SCB EIC มองตลาดบ้านปี 66 ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป ดอกเบี้ย-เงินเฟ้อฉุดกำลังซื้อ : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

SCB EIC มองตลาดบ้านปี 66 ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป ดอกเบี้ย-เงินเฟ้อฉุดกำลังซื้อ : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 55 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 25%
  • Publisher: 68%

SCB EIC มองตลาดบ้านปี 66 ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป ดอกเบี้ย-เงินเฟ้อฉุดกำลังซื้อ SCBEIC ธนาคารไทยพาณิชย์ เศรษฐกิจไทย อินโฟเควสท์

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปี 66 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อจากทั้งในประเทศ และต่างชาติ โดยหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศในปี 66 มีแนวโน้มขยายตัวราว 1-6%YOY อยู่ที่ระดับราว 397,000-418,000 หน่วย ส่วนมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศในปี 66 มีแนวโน้มขยายตัวราว 2-7% YOY อยู่ที่ระดับราว 1.09-1.14 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากเงินเฟ้อ และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะทำให้การฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้จำเป็นต้องกลับมาติดตามสถานการณ์หน่วยเหลือขายสะสม ที่มีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง นอกจากนี้ ต้นทุนก่อสร้างที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จะยังเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น

ต้นทุนก่อสร้างที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากทั้งราคาที่ดิน รวมถึงค่าแรงงานที่มีแนวโน้มปรับขึ้น ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้างสำคัญ อย่างเหล็ก และปูนซีเมนต์ ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา การพัฒนาที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทอย่างระมัดระวัง โดยพิจารณาหน่วยเหลือขายสะสมในแต่ละพื้นที่ควบคู่ไปด้วย แม้ว่าที่อยู่อาศัยในระดับราคา Affordable ยังคงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ที่คาดว่ายังคงมีความต้องการจากผู้ซื้อ รวมถึงบ้านเดี่ยวบ้านแฝดระดับราคาปานกลาง-บน มีแนวโน้มแข่งขันกันเข้มข้นมากขึ้น การเลือกเปิดโครงการในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของโครงการใหม่สูง หรือพื้นที่ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของหน่วยเหลือขายสะสมสูง...

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

DRT มั่นใจ H1/66 โตตามเป้า กางแผนรับความเสี่ยงจากนโยบายปรับค่าแรง : อินโฟเควสท์DRT มั่นใจ H1/66 โตตามเป้า กางแผนรับความเสี่ยงจากนโยบายปรับค่าแรง : อินโฟเควสท์นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) กล่าวว่า อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์มีความกังวลต่อนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 450 บาท เนื่องจากเป็นภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการใช้แรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการปรับขึ้นค่าแรงดังกล่าวจะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนให้สูงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมความพร้อมบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยสูงกว่า 80-90% เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ (Economy of Scale) การลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งบริหาร Product Mix รักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงน้อยที่สุดและสามารถสนับสนุนกับความต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้างที่ยังมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงบวกของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยช่องทางห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ยังมีอัตราการขยายตัวที่ดีตามการเปิดสาขาใหม่ของคู่ค้า จึงมั่นใจว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปีนี้จะยังรักษาอัตราการเติบโตได้ตามแผน จากข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันในด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และแบรนด์ “ตราเพชร” ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าและช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย หลังจากผลงานในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายเติบโต 12.32% สูงกว่าเป้าหมาย “แม้จะมีความเสี่ยงด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงของแรงงาน แต่เรามั่นใจว่าจะผลักดันการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยพยายามบริหารจัดการปัจจัยลบดังกล่าวให้ที่ดีสุด” นายสาธิต กล่าว โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 มิ.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »

เลือกตั้ง'66: กกต.แจงคดี 'พิธา' ยังอยู่ชั้นพิจารณารับคำร้องหรือไม่ ไม่ถึงขั้นตั้งคกก.ไต่สวน : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: กกต.แจงคดี 'พิธา' ยังอยู่ชั้นพิจารณารับคำร้องหรือไม่ ไม่ถึงขั้นตั้งคกก.ไต่สวน : อินโฟเควสท์นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องตรวจสอบคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีว่าเข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญกรณีถือหุ้นบมจ.ไอทีวี (ITV) หรือไม่ หลังมีการรายงานว่า สำนักงาน กกต. ได้เสนอความเห็นต่อที่ประชุม คณะกรรมการ กกต. พิจารณา แล้ววานนี้ว่า กรณีนี้ เป็นเรื่องที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบกรณีการขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ดังนั้น กกต. จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบกรณีมีคำร้อง หรือเหตุอันควรสงสัย หรือความปรากฎว่ามีการกระทำใดอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง นายอิทธิพร ยืนยันว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารับคำร้องไว้ดำเนินการตามระเบียบหรือไม่เท่านั้น กกต. ยังไม่ได้พิจารณาว่ากรณีมีมูลต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวนหรือไม่ แต่อย่างใด โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มิ.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »

ERW บวกเล็กน้อยรับค่าห้องเม.ย.-พ.ค.โตเด่นแม้โลว์ซีซั่น-คาดนทท.จีนเร่งตัวขึ้น H2/66 : อินโฟเควสท์ERW บวกเล็กน้อยรับค่าห้องเม.ย.-พ.ค.โตเด่นแม้โลว์ซีซั่น-คาดนทท.จีนเร่งตัวขึ้น H2/66 : อินโฟเควสท์ERW บวก 0.91% หรือเพิ่มขึ้น 0.04 บาท มาที่ 4.44 บาท มูลค่าซื้อขาย 4.74 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.04 น.จากราคาเปิด 4.44 บาท ราคาสูงสุด 4.46 บาท ราคาต่ำสุด 4.42 บาท บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) และราคาเป้าหมายปี 2023E ที่ 6.00 บาท อิง DCF (WACC 7.6%, terminal growth 2.5%) โดยจากการอัพเดทกับทางบริษัท มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อธุรกิจในเดือน เม.ย.-พ.ค. 66 แม้ว่าจะเป็นช่วง Low season เพราะยังมี pent-up demand อยู่ โดยภาพรวม […]
อ่านเพิ่มเติม »

NWR หั่นเป้างานใหม่ปี 66 ลงครึ่งหนึ่งเหลือ 7 พันลบ.จัดตั้งรบ.ยังไม่ชัดเจนส่องานรัฐดีเลย์ : อินโฟเควสท์NWR หั่นเป้างานใหม่ปี 66 ลงครึ่งหนึ่งเหลือ 7 พันลบ.จัดตั้งรบ.ยังไม่ชัดเจนส่องานรัฐดีเลย์ : อินโฟเควสท์นายปสันน สวัสดิ์บุรี รองกรรมการ ผู้จัดการอาวุโส บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) เปิดเผยว่า แนวโน้มของการประมูลงานใหม่ในปี 66 หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน และใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ส่งผลกระทบต่อโครงการประมูลงานใหม่จากภาครัฐที่ออกมาช้ากว่าที่บริษัทคาดไว้ ซึ่งบริษัทมีการติดตามงานประมูลโครงการที่จะเข้าร่วมประมูลราว 3 หมื่นล้านบาท และคาดหวังได้รับงานเข้ามาราว 1.4 หมื่นล้านบาท แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันในการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังรอความชัดเจนอยู่ ทำให้บริษัทปรับลดคาดการณ์เป้าหมายการคาดหวังได้รับงานใหม่เข้ามาเหลือ 7 พันล้านบาท จากแนวโน้มของการเปิดประมูลงานโครงการภาครัฐใหม่ๆที่จะอาจจะต้องเลื่อนออกไปในปี 67 เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเดินหน้าในการทำงานที่ได้รับมาแล้วอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามแผนงานในการส่งมอบงานและรับรู้รายได้เข้ามา เพื่อทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2/66 เป็นต้นไป ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทมีกำไรได้ หลังจากไตรมาส 1/66 มีผลการดำเนินงานขาดทุนราว 98 ล้านบาท แม้ว่ารายได้ในปี 66 คาดว่าจะใกล้เคียงหรือต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อย ซึ่งจะมีการรับรู้รายได้จากมูลค่างานในมือ (Backlog) เข้ามาราว 35% จาก Backlog ที่มีอยู่ราว 3.3 หมื่นล้านบาท สำหรับผลกระทบของการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้นมองว่าในเรื่องผลกระทบของต้นทุนรวมอาจจะมีผลกระทบราว 2% แต่หากทางรัฐบาลชุดใหม่มีการช่วยเหลือในการลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการก็จะทำให้ผลกระทบลดลงได้ แต่อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำยังคงต้องรอติดตามหลังจากจัดตั้งรัฐบาลแล้ว และการปรับขึ้นค่าแรงก็เป็นไปตามกลไก ซึ่งในส่วนของบริษัทสามารถรองรับผลกระทบจากค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้นได้ […]
อ่านเพิ่มเติม »

เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ แต่งตัวเตรียมเข้า SET ตั้งเป้ารายได้ปี 66 โตกว่า 10% : อินโฟเควสท์เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ แต่งตัวเตรียมเข้า SET ตั้งเป้ารายได้ปี 66 โตกว่า 10% : อินโฟเควสท์นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเรียบร้อยแล้ว เพื่อยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานสากลและการเติบโตอย่างยั่งยืน ให้สอดคล้องกับแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และนับเป็นอีกก้าวที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และศักยภาพของ PCE ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมปาล์มครบวงจรในอนาคต บริษัทตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 65 ที่มีรายได้ 3.26 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 214 ล้านบาท โดยจะเน้นการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ให้มีมาตรฐานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายฐานลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ควบคู่ไปกับการบริหารงานด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยการบริการที่ครบวงจรและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ตลอดจนวางรากฐานและปรับโครงสร้างธุรกิจให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้กลุ่ม PCE ประกอบด้วย บริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย น้ำมันไบโอดีเซล น้ำมันปาล์มดิบ และน้ำมันพืชสำหรับการบริโภค ภายใต้ตราสินค้า “รินทิพย์” โดยโรงงานรีไฟน์น้ำมันปาล์ม สามารถผลิตได้ 1,800 ตัน/วัน แบ่งเป็นน้ำมันปาล์มสำหรับบริโภคกึ่งสำเร็จรูปและสำเร็จรูปได้วันละ 1,000 ตัน และสำหรับผลิตเป็น B100 เพื่อเป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซลได้อีก […]
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-03-28 22:56:26