PCC ปิดเทรดวันแรก 3.42 บาท ต่ำกว่า IPO 14.50% โบรกฯให้ราคาเหมาะสมปี 66 ที่ 4.71 บาท หุ้นไทย พรีไซซคอร์ปอเรชั่น อินโฟเควสท์
หุ้น PCC ปิดเทรดวันแรกที่ 3.42 บาท ลดลง 0.58 บาท จากราคาขาย IPO ที่ 4.00 บาท/หุ้น มูลค่าซื้อขาย 2,314.51 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 4.02 บาท ราคาขึ้นสูงสุด 4.22 บาท และราคาลงต่ำสุด 3.42 บาท
บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น ว่า จากการประมาณการเบื้องต้น PCC มีมูลค่าที่เหมาะสมในปี 66 ที่ 4.71 บาท สำหรับ PCC มองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า รับแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นตามเมกะเทรนด์ต่างๆ ในปัจจุบัน จากโครงสร้างกลุ่มธุรกิจของบริษัทที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของระบบอุตสาหกรรมไฟฟ้า ทั้งธุรกิจการผลิต และจำหน่ายชิ้นส่วนอุปกรณ์ในระบบจ่ายไฟฟ้าซึ่งช่วยสร้างการเติบโตของรายได้, ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่มีงานในมือสม่ำเสมอ...
อีกทั้งยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งจะเป็นส่วนเข้ามาช่วยหนุนขยายกำลังการผลิตและสร้างกำไรแก่กลุ่มบริษัทในอนาคต สำหรับความเสี่ยงที่ต้องระวังของ PCC คือ ความเสี่ยงจากการแข่งขันในอุตสาหกรรม และความเสี่ยงจากการดำเนินงานที่อาจล่าช้าสำหรับธุรกิจรับเหมา
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
PCC ปิดเทรดช่วงเช้าที่ 4.00 บาท เท่ากับราคา IPO : อินโฟเควสท์หุ้น PCC ปิดเทรดช่วงเช้าที่ 4.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาขาย IPO มูลค่าซื้อขาย 1,792.26 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 4.02 บาท ราคาขึ้นสูงสุด 4.22 บาท และราคาลงต่ำสุด 3.94 บาท บล.โกลเบล็ก ระบุในบทวิเคราะห์หุ้น บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น (PCC) ประเมินราคาเหมาะสม consensus 4.70-4.80 บาท PCC ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น(Holding Company) ประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลักดังนี้ 1.ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบจ่ายไฟฟ้า งานบริหารโครงการ งานบริการ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าทั้งแรงต่ำและแรงสูงขนาดไม่เกิน 115 kv และระบบบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ 2.รับเหมาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ผลิตและติดตั้งระบบควบคุมสำหรับระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และผลิตมิเตอร์อัจฉริยะ 3.ลงทุนในธุรกิจผลิตและจ่าหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และผลิตเชื้อเพลิงจากพืชพลังงาน และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ผลประกอบการ ปี 62-64 และงวด 6 เดือนของปี 65 …
อ่านเพิ่มเติม »
ราคาทองเปิดตลาด ราคาทองปรับลง 100 บาท ขายออกที่บาทละ 29,650 บาทราคาทอง โดยสมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองวันนี้ (20 ต.ค.65) เปิดตลาดราคาทองปรับลง 100 โดยทองคำแท่งรับซื้อที่ 29,550 บาท ขายออกที่ 29,650 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อที่ 29,016.24 บาท ขายออก 30,150 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณ น้ำหนักทองครึ่งสลึง…
อ่านเพิ่มเติม »
เงินบาทปิด 38.21 ระหว่างวันผันผวน ก่อนกลับมาแข็งค่าจากช่วงเช้านักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 38.21 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเปิดตลาดเมื่อเช้าที่ระดับ 38.42 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 38.08 - 38.46 บาท/ดอลลาร์ ในระหว่างวันเงินบาทผันผวนมาก โดยช่วงเช้าเงินบาทอ่อนค่าแตะที่ 38.46 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 16 ปี เช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 28 ก.ย.
อ่านเพิ่มเติม »
ขายราคาเดิม!! แม่ค้าข้าวแกง 3 ถุง 100 บาท เผยไม่เอาเปรียบแม้ของจะแพงขึ้นแม่ค้าร้านขายแกงเมืองเบตงยังคงขายแกง 3 ถุง100 บาท ขนมหวานถุงละ 10 บาท กว่า 10 ปี ยังคงยืนหยัดขายในราคาเดิม แม้ราคาวัตถุดิบที่นำมาปรุงขายจะขึ้นราคา แต่เข้าใจคนหาเช้ากินค่ำในยุคเศรษฐกิจแบบนี้
อ่านเพิ่มเติม »
กบง. เคาะตรึงราคา LPG ที่ 408 บาท ต่ออีก 2 เดือน ถึงสิ้นปี 65 : อินโฟเควสท์นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุม กบง. มีมติเห็นชอบการทบทวนการกำหนดราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) โดยให้คงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น LPG ที่ 19.9833 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ประมาณ 408 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.65 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.65 ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศยูเครนและสหพันธรัฐรัสเซียส่งผลให้เกิดวิกฤตราคาพลังงานทั่วโลก ซึ่งกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ ภาพรวมเศรษฐกิจ และค่าครองชีพของประชาชน โดยปัจจุบันราคาก๊าซ LPG ตลาดโลกยังคงผันผวน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์ราคาก๊าซ LPG เพื่อพิจารณาแนวทางบรรเทาผลกระทบกับผู้ใช้ก๊าซ พบว่า ในเดือนก.ย.65 ถึงเดือนต.ค.65 ราคา LPG ตลาดโลกลดลงประมาณ 69.40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน หรือลดลง 11% จาก 644.65 สู่ระดับ …
อ่านเพิ่มเติม »
THAI เผยศาลล้มละลายไฟเขียวแก้ไขฟื้นฟูฯ คาดออกจากแผนปี 66 เร็วกว่าเดิม : อินโฟเควสท์นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทย (THAI) เปิดเผยว่า วันนี้ศาลล้มละลายกลางเห็นชอบให้บมจ.การบินไทยแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการตามที่เสนอโดยลดวงเงินกู้จาก 5 หมื่นล้านบาท เหลือ 2.5 หมื่นล้านบาท และหลังจากนี้บริษัทจะเข้าสู่ขั้นตอนแปลงหนี้เป็นทุน และเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งคาดใช้เวลา 1 ปี หรือภายในปี 66 ขณะเดียวกันคาดว่า บริษัทจะสามารถออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้ในปลายปี 66 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมในปลายปี 67 เพราะคาดว่าในปีหน้าบริษัทจะมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) หักค่าเช่าเครื่องบิน มากกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขการออกจากแผนฟื้นฟู นายศิริ กล่าวว่า เหตุที่คาดว่าการบินไทยจะออกจากแผนฟื้นฟูได้เร็วขึ้นเนื่องจากธุรกิจการบินฟื้นตัวได้เร็ว โดยในไตรมาส 3/65 มีอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 80% ซึ่งเดือนก.ย.65 ได้มากกว่า 80% โดยเส้นทางกรุงเทพ-ลอนดอน มี Cabin Factorสูงถึง 90-100% และในไตรมาส 4/65 คาดว่า Cabin …
อ่านเพิ่มเติม »