WHA ปิดดีลขายที่ดินผืนใหญ่ 600 ไร่ให้ BYD ตั้ง รง.ผลิตรถ EV รุกอาเซียน-ยุโรป หุ้นไทย ดับบลิวเอชเอคอร์ปอเรชั่น อินโฟเควสท์
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า บริษัทลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งใหญ่กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ “บีวายดี” จำนวน 600 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมลำดับที่ 11 ของ WHA ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน บริษัท บีวายดี จำกัด จะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าพวงมาลัยขวาที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 67 ด้วยกำลังการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าจำนวน 150,000 คัน/ปี เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆในกลุ่มอาเซียนและยุโรป
ด้านนายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า การเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในต่างประเทศที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการขยายบริษัทของเราอย่างแท้จริง พร้อมเสริมว่า หลังจากที่ได้ทำการค้นหาและคัดเลือกอย่างละเอียด ประเทศไทยและนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ได้กลายเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ...
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
BYD เตรียมผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในระยอง หวังเป็นแหล่งผลิตในอาเซียน รัฐบาลไทยหนุนคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BoI) ระบุว่า บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน BYD จะเข้ามาลงทุนเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดระยองด้ว
อ่านเพิ่มเติม »
CIMBT มองศก.ไทยแนวโน้มฟื้นตัวแต่ไม่ทั่วถึง ฟากส.อ.ท.หนุน S-Curve, BCG ขับเคลื่อน : อินโฟเควสท์นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวสัมมนาในหัวข้อ “การกอบกู้และก้าวต่อของเศรษฐกิจไทย The Great Reset” โดยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ มีโอกาสจะโตได้มากกว่า 3% ขณะที่ปี 66 มีโอกาสจะโตได้ 4% แต่การฟื้นตัวจะยังเป็นแบบไม่ทั่วถึง ดังนั้นจึงเสนอโมเดลที่เปรียบเทียบเศรษฐกิจไทยว่าเป็น “แฝดสยาม” เนื่องจากแม้จะยังมีการเติบโต แต่ก็ต้องมองอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง โดยในธุรกิจประเภทเดียวกัน อาจจะมีทั้งกลุ่มที่อ่อนแอ และกลุ่มที่สามารถฟื้นตัวได้ดี โดยเศรษฐกิจไทย อาจแยกเป็น 2 ส่วน คือในแฝดที่แข็งแรง และในแฝดที่อ่อนแอ กล่าวคือ แฝดที่แข็งแรง เช่น อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป การท่องเที่ยวเมืองหลัก คอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า ธุรกิจขนาดใหญ่ที่เน้นการส่งออกและลงทุนต่างประเทศ ส่วนแฝดที่อ่อนแอ เช่น ภาคการเกษตร การท่องเที่ยวเมืองรอง อสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัด ธุรกิจที่เน้นการใช้ในประเทศและ SME เป็นต้น …
อ่านเพิ่มเติม »
ปธ.FETCO ชี้ช่องจังหวะลงทุนท่ามกลางวิกฤติ มองโอกาสเงินไหลเข้าอาเซียน-ไทย : อินโฟเควสท์นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในรอบนี้คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 2-3 ปี โดยจะแบ่งเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 หลังจากดัชนีต่างๆปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 ปีก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาประกาศว่าเตรียมจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย และดึงสภาพคล่องออกจากตลาด ทำให้นักลงทุนหนีตาย และดัชนีต่างๆได้ปรับตัวลดลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รวมถึงสกุลเงินดิจิทัลด้วย ซึ่งช่วงนี้ได้ผ่านไปแล้วในครึ่งปีแรกของปี 65 ช่วงที่ 2 คือ เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะกินระยะเวลาอย่างน้อยจนถึงกลางปี-ปลายปี 66 เพื่อกดให้เงินเฟ้อปรับตัวลดลงมาให้ได้ ช่วงที่ 3 เป็นช่วงของเศรษฐกิจชะลอตัว และเงินเฟ้อเริ่มลดลงเข้าสู่เป้าหมาย หลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงที่ 4 คือ ช่วงเวลาที่จะลดดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับตลาดในประเทศเกิดใหม่จะเริ่มเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในกลาง-ปลายช่วงที่ 3 เริ่มเกิดวิกฤติเนื่องจากประเทศเกิดใหม่ไม่สามารถรับกับดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้นไปสูงขนาดนั้นได้ “เราอยากจะให้นักลงทุนเห็นพร้อมๆกันว่าช่วงวิกฤติมีทั้งหมด 4 ช่วง ซึ่งการลงทุนของนักลงทุนไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้วิกฤตจบเท่านั้นถึงจะเข้าลงทุน เพราะหลายครั้งนักลงทุนคิดว่า แย่ที่สุดได้ผ่านไปแล้วก็สามารถที่จะเข้าลงทุนได้ เพราะฉะนั้นอยากให้นักลงทุนคิดว่าเราอยู่ในช่วงไหนแล้วจะลงทุนอย่างไร”นายกอบศักดิ์ กล่าว นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง …
อ่านเพิ่มเติม »
TOP เปิดจองหุ้นเพิ่มทุน 9-16 ก.ย.ทรานฟอร์มสู่ผู้นำธุรกิจพลังงาน-เคมีภัณฑ์ยั่งยืน : อินโฟเควสท์นายธนิก ธราวิศิษฏ์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking and Capital Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และตัวแทน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า แผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ.ไทยออยล์ (TOP) กำหนดช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้นที่ 52-54 บาทต่อหุ้น บริษัทจะจัดสรรเพื่อเสนอขายแก่ประชาชน จำนวนไม่เกิน 192,307,693 หุ้น ซึ่งรวมจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ต่ำกว่า 80% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่เสนอขายครั้งนี้ และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment Shares) คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่เสนอขายครั้งนี้ โดยไทยออยล์จะพิจารณาการจัดสรรให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ และแผนการปรับโครงสร้างเงินทุนของไทยออยล์ สำหรับผู้ถือหุ้นเดิมที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้น สามารถจองซื้อตามสิทธิที่ได้รับจัดสรร หรือเกินกว่าสิทธิที่ได้รับจัดสรร (ไม่กำหนดจำนวนจองซื้อสูงสุด) หรือน้อยกว่าสิทธิที่ได้รับจัดสรรก็ได้ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://ero.scbs.com หรือ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ในฐานะตัวแทนรับจองซื้อหุ้น ตั้งแต่ 9-16 ก.ย.นี้ ส่วนผู้ลงทุนทั่วไปสามารถจองซื้อผ่านผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ประกอบด้วย บล.อินโนเวสท์ เอกซ์, …
อ่านเพิ่มเติม »