นักวิเคราะห์คาดราคาข้าวเอเชียแพงขึ้น เหตุอินเดียสกัดการส่งออก : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

นักวิเคราะห์คาดราคาข้าวเอเชียแพงขึ้น เหตุอินเดียสกัดการส่งออก : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 55 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 25%
  • Publisher: 68%

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ราคาข้าวในประเทศผู้ส่งออกสำคัญได้แก่ อินเดีย ไทย เวียดนาม และเมียนมา มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น หลังอินเดียตัดสินใจสกัดการส่งออกเพื่อรักษาอุปทานข้าวภายในประเทศ นอกจากนี้ยังเสี่ยงทำให้ราคาข้าวสาลีและข้าวโพดปรับตัวขึ้นตามไปด้วย โดยกรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อบรรดาผู้นำเข้าอาหารที่เผชิญความยากลำบากอยู่แล้วจากต้นทุนที่สูงขึ้น จากผลพวงของสภาพอากาศแปรปรวนและจากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน “ประเทศต่าง ๆ จำนวนมากเสี่ยงเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคงทางอาหารอย่างมาก โดยปัจจัยพื้นฐานทั่วโลกมีแนวโน้มหนุนราคาธัญพืชเพิ่มขึ้น” นายฟิน ซีเบลล์ นักเศรษฐศาสตร์ธุรกิจกสิกรรมของเนชันแนล ออสเตรเลีย แบงก์กล่าว ราคาข้าวสาลีชิคาโกปรับตัวขึ้นในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยได้รับแรงหนุนจากความเคลื่อนไหวเพื่อสกัดการส่งออกข้าวของอินเดีย และการหารือถึงข้อจำกัดของรัสเซียต่อการส่งออกธัญพืชของยูเครน “ราคาข้าวเมียนมามีแนวโน้มปรับตัวขึ้น 50 ดอลลาร์ต่อตัน ในขณะที่ผู้ค้าข้าวในไทยและเวียดนามจะปรับราคาขึ้นตาม” เทรดเดอร์รายหนึ่งในสิงคโปร์กล่าว นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การตัดสินใจของอินเดียจะส่งผลกระทบต่อการหมุนเวียนการค้า เนื่องจากข้าวขาวของอินเดียมีราคาถูกกว่าไทยประมาณ 60 – 70 ดอลลาร์ต่อตัน “ข้าวไทยและเวียดนามจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น โดยเราต้องจับตาว่า อินเดียจะดำเนินนโยบายนี้นานเพียงใด หากเป็นนโยบายระยะยาวก็จะช่วยเพิ่มอุปสงค์การส่งออกข้าวไทย” นายชูเกียรติกล่าว ก่อนหน้านี้ไทยและเวียดนามได้เห็นพ้องกันที่จะร่วมกันปรับขึ้นราคาข้าว โดยเป็นความเคลื่อนไหวที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มอำนาจในตลาดโลก และส่งเสริมรายได้เกษตรกร อนึ่ง กระทรวงการคลังอินเดียประกาศเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) ว่า จะมีการจัดเก็บภาษีส่งออกข้าวเปลือกและข้าวกล้องที่ระดับ …

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ราคาข้าวในประเทศผู้ส่งออกสำคัญได้แก่ อินเดีย ไทย เวียดนาม และเมียนมา มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น หลังอินเดียตัดสินใจสกัดการส่งออกเพื่อรักษาอุปทานข้าวภายในประเทศ นอกจากนี้ยังเสี่ยงทำให้ราคาข้าวสาลีและข้าวโพดปรับตัวขึ้นตามไปด้วย โดยกรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อบรรดาผู้นำเข้าอาหารที่เผชิญความยากลำบากอยู่แล้วจากต้นทุนที่สูงขึ้น...

“ประเทศต่าง ๆ จำนวนมากเสี่ยงเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคงทางอาหารอย่างมาก โดยปัจจัยพื้นฐานทั่วโลกมีแนวโน้มหนุนราคาธัญพืชเพิ่มขึ้น”ราคาข้าวสาลีชิคาโกปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยได้รับแรงหนุนจากความเคลื่อนไหวเพื่อสกัดการส่งออกข้าวของอินเดีย และการหารือถึงข้อจำกัดของรัสเซียต่อการส่งออกธัญพืชของยูเครน

“ราคาข้าวเมียนมามีแนวโน้มปรับตัวขึ้น 50 ดอลลาร์ต่อตัน ในขณะที่ผู้ค้าข้าวในไทยและเวียดนามจะปรับราคาขึ้นตาม”นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การตัดสินใจของอินเดียจะส่งผลกระทบต่อการหมุนเวียนการค้า เนื่องจากข้าวขาวของอินเดียมีราคาถูกกว่าไทยประมาณ 60 – 70 ดอลลาร์ต่อตัน

“ข้าวไทยและเวียดนามจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น โดยเราต้องจับตาว่า อินเดียจะดำเนินนโยบายนี้นานเพียงใด หากเป็นนโยบายระยะยาวก็จะช่วยเพิ่มอุปสงค์การส่งออกข้าวไทย”อนึ่ง กระทรวงการคลังอินเดียประกาศเมื่อวานนี้ ว่า จะมีการจัดเก็บภาษีส่งออกข้าวเปลือกและข้าวกล้องที่ระดับ 20% ขณะเดียวกัน การส่งออกข้าวกึ่งขัดสีและข้าวขาว ยกเว้นข้าวนึ่งและข้าวบาสมาติ จะถูกเก็บภาษีด้วยเช่นกัน โดยข้าวจัดเป็นสินค้าเกษตรสำคัญลำดับ 3...

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

WHA ปิดดีลขายที่ดินผืนใหญ่ 600 ไร่ให้ BYD ตั้ง รง.ผลิตรถ EV รุกอาเซียน-ยุโรป : อินโฟเควสท์WHA ปิดดีลขายที่ดินผืนใหญ่ 600 ไร่ให้ BYD ตั้ง รง.ผลิตรถ EV รุกอาเซียน-ยุโรป : อินโฟเควสท์นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) เปิดเผยว่า บริษัทลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งใหญ่กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ “บีวายดี” (BYD) จำนวน 600 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมลำดับที่ 11 ของ WHA ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การซื้อขายที่ดินกับ บีวายดี ครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี ของ WHA เน้นให้เห็นถึงกลยุทธ์ในการสนับสนุนโครงการอีอีซี และการดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve Industry) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด จะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าพวงมาลัยขวาที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 67 ด้วยกำลังการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าจำนวน 150,000 คัน/ปี เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆในกลุ่มอาเซียนและยุโรป บีวายดี ก่อตั้งในประเทศจีน โดยมีประสบการณ์ด้านการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่มานานกว่า …
อ่านเพิ่มเติม »

กบง. เคาะแพคเกจมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน : อินโฟเควสท์กบง. เคาะแพคเกจมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน : อินโฟเควสท์นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลต่อเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงทั่วโลก ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน (พน.) ได้ออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการมาอย่างต่อเนื่องนั้น โดยที่ประชุม กบง. ได้มีการพิจารณาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน รวมถึงการทบทวนกำหนดราคา LPG และ NGV เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยมีมติเห็นชอบการขยายมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. -31 ธ.ค.65 โดยให้คงสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วอยู่ที่ร้อยละ 5 (B5) และขอความร่วมผู้ค้าน้ำมันคงค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มดีเซล ไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร ทั้งนี้กระทรวงพลังงาน จะติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันอย่างใกล้ชิด หากมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ปาล์มน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปาล์ม ให้นำเสนอ กบง. พิจารณาต่อไป พร้อมทั้ง เห็นชอบให้ตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (LPG) ในเดือนต.ค. ที่ราคา 408 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม 1 เดือน (1-31 ต.ค.65) และมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงาน …
อ่านเพิ่มเติม »

Zipmex เข้าพบ ตร.แจงความคืบหน้าแก้ไขปัญหาพร้อมจัด Town Hall เร่งฟื้นเชื่อมั่น : อินโฟเควสท์Zipmex เข้าพบ ตร.แจงความคืบหน้าแก้ไขปัญหาพร้อมจัด Town Hall เร่งฟื้นเชื่อมั่น : อินโฟเควสท์ซิปเม็กซ์ (Zipmex) นำโดย นายเอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง Zipmex ประเทศไทย พร้อมด้วยทีมงาน และตัวแทนทางกฎหมาย เดินทางเข้าพบกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ วานนี้ (7 ก.ย.) เพื่อชี้แจงความคืบหน้าของการแก้ไขสถานการณ์ และการจัดประชุม Town Hall ซึ่งจะเกิดขึ้นกลางเดือนนี้ พร้อมแสดงความพร้อมในแผนการปรับโครงสร้างบริษัทฯ เพื่อหาทางออกที่เป็นธรรมที่สุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนเรียกความเชื่อมั่นของบริษัทฯ กลับคืนมา โดยมี พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ในการเข้าพบครั้งนี้ นายเอกลาภ ได้รายงานถึงความคืบหน้าของสถานการณ์ในทิศทางที่ดีขึ้น และชี้แจงการดำเนินงานของบริษัทในการแก้ไขสถานการณ์ พร้อมเผยถึงแผนการเยียวยาลูกค้า โดยซิปเม็กซ์ได้มีการเปิด Z Wallet อีกครั้ง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเหรียญที่ไม่ได้รับผลกระทบได้แล้ว ซึ่งสามารถเยียวยาลูกค้าได้กว่า 60% และสำหรับเหรียญ ZMT ก็ได้มีการเปิดให้ลูกค้าเข้าถึงเหรียญตั้งแต่ช่วงเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ซิปเม็กซ์ ยังได้มีการรายงานสถานการณ์กับหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนต่าง …
อ่านเพิ่มเติม »

ดัชนีเชื่อมั่นที่พักแรมส.ค.ดีขึ้น นทท.เพิ่มหลังเปิดปท.-ขยายสิทธิเราเที่ยวด้วยกัน : อินโฟเควสท์ดัชนีเชื่อมั่นที่พักแรมส.ค.ดีขึ้น นทท.เพิ่มหลังเปิดปท.-ขยายสิทธิเราเที่ยวด้วยกัน : อินโฟเควสท์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรมเดือน ส.ค.65 พบว่า อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 48% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ทยอยเพิ่มขึ้น หลังจากมีการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ และการขยายสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกันตั้งแต่เดือนก.ค. พร้อมคาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักเดือน ก.ย.65 โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 40% ทั้งนี้ ผู้ประกอบการโรงแรม มีการจ้างงานเฉลี่ย 75% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ขณะที่การจ้างงานโดยรวมเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับอัตราการเข้าพัก และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ทยอยปรับดีขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นการจ้างพนักงานใหม่เพื่อเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วง High season ปลายปี โดยผู้ประกอบการโรงแรมส่วนใหญ่ 60% ยังคงกังวลสูงต่อกำลังซื้อที่อาจจะลดลงจากเงินเฟ้อ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจจะมาน้อยกว่าคาด ขณะที่ความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังค่อนข้างต่ำ ด้านรายได้ของโรงแรมบางส่วนเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ในภาพรวมพบว่ายังอยู่ในระดับต่ำ โดยโรงแรมที่รายได้กลับมาเกิน 50% มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากกลุ่มโรงแรมมากกว่า 4 ดาวเป็นหลัก ขณะที่จำนวนคืนที่เข้าพักในโรงแรมของนักท่องเที่ยว พบว่า ลูกค้าชาวไทย พักเฉลี่ย 1.7 คืนต่อโรงแรม ส่วนลูกค้าต่างชาติ พักเฉลี่ย 3.3 คืนต่อโรงแรม โดยลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอเชีย และตะวันออกกลาง สำหรับมาตรการที่ผู้ประกอบการโรงแรมต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ …
อ่านเพิ่มเติม »

ECB จ่อขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่วันนี้ หวังฉุดเงินเฟ้อประคองค่าครองชีพครัวเรือน : อินโฟเควสท์ECB จ่อขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่วันนี้ หวังฉุดเงินเฟ้อประคองค่าครองชีพครัวเรือน : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในการประชุมวันนี้ (8 ก.ย.) เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงจนเกินควบคุม โดยคาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะเป็นการดำเนินการครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินของ ECB กำลังพยายามควบคุมตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 50 ปีของสหภาพยุโรป (EU) เพราะปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเงินออมของภาคครัวเรือนและบั่นทอนผลผลิตธุรกิจ ขณะนี้ ECB มีอยู่สองตัวเลือกระหว่างการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% และ 0.75% โดยตัวเลขหลังจะเป็นระดับสูงสุดที่ ECB เคยปรับดอกเบี้ยมา แต่ไม่ว่าจะเลือกทางใดก็แสดงให้เห็นถึงทิศทางการดำเนินนโยบายของ ECB ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% หลังเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายสายอนุรักษ์นิยมหลายรายออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงรุก เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ที่คาดการณ์ถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% “เราคิดว่าเป็นอะไรที่สูสีมาก แต่ท้ายที่สุดแล้วตัวเลขที่สูงกว่ามีแนวโน้มจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะการประชุมเดือนก.ย.ถือเป็นโอกาสดีที่สุดในการส่งสัญญาณการตัดสินใจที่ชัดเจนออกไป” นายเจนส์ ไอเซนชมิดต์ นักเศรษฐศาสตร์ของมอร์แกน สแตนลีย์กล่าว “ไม่ว่าจะ 0.50% หรือ 0.75% …เราคิดว่าวงจรการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ ECB จะสิ้นสุดที่ 2% ในเดือนมี.ค.ปีหน้า” สำหรับการประชุมครั้งหลังสุดของ ECB เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น …
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-03 08:17:56