คิวบาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่จากสหรัฐฯ ยืนยันไม่ยอมเจรจาเรื่องอธิปไตย

ข่าวต่างประเทศ News

คิวบาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่จากสหรัฐฯ ยืนยันไม่ยอมเจรจาเรื่องอธิปไตย
คิวบาสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตร

ประธานาธิบดีคิวบาวิพากษ์วิจารณ์การขยายมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐฯ ย้ำว่าคิวบาไม่ใช่ภัยคุกคาม และจะไม่ยอมเจรจาเรื่องอธิปไตย ขณะที่สหรัฐฯ มุ่งเป้าบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน

ประธานาธิบดี คิวบา มิเกล ดิอาซ-กาเนล ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการขยายมาตรการ คว่ำบาตร รอบใหม่จาก สหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำว่า คิวบา ไม่ได้เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อ ความมั่นคง ของสหรัฐฯ และการกระทำดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความต้องการของประชาชนชาวอเมริกันอย่างแท้จริง การประกาศนี้เกิดขึ้นระหว่างการเข้าร่วมงานประชุมที่กรุงฮาวานา ซึ่งประธานาธิบดี ดิอาซ-กาเนล ได้ประณามคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขยายขอบเขตการ คว่ำบาตร ต่อรัฐบาล คิวบา อย่างชัดเจน โดยมองว่าการตัดสินใจนี้มีแรงจูงใจอื่นนอกเหนือจากความกังวลด้าน ความมั่นคง ที่แท้จริง มาตรการ คว่ำบาตร ชุดใหม่นี้มุ่งเป้าไปที่บุคคลและนิติบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ความมั่นคง ของ คิวบา รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการละเมิด สิทธิมนุษยชน อย่างร้ายแรง เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อบุคคลต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในหลากหลายภาคส่วนของ คิวบา เช่น ภาคพลังงาน การป้องกันประเทศ ความมั่นคง การทำเหมืองแร่ และภาคบริการทางการเงิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะตัดขาด คิวบา จากแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนจากต่างประเทศอย่างครอบคลุม การขยายขอบเขตการ คว่ำบาตร นี้เป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาล คิวบา ให้เปลี่ยนแปลงนโยบายภายในประเทศ และอาจมีเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายความสามารถของรัฐบาลในการรักษาอำนาจ รัฐมนตรีต่างประเทศ คิวบา ได้ตอบโต้ด้วยการยืนยันว่ามาตรการ คว่ำบาตร เหล่านี้เป็นการลงโทษประชาชนชาว คิวบา โดยตรง และ คิวบา ยังคงมุ่งมั่นที่จะปกป้องระบอบสังคมนิยมของตนเองอย่างแน่วแน่ นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศยังประกาศว่า คิวบา จะไม่เข้าร่วมการเจรจาใดๆ กับสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับ อธิปไตย เอกราช และสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองอย่างเด็ดขาด การประกาศนี้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวของ คิวบา ในการต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอก และยืนหยัดในหลักการของตนเอง แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี ทรัมป์ ยังคงเดินหน้าบังคับใช้มาตรการกดดัน คิวบา อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปิดล้อมการขนส่งน้ำมัน ซึ่งส่งผลให้ คิวบา ประสบปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง และเกิดภาวะไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างบ่อยครั้งทั่วประเทศ สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนชาว คิวบา และสร้างความท้าทายอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ การขาดแคลนพลังงานยังส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการบริการ ทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของ คิวบา เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น การ คว่ำบาตร คิวบา โดยสหรัฐฯ มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปในช่วงสงครามเย็น ซึ่งเริ่มต้นจากการตอบโต้การปฏิวัติ คิวบา และการเข้าใกล้ชิดกับสหภาพโซเวียต แม้ว่าในช่วงเวลาหนึ่งจะมีการผ่อนคลายความสัมพันธ์และการเปิดการเจรจา แต่มาตรการ คว่ำบาตร ส่วนใหญ่ยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน การขยายมาตรการ คว่ำบาตร ในครั้งนี้เป็นการย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างสองประเทศ และแสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน การ คว่ำบาตร ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของ คิวบา ทำให้ประเทศขาดแคลนสินค้าจำเป็น และจำกัดความสามารถในการเข้าถึงตลาดโลก คิวบา พยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศอื่นๆ เช่น จีน รัสเซีย และเวเนซุเอลา แต่ความพยายามเหล่านี้ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการ คว่ำบาตร ของสหรัฐฯ ได้อย่างเต็มที่ สถานการณ์ปัจจุบันนี้ยังสร้างความกังวลให้กับประชาคมระหว่างประเทศหลายฝ่าย ซึ่งมองว่าการ คว่ำบาตร เป็นเครื่องมือที่ล้าสมัยและไม่เป็นธรรม และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนชาว คิวบา อย่างมาก หลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกหรือผ่อนปรนมาตรการ คว่ำบาตร เพื่อเปิดโอกาสให้ คิวบา พัฒนาเศรษฐกิจและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่ามาตรการ คว่ำบาตร มีความจำเป็นเพื่อกดดันให้ คิวบา ปฏิรูปการเมืองและเคารพ สิทธิมนุษยชน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และ คิวบา จำเป็นต้องมีการเจรจาอย่างเปิดเผยและสร้างสรรค์ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย และเคารพใน อธิปไตย และเอกราชของกันและกั.

ประธานาธิบดีคิวบา มิเกล ดิอาซ-กาเนล ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการขยายมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่จากสหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำว่าคิวบาไม่ได้เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และการกระทำดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความต้องการของประชาชนชาวอเมริกันอย่างแท้จริง การประกาศนี้เกิดขึ้นระหว่างการเข้าร่วมงานประชุมที่กรุงฮาวานา ซึ่งประธานาธิบดีดิอาซ-กาเนลได้ประณามคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขยายขอบเขตการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลคิวบาอย่างชัดเจน โดยมองว่าการตัดสินใจนี้มีแรงจูงใจอื่นนอกเหนือจากความกังวลด้านความมั่นคงที่แท้จริง มาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่นี้มุ่งเป้าไปที่บุคคลและนิติบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานความมั่นคงของคิวบา รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อบุคคลต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในหลากหลายภาคส่วนของคิวบา เช่น ภาคพลังงาน การป้องกันประเทศ ความมั่นคง การทำเหมืองแร่ และภาคบริการทางการเงิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะตัดขาดคิวบาจากแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนจากต่างประเทศอย่างครอบคลุม การขยายขอบเขตการคว่ำบาตรนี้เป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลคิวบาให้เปลี่ยนแปลงนโยบายภายในประเทศ และอาจมีเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายความสามารถของรัฐบาลในการรักษาอำนาจ รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบาได้ตอบโต้ด้วยการยืนยันว่ามาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้เป็นการลงโทษประชาชนชาวคิวบาโดยตรง และคิวบายังคงมุ่งมั่นที่จะปกป้องระบอบสังคมนิยมของตนเองอย่างแน่วแน่ นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศยังประกาศว่าคิวบาจะไม่เข้าร่วมการเจรจาใดๆ กับสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตย เอกราช และสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองอย่างเด็ดขาด การประกาศนี้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวของคิวบาในการต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอก และยืนหยัดในหลักการของตนเอง แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเดินหน้าบังคับใช้มาตรการกดดันคิวบาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปิดล้อมการขนส่งน้ำมัน ซึ่งส่งผลให้คิวบาประสบปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง และเกิดภาวะไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างบ่อยครั้งทั่วประเทศ สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนชาวคิวบา และสร้างความท้าทายอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ การขาดแคลนพลังงานยังส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการบริการ ทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของคิวบาเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น การคว่ำบาตรคิวบาโดยสหรัฐฯ มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปในช่วงสงครามเย็น ซึ่งเริ่มต้นจากการตอบโต้การปฏิวัติคิวบาและการเข้าใกล้ชิดกับสหภาพโซเวียต แม้ว่าในช่วงเวลาหนึ่งจะมีการผ่อนคลายความสัมพันธ์และการเปิดการเจรจา แต่มาตรการคว่ำบาตรส่วนใหญ่ยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน การขยายมาตรการคว่ำบาตรในครั้งนี้เป็นการย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างสองประเทศ และแสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน การคว่ำบาตรส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของคิวบา ทำให้ประเทศขาดแคลนสินค้าจำเป็น และจำกัดความสามารถในการเข้าถึงตลาดโลก คิวบาพยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศอื่นๆ เช่น จีน รัสเซีย และเวเนซุเอลา แต่ความพยายามเหล่านี้ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ได้อย่างเต็มที่ สถานการณ์ปัจจุบันนี้ยังสร้างความกังวลให้กับประชาคมระหว่างประเทศหลายฝ่าย ซึ่งมองว่าการคว่ำบาตรเป็นเครื่องมือที่ล้าสมัยและไม่เป็นธรรม และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนชาวคิวบาอย่างมาก หลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกหรือผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เพื่อเปิดโอกาสให้คิวบาพัฒนาเศรษฐกิจและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่ามาตรการคว่ำบาตรมีความจำเป็นเพื่อกดดันให้คิวบาปฏิรูปการเมืองและเคารพสิทธิมนุษยชน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และคิวบาจำเป็นต้องมีการเจรจาอย่างเปิดเผยและสร้างสรรค์ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย และเคารพในอธิปไตยและเอกราชของกันและกั

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBS /  🏆 52. in TH

คิวบา สหรัฐอเมริกา คว่ำบาตร ดิอาซ-กาเนล ทรัมป์ ความมั่นคง สิทธิมนุษยชน อธิปไตย

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-05-14 12:04:35