รมว.เกษตรเผยรัสเซียเล็งหนุนเงินทุนเพื่อการค้าแก่ผู้นำเข้าธัญพืชจากรัสเซีย : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

รมว.เกษตรเผยรัสเซียเล็งหนุนเงินทุนเพื่อการค้าแก่ผู้นำเข้าธัญพืชจากรัสเซีย : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 42 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 20%
  • Publisher: 68%

รมว.เกษตรเผยรัสเซียเล็งหนุนเงินทุนเพื่อการค้าแก่ผู้นำเข้าธัญพืชจากรัสเซีย กระทรวงเกษตรรัสเซีย ดมิทรีปาตรูเชฟ ธัญพืช ยูเครน รัสเซีย สกุลเงินรูเบิล เศรษฐกิจรัสเซีย อินโฟเควสท์

นายดมิทรี ปาตรูเชฟ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรรัสเซียเปิดเผยว่า รัสเซียอาจเริ่มให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ผู้ที่นำเข้าธัญพืชของประเทศ หลังการคว่ำบาตรจากการส่งกำลังทหารเข้ารุกรานยูเครนนั้น ส่งผลกระทบต่อการหารายได้จากภาคกสิกรรม

นายปาตรูเชฟให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อาร์บีซี บิสสิเนส เดลี ว่า รัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดในโลกกำลังร่วมงานกับเอ็กซ์ซิมแบงก์ และหน่วยงานของรัสเซีย เพื่อส่งเสริมด้านสินเชื่อเพื่อการส่งออกและการประกันการลงทุน เพื่อจัดหาเงินทุนให้กับบริษัทต่างชาติในการซื้อสินค้าของรัสเซีย โดยเชื่อว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยเปิดโอกาสให้รัสเซียสามารถส่งออกสินค้าจำนวนมากได้...

นายปาตรูเชฟระบุว่า ประเทศที่นำเข้าธัญพืชจากรัสเซียส่วนใหญ่ชำระเงินด้วยสกุลเงินรูเบิลหรือสกุลเงินของชาติตนเอง และจำนวนการทำธุรกรรมในลักษณะนี้มีจำนวนมากขึ้นทุกเดือน โดยอียิปต์และตุรกีเป็นผู้ซื้อธัญพืชรายใหญ่จากรัสเซีย ทั้งนี้ นายปาตรูเชฟเปิดเผยกับอาร์บีซีว่า แน่นอนว่ากระทรวงเกษตรต้องการเห็นคนทำงานในภาคกสิกรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเองก็มีเป้าประสงค์ของตัวเองเช่นกัน และแน่นอนว่าต้องให้ความสำคัญกับเป้าหมายของรัฐก่อนเป็นอันดับแรก

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

ผู้ว่าธปท.คาดเศรษฐกิจไทยกลับสู่ภาวะปกติได้ปลายปี 65-ต้นปี 66 เร่งลดหนี้ครัวเรือน : อินโฟเควสท์ผู้ว่าธปท.คาดเศรษฐกิจไทยกลับสู่ภาวะปกติได้ปลายปี 65-ต้นปี 66 เร่งลดหนี้ครัวเรือน : อินโฟเควสท์นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.มีภารกิจในการกำกับดูแลระบบเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่อง ไม่มีอะไรที่หวือหวา ทำหน้าที่เสมือนหางเสือเรือ โดยปัจจัยที่ต้องดูแล ได้แก่ 1.การส่งเสริมให้ระบบเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างราบรื่น (Smooth take off) ซึ่งคาดว่าภาวะเศรษฐกิจจะกลับคืนสู่ภาวะปกติก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ได้ราวปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า โดยมาตรการที่ใช้จะคำนึงถึงบริบททางเศรษฐกิจเฉพาะตัว ให้มีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เกิดความสมดุลและยั่งยืน 2.การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นในช่วงเกิดวิกฤตโควิด-19 จากระดับ 50% เป็น 88% ของจีดีพี ให้ลดลงมาอยู่ในระดับไม่เกิน 80% ของจีดีพี ซึ่งต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักการ แก้ไขให้ตรงจุด ไม่ใช้การเหวี่ยงแห 3.คำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม (Green) ซึ่งเป็นประเด็นที่ประเทศในยุโรปกำลังหยิบยกมาเป็นมาตรการกีดกันทางการค้า 4.การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยการจัดวางระบบเศรษฐกิจ (Ecosystem) เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยเพิ่มโอกาสจากการเปลี่ยนแปลง ซึ่งปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก เช่น ระบบพร้อมเพย์ ระบบคิวอาร์โค้ด ที่สามารถต่อยอดเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค 5.การพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร (HROD) ด้านนายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มั่นใจว่าภาวะเศรษฐกิจจะกลับสู่ปกติภายในปีหน้าจากการฟื้นตัวด้านท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 21 …
อ่านเพิ่มเติม »

ปลัด สธ.คนใหม่ใช้บทเรียนโควิดพัฒนาปรับปรุงระบบสาธารณสุขต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์ปลัด สธ.คนใหม่ใช้บทเรียนโควิดพัฒนาปรับปรุงระบบสาธารณสุขต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิในกระทรวงสาธารณสุข และให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขไทยเปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก เป็นบทเรียนในการจัดการ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับความร่วมมือจากคนทั้งประเทศทำให้ผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยดีทั้งจากฝ่ายนโยบาย ระบบสาธารณสุขที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค การรักษา โดยบุคลากรทางการแพทย์ทุกสังกัด การสนับสนุนจัดหายา วัคซีน การกระจายกำลังคน อสม. ที่สำคัญคือ ประชาชนมีความตื่นตัวทางสุขภาพและให้ความร่วมมืออย่างดี ถือเป็นจุดแข็งที่จะนำมาพัฒนาปรับปรุงระบบสาธารณสุขต่อไป รวมถึงการบรรจุบุคลากรสาธารณสุขเป็นข้าราชการ 4.5 หมื่นตำแหน่ง และการที่โรงพยาบาลหมดปัญหาหนี้สินและมีเงินบำรุงเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานโควิด 19 จะเป็นปัจจัยที่ช่วยพัฒนาระบบสาธารณสุขในระยะ 3 ปีต่อจากนี้ นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า การทำงานจากนี้จะยึดนโยบายของรัฐบาล ทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูประบบสาธารณสุข รวมถึงนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง “Health for Wealth” สร้างสมดุลระหว่างสุขภาพและความมั่งคั่ง ซึ่งหมายถึงความมั่งคั่งทางสุขภาพ ที่เป็นต้นทุนที่สำคัญของประเทศ ซึ่งภาพรวมมี 5 เรื่อง คือ สร้างความเข้มแข็งทางสุขภาพของประชาชน, ความเข้มแข็งหน่วยบริการ, การดูแลผู้สูงอายุให้สุขภาพดี ทำงานได้เหมาะสมตามสภาพ, …
อ่านเพิ่มเติม »

รัฐบาลได้รับพระราชทานชื่อรถไฟสายสีแดง-สถานีกลางบางซื่อเป็น'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์' : อินโฟเควสท์รัฐบาลได้รับพระราชทานชื่อรถไฟสายสีแดง-สถานีกลางบางซื่อเป็น'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์' : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย รัฐบาลน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ระยะที่ 1 ว่า “นครวิถี” โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) ระยะที่ 1 ว่า “ธานีรัถยา” และสถานีกลางบางซื่อ ว่า “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” โดยกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ขอพระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง และสถานีกลางบางซื่อ ผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีหนังสือแจ้งกระทรวงคมนาคม ว่า ได้ขอให้ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทต่อไปแล้ว ล่าสุดได้มีหนังสือแจ้งจากสำนักพระราชวังถึงกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟฯและสถานีกลางบางซื่อ ดังนี้ 1. พระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ระยะที่ 1 ว่า นครวิถี อ่านว่า นะ-คอน-วิ-ถี(Nakhon Withi) หมายถึง เส้นทางของเมือง 2. พระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) …
อ่านเพิ่มเติม »

ธอส.ออกสลากออมทรัพย์ อายุ 2 ปี วงเงิน 2.7 หมื่นลบ.ฝากครบกำหนดรับตอบแทน 1.45% : อินโฟเควสท์ธอส.ออกสลากออมทรัพย์ อายุ 2 ปี วงเงิน 2.7 หมื่นลบ.ฝากครบกำหนดรับตอบแทน 1.45% : อินโฟเควสท์นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนที่ต้องการออมเงินและลงทุนกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง สอดคล้องกับที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 1.00% ต่อปี ล่าสุด ธอส. จึงได้จัดทำผลิตภัณฑ์ สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุด วิมานเมฆ Plus สลากออมทรัพย์พรีเมี่ยมหน่วยละ 1 ล้านบาท จำนวน 27,000 หน่วย (แบ่งเป็น 3 หมวด ๆ ละ 9,000 หน่วย) กรอบวงเงินรวม 27,000 ล้านบาท อายุสลาก 2 ปี เมื่อฝากครบกำหนดรับผลตอบแทนหน้าสลาก 1.45% ต่อปี โดยจะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยรวมหน่วยละ 1,029,000 บาท อีกทั้งยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือนรวม 24 งวด โดยรางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลสูงถึงรางวัลละ 3 ล้านบาท …
อ่านเพิ่มเติม »

UN ปรับอันดับไทยดีขึ้นหลายดัชนีในการสำรวจรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ประจำปี 2022 : อินโฟเควสท์UN ปรับอันดับไทยดีขึ้นหลายดัชนีในการสำรวจรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ประจำปี 2022 : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการดำเนินงานตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการปรับอันดับที่ดีขึ้นในหลายดัชนีจากองค์การสหประชาชาติ ในผลการสำรวจรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ประจำปี 2022 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้วางแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้ไทยก้าวเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ โดยองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศผลการสำรวจรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ประจำปี 2022 หรือ UN E-Government Survey 2022 ที่จัดทำโดยสำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Department of Economic and Social Affairs – UN DESA) โดยจัดการประเมินทุก 2 ปี สำรวจจาก 193 ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ พิจารณาจาก 3 ปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government Development Index: EGDI) ดัชนีการมีส่วนร่วมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชน (e-Participation Index: EPI) และดัชนีให้การบริการออนไลน์ภาครัฐส่วนท้องถิ่น (Local …
อ่านเพิ่มเติม »

บิ๊กป้อม สั่ง กอนช.เร่งระบายน้ำท่วมลดผลกระทบ หลังพายุโนรูสลายตัว : อินโฟเควสท์บิ๊กป้อม สั่ง กอนช.เร่งระบายน้ำท่วมลดผลกระทบ หลังพายุโนรูสลายตัว : อินโฟเควสท์นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ กอนช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วานนี้ (1 ต.ค.) อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) กรมทรัพยากรน้ำ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (Gistda) เป็นต้น ณ สำนักงานชลประทานที่ 7 จ.อุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ประสบอุทกภัย บริเวณชุมชนวัดหลวง 2 ชุมชนเกตุแก้ว เทศบาลเมืองวารินชำราบ และจุดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณแก่งสะพือ ว่า แม้ว่าพายุโนรูจะอ่อนกำลังและสลายตัวแล้ว แต่ก็ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งลำน้ำชีและมูล ที่ยังคงสูงเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสภาพอากาศในระยะนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งถือว่าก็ยังมีความเสี่ยงจากฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างระมัดระวัง โดยคำนึงผลกระทบกับประชาชนส่วนใหญ่และพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ รวมถึงเร่งสำรวจโครงสร้างระบบชลประทาน คันกั้นน้ำ อุปกรณ์เครื่องจักรเครื่องมือให้พร้อมใช้งาน เพื่อเร่งสูบน้ำและระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังให้กลับเข้าสู่ลำน้ำ และระบายลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็วที่สุด โดยปัจจุบันระดับน้ำมูลสถานี M.7 …
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-03-28 23:38:08