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวเมื่อวันศุกร์ (7 ต.ค.) ว่า สหรัฐยังไม่เห็นสัญญาณบ่งชี้ใด ๆ ว่า รัสเซียกำลังเตรียมที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์เร็ว ๆ นี้ หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดวันสิ้นโลก ขณะที่รัสเซียขู่ที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการทำสงครามในยูเครน ต่อข้อถามที่ว่า มีข่าวกรองใหม่หรือไม่ที่กระตุ้นให้ปธน.ไบเดนประกาศคำเตือนดังกล่าว นางแครีน ฌอง ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ไม่” “ท่านปธน.ไบเดนกำลังพูดถึงความกังวลเกี่ยวกับคำขู่ของปธน.วลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์” นางฌอง ปิแอร์กล่าว ด้านนายเวเดนต์ พาเทล รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐไม่เห็นเหตุผลใด ๆ ในการปรับท่าทีนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างระมัดระวังมาก สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ปธน.ไบเดนได้กล่าวเตือนเมื่อวันพฤหัสบดี (6 ต.ค.) ในงานระดมทุนให้กับพรรคเดโมแครตที่นิวยอร์กว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดวันโลกาวินาศจากมหันตภัยร้ายนิวเคลียร์นั้นอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาปี 2505 โดยระบุว่า ปธน.ปูติน “ไม่ได้ล้อเล่น” ขณะขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการสู้รบ หลังจากตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในสงครามยูเครน โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
บล.กสิกรไทย คาดกรอบ SET สัปดาห์หน้า 1,550-1,600 จุด รอติดตามงบ Q3/65-เงินเฟ้อสหรัฐ : อินโฟเควสท์บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์ถัดไป (10-14 ต.ค.) มีแนวรับที่ 1,565 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,600 จุด ตามลำดับ จากในวันศุกร์ (7 ต.ค.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,579.66 จุด โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ รวมถึงการทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3/65 ของบจ. ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค และยอดค้าปลีกเดือนก.ย. รวมถึงบันทึกการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 20-21 ก.ย. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. ของยูโรโซน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ย. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิต และดัชนีราคาผู้บริโภค ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index …
อ่านเพิ่มเติม »
KBANK คาดกรอบบาทสัปดาห์หน้า 37.00-37.80 จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ-มุมมองเฟด : อินโฟเควสท์ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (10-14 ต.ค.) ที่ระดับ 37.00-37.80 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 7 ต.ค. 65 ที่ระดับ 37.37 บาท/ดอลลาร์ หลังแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 37.13 บาท/ดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกแข็งค่า แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ตามทิศทางของสกุลเงินเอเชียท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ก่อนจะพลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ อ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนี ISM ภาคการผลิตและตัวเลขการเปิดรับสมัครงานออกมาอ่อนแอกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด ทั้งนี้แรงขายเงินดอลลาร์ ชะลอลงบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ แต่เงินดอลลาร์ ยังขาดแรงหนุนใหม่ๆ เนื่องจากตลาดยังคงรอติดตามข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด สำหรับมุมมองต่อสถานการณ์เงินบาทนั้น ธปท. ระบุว่า การอ่อนค่าของเงินบาท มีสาเหตุมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยธปท. เข้าไปดูแลตลาดในบางช่วงเพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาท โดยระหว่างวันที่ 3-7 ต.ค. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,202 ล้านบาท …
อ่านเพิ่มเติม »