“รมว.เอกนัฏ” สั่ง “โอ๋ สุดซอย” ลงพื้นที่กำกับซ่อมท่อน้ำมันรั่วพระราม 3 เปลี่ยนท่อ 14 เมตรแล้ว เร่ง Run Pig–ตรวจทดสอบคุณภาพท่อน้ำมัน
“รมว. เอกนัฏ” สั่ง “โอ๋ สุดซอย” ลงพื้นที่กำกับซ่อมท่อน้ำมันรั่วพระราม 3 เปลี่ยนท่อ 14 เมตรแล้ว เร่ง Run Pig–ตรวจทดสอบคุณภาพท่อน้ำมัน เพื่อความปลอดภัยป้องกันเหตุซ้ำน.
ส.
ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ “ทีมสุดซอยพลังงาน” พร้อมด้วย นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันบริเวณย่านพระราม 3 หลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหล โดยได้ติดตามการดำเนินงานของทีมช่าง รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัยและการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด น.
ส.
ฐิติภัสร์ กล่าวถึงความคืบหน้าการซ่อมแซมล่าสุด พบว่าการดำเนินงานมีความคืบหน้าไปอย่างมาก โดยทีมช่างได้ดำเนินการเปลี่ยนท่อในส่วนที่พบจุดรอยรั่วทั้งแท่ง ความยาว 14 เมตร เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ได้แก่ การทำความสะอาดและตรวจสอบสภาพภายในท่อ หรือ Run Pig ตลอดทั้งเส้นทางขนส่งน้ำมัน เพื่อให้มั่นใจว่าภายในระบบท่อมีความพร้อมและปลอดภัยก่อนกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งนอกจากนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังได้สั่งการให้มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อประเมินผลกระทบและยืนยันความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อม โดยจะยังไม่อนุญาตให้กลับมาเปิดใช้งานท่อส่งน้ำมันจนกว่าการตรวจสอบทั้งหมดจะเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด ทั้งนี้ คาดว่าท่อส่งน้ำมันจะสามารถกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน “การตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล กระทรวงพลังงานได้ให้ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือ MTEC เข้ามาดำเนินการตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุของการรั่วไหลที่แน่ชัด โดยจะนำข้อมูลเชิงลึกจากการตรวจสอบมาวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและยกระดับความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต”น.
ส. ฐิติภัสร์ กล่าว น. ส.
ฐิติภัสร์ ยังกล่าวถึงการดูแลผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ ได้มีการสั่งการให้บริษัทเจ้าของท่อดำเนินการตรวจสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยรอบที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างความมั่นใจและดูแลประชาชนอย่างครอบคลุม พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้บริษัทเจ้าของท่อเร่งหารือร่วมกับผู้ประกอบการและร้านค้าที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น และดำเนินการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาอย่างเป็นธรรมและรวดเร็วที่สุด โดยให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยตรง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีความห่วงใยต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก จึงได้สั่งการให้ตนเองและกรมธุรกิจพลังงานลงพื้นที่เพื่อติดตามและกำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุด”
