บลจ.วรรณ ให้เป้า SET ปีหน้า 1,780 จุดโดดเด่นกว่าตปท.จากการเลือกตั้งหนุนบรรยากาศลงทุน SET ตลาดหุ้นไทย หุ้นไทย อินโฟเควสท์
นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปี 66 มีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือ ปัจจัยแรก ภาวะเงินเฟ้อสหรัฐที่คาดว่าจะเริ่มอิ่มตัว แต่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ น่าจะคงเดินหน้าต่อเนื่องไปถึงต้นไตรมาส 2/66 โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ประมาณ 5% +/- จากนั้นคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงปี 2567
ส่วนปัจจัยเฉพาะตัวของไทย คือ การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในไตรมาส 2/66 เป็นผลดีต่อภาพการลงทุน เพราะในอดีตที่ผ่านมาช่วงเดือนแรกหลังการเลือกตั้งตลาดหุ้นมักจะตอบรับในเชิงบวก “หุ้นไทยมี story ว่าเรา Reopening ที่เพิ่งเริ่ม และถ้าเราเร่งตัวขึ้นก็จะดี แต่โลกกำลังเข้าสู่ recession ฉะนั้นรัฐบาลต้องเร่งการจับจ่ายใช้สอย และบ้านเรามีการเลือกตั้ง ซึ่งปกติหลังเลือกตั้งตลาดจะ growth 4% ปีหน้าเศรษฐกิจไทยมีความเป็นไปได้โต 3-4%”นายมณฑล กล่าวว่า ตลอดปี 65 ที่ผ่านมาภาพการลงทุนหลักมีปัจจัยลบค่อนข้างมาก ทั้งการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศยุโรป ภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมทั้ง นโยบาย Zero-Covid ของจีน...
สำหรับตลาดหุ้น คาดการณ์ผลตอบแทนกันอยู่ไม่ถึง 10% เนื่องจากผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกเติบโตไม่มาก ทำให้การลงทุนในหุ้นอาจจะต้องมองให้เป็นการถือระยะยาวขึ้นเป็นระดับ 6-12 เดือน เน้นหุ้นพื้นฐานดีที่เกี่ยวกับการบริโภค ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจอยู่เพราะมีปัจจัยเฉพาะตัวทั้งเลือกตั้งและการท่องเที่ยว
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
บลจ.วรรณ อัพ AUM ปี 66 พุ่งแตะ 2 แสนลบ.จ่อชิงบริหาร PVD ก้อนใหญ่ 3.8 หมื่นลบ. : อินโฟเควสท์นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ คาดว่าในปี 66 มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ราว 2 แสนล้านบาท จากปี 65 ที่คาดสิ้นปีจะมี AUM 1.5 แสนล้านบาท โดยล่าสุด บริษัทชนะการคัดเลือกจากรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ระดับประเทศ เพื่อบริหารการลงทุน มูลค่า กว่า 3 หมื่นล้านบาทส่งผลให้ AUM ของบริษัทเติบโตขึ้นอีกในปีหน้า และจากการเปิดขายกองทุนใหม่ในปีหน้า จำนวน 1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะเตรียมเข้าประมูลชิงบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขนาดใหญ่อีกวงเงินบริหาร ราว 3.8 หมื่นล้านบาท นายพจน์กล่าวว่า ในปีหน้าบริษัทจะเปิดกองทุนวรรณ ไลฟ์ เซทเทิลเมนต์ 4 จำนวน 3 พันล้านบาท ซึ่งได้ประสบความสำเร็จมา 3 กองแล้ว ที่ลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนดี , กองทุนตราสารหนี้ 2-3 พันล้านบาท โดยในไตรมาสแรกของปี 2566 บริษัทเตรียมนำเสนอกองทุนใหม่ ในรูปแบบกองทุนที่มีนโยบาย Complex …
อ่านเพิ่มเติม »
หอการค้า มอบสมุดปกขาวให้รัฐ ยกระดับการแข่งขันไทยหอการค้าไทย มอบสมุดปกขาว สรุปแนวทางเพื่อยกระดับการแข่งขัน ของประเทศไทย ให้ภาครัฐ เชื่อ ปีหน้า เศรษฐกิจไทยโตได้ แม้ เศรษฐกิจโลกเปราะบาง
อ่านเพิ่มเติม »
แคนาดาจ่อทบทวนกฎหมายการลงทุนต่างประเทศ เหตุกังวลบทบาทรัฐวิสาหกิจจีน : อินโฟเควสท์แคนาดาเตรียมทบทวนกฎหมายด้านการลงทุนต่างประเทศ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับบทบาทของบรรดาวิสาหกิจของจีน โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นไม่นานหลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนได้ปะทะคารมกับนายจัสติน ทรูโด ผู้นำแคนาดา นอกรอบการประชุม G20 เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลจากเอกสารด้านยุทธ์ศาสตร์ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์นี้ (27 พ.ย.) รัฐบาลของนายทรูโดเตรียมแก้ไขร่างกฎหมายการลงทุนแคนาดา (Investment Canada Act) ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญด้านการลงทุนในต่างประเทศ โดยเตรียมเพิ่มบทบัญญัติใหม่เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากร เทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เอกสารดังกล่าวไม่ได้พูดถึงข้อกำหนดด้านกฎหมายที่เฉพาะเจาะจง แต่ระบุว่า “แคนาดาจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดเมื่อลงทุนกับรัฐวิสาหกิจและองค์กรต่างประเทศที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางใหม่ปฏิบัติใหม่ต่อจีน ซึ่งรัฐบาลของนายทรูโดอธิบายว่าจีนกำลังขยายอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์และบรรทัดฐานระหว่างประเทศ นางเมลานี โจลี รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดาให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กว่า “เราต้องการสร้างความเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถปกป้องความมั่นคงของชาติ โดยเป้าหมายของการใช้งานร่างกฎหมายนี้อีกครั้งก็เพื่อรับประกันว่าเรามีวิธีการที่โปร่งใสยิ่งขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้คาดการณ์ได้ง่ายขึ้นด้วย” ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ปธน.สี จิ้นผิง เผชิญหน้ากับนายทรูโด นอกรอบการประชุมกลุ่ม G20 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยปธน.สีได้แสดงความไม่พอใจที่นายทรูโดนำเรื่องที่หารือกันแบบส่วนตัวไปเปิดเผยให้สื่อมวลชนได้รับรู้ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ย. 65) …
อ่านเพิ่มเติม »
S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือไทย BBB+ จากท่องเที่ยว-ลงทุนหนุน GDP โตต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บริษัท S&P Global Ratings (S&P) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยที่ได้ภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาชาวโลกและจะดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจาก S&P ถือเป็นบริษัทในเครือของ S&P Global Inc.สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก โดยจากรายงานของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ระบุ เหตุผลสำคัญที่ S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตลอดจนการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และอนุญาตให้มีการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย และการที่ประชาชนได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างทั่วถึง เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดย S&P คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 428,000 คน ในปี 64 เป็นประมาณ 10 ล้านคนในปี 65 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ และเศรษฐกิจไทย (Real GDP) …
อ่านเพิ่มเติม »
อุตุฯ คาด 30 พ.ย.- 2 ธ.ค.หลายภาคอากาศแปรปรวน ฝนตก ก่อนอุณหภูมิลด 2-4 องศา : อินโฟเควสท์กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศในช่วงวันที่ 27 – 29 พ.ย. 65 ร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคใต้มีกำลังอ่อน ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทั้งบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในวันที่ 30 พ.ย. – 2 ธ.ค. 65 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองได้ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
สปสช. เดินหน้าโครงการ 'ร้านยารูปแบบใหม่' ดูแลสิทธิบัตรทอง 16 อาการ : อินโฟเควสท์สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จับมือสภาเภสัชกรรม เดินหน้าโครงการ”ร้านยารูปแบบใหม่ Common lliness”ดูแลผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ในร้านยาโดยเภสัชกร ติดตามอาการหลังรับยา 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขั้นตอนรับบริการ 1. ตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการจาก QR Code หรือสังเกตจากสติกเกอร์ “ร้านยาคุณภาพของฉัน” ให้บริการการเจ็บป่วยเล็กน้อย 2. ไปที่ร้านยา นำบัตรประชาชนไปด้วยเภสัชกรจะคัดกรองอาการเบื้องต้น ให้ยาพร้อมคำแนะนำการใช้ยา(หรือแนะนำให้พบแพทย์ ในกรณีที่พบว่ามีอาการที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์) 3. เภสัชกรติดตามอาการของผู้ป่วยในวันที่ 3 ของการจ่ายยา *16 กลุ่มอาการ มีอะไรบ้าง ? 1. ปวดหัว (HEADACHE) 2. เวียนหัว (Dizziness) 3. ปวดข้อ (PAIN IN JOINT) 4. เจ็บกล้ามเนื้อ(MUSCLE PAIN) 5. ไข้ (FEVER) 6. ไอ (COUGH) 7. เจ็บคอ (SORE …
อ่านเพิ่มเติม »