The news discusses the decline in NFT and Metaverse interest, the role of blockchain in gaming, the limitations of decentralization, and the potential of DeFi in the financial sector.
จากเดิมที่มีการซื้อขายที่ดินจำลองกันหลักล้านในรูปแบบของ NFT ตอนนี้แทบจะกลายเป็นแดนร้างไม่มีคนสนใจ เพราะโลกได้ตัดสินใจแล้วว่า “โลกเสมือนจริง” ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นในขณะนี้ และตัว Metaverse เองก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบล็อกเชนเสมอไปด้วยเช่นกันภายในคลิป นายอาร์มมองว่า การเอาบล็อกเชนไปผูกกับเกม เช่น การซื้อขายไอเทมดูเป็นเรื่องที่จับต้องได้มากที่สุด แต่นายอาร์มก็โต้แย้งว่าตลาดเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาบล็อกเชนเลยก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ ใครที่เป็นสายเล่นเกมอาจยิ่งเห็นภาพได้ชัด เพราะแต่ละเกมก็ต่างมีกลุ่มตลาดมืดเป็นของตนเองก็อยู่แล้ว ส่วนอันที่ดีหน่อยก็ผ่านคนกลางเช่นเว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์ม ส่วนโมเดล Play-to-earn ก็ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า ยังไม่เป็นไอเดียที่ยั่งยืนขนาดนั้น เพราะสุดท้ายแล้วจุดประสงค์ของคนที่เข้ามาเล่นล้วนแล้วแต่เป็นการปั้นไอดีทำกำไรมากกว่าอยากจะเล่นจริงๆ พอผู้เล่นหน้าใหม่ไม่เข้ามาเกมก็ตายลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้นายอาร์มยังมีการพูดถึงการเลือกตั้งบนบล็อกเชนที่ดูไม่ค่อยเวิร์คเพราะกระบวนการทุจริตสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ก่อนบันทึกลงบล็อก ในขณะที่การนำไปใช้ในเชิงของ Supply Chain เช่น การระบุแหล่งที่มาของสินค้าก็ไม่ได้ส่งผลอะไรขนาดนั้นเพราะไม่มีใครอยากจะใช้งานจริง และผู้บริโภคก็ไม่ได้อยากรู้ลึกถึงขนาดนั้นนายอาร์ม มองว่าการ Decentralize ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ต่อให้ Blockchain ชูจุดขายว่าไม่มีใครควบคุม ไม่มีใครแก้ไขข้อมูลได้ แต่ในโลกจริง รัฐบาลหรือแพลตฟอร์มก็ยังมีวิธีควบคุมบางอย่างได้ เช่น บังคับให้แพลตฟอร์มเปิดเผยข้อมูล หรืออายัดสินทรัพย์ผ่านช่องทางอื่น ทีนี้ เมื่อมองในมุมมองของผู้บริโภค ด้วยธรรมชาติของการเป็น Decentralize ได้ทำให้เวลาที่เกิดปัญหา ผู้ใช้จะต้องแบกความรับผิดชอบเอง ไม่ว่าจะจากตนเองหรือปัจจัยภายนอก หากเงินสูญไปแล้วก็สูญไปเลย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า DeFi ก็ถูกใช้งานจริงโดยบุคคลบางกลุ่ม ดังนั้น บล็อกเชนจึงอาจยังไม่เข้ามาปฏิวัติการใช้งานของคนทั่วไปในภาคการเงินเพราะยังคงมีความยุ่งยากและต้องอาศัยความรู้ที่สูง ทำให้ไม่เป็นที่นิยมในวงกว้างเมื่อเทียบกับระบบธนาคารที่ผู้ใช้อุ่นใจได้ว่าจะมีคนคอยคุ้มกันสินทรัพย์ให้แม้ว่าจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุม แม้หลายโปรเจกต์ที่พัฒนาออกมาจะล้มเหลว แต่บางอย่างที่ถูกสร้างขึ้นมาก็ยังคงมีแววว่าจะไปได้ต่อโดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของ Stablecoin ที่ได้รับการผลักดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านกฎหมาย GENIUS Act ซึ่งทางฝั่งของ นายอาร์ม ก็ยอมรับว่า USDT-USDC ก็มีการใช้งานจริง สามารถโอนเงินข้ามประเทศได้เร็วขึ้น ส่วนทางฝั่งของเทคโนโลยี Tokenization ก็เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นและมีการนำไปปรับใช้กับ RWA อย่างเช้นหุ้น แต่ นายอาร์ม มองว่าแก่นแท้อาจเป็นแค่การเอาหุ้นจริงที่ซื้อผ่านระบบปกติมาบันทึกบน Blockchain เพียงเท่านั้นและขั้นตอนอื่นๆ ทุกอย่างก็ยังอยู่ในระบบเดิมอยู่ดี ไม่ใช่การแทนที่ใหม่ทั้งหมด และนอกจากเรื่องของการเงินแล้ว นายอาร์ม ยังระบุว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนยังเริ่มถูกใช้งานในแง่ของการยืนยันตัวตนเช่นกัน ยกตัวอย่างกรณีของ Digital ID ที่เริ่มมีให้เห็นแล้วในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของภาพรวมในระบบนิเวศบล็อกเชนเท่านั้น เพราะถ้าหากเจาะลึกลงไปอีกเราจะสามารถพบเจอกับเรื่องราวอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น DEX,Layer2, DePIN, Memecoin, Privacy Coin, AI agent, DeSci และอื่นๆ ซึ่งบางส่วนน้ำหนักจะตกไปอยู่ที่ตัวเหรียญมากกว่าตัวบล็อกเชนจึงละไว้ ณ ที่นี้สรุปแล้ว นายอาร์ม มองว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นสิ่งที่ดีแต่มันอาจมาเร็วเกินไปในโลกที่ยังไม่พร้อม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามซึ่งในอนาคตข้างหน้าเราอาจจะได้เห็นกระแสของเทคโนโลยีนี้กลับมาอีกครั้ง เหมือนกับ AI ที่มีการริเริ่มมาตั้งนานแล้วแต่เพิ่งจะมาบูมสุดๆ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เพราะมีเคสการใช้งานจริงจับต้องได้และสร้างผลกระทบต่อสังคม มุมมองผู้เขียน : ในมุมมองของผู้เขียนบล็อกเชนไม่ได้จะเข้ามาทำลายหรือแทนที่ระบบการเงินและกฎหมายเดิมแบบล้างบาง ตามที่กลุ่มสุดโต่งเคยฝันไว้ แต่บล็อกเชนกำลังทำหน้าที่เสริมประสิทธิภาพให้ระบบเดิมทำงานร่วมกันทั่วโลกได้เร็วขึ้นและมีต้นทุนต่ำลงต่างหาก ซึ่งมาถึงจุดนี้เราก็ต่างทราบกันแล้วว่าอะไรสมควรไปต่อ อะไรสมควรถูกทิ้งเอาไว้ แม้กระแสในปัจจุบันจะไม่คึกคักเท่าช่วงปี 2021 แต่อย่างน้อยเราก็มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่จะกลายเป็นรากฐานให้กับอนาคตอันใกล้.
จากเดิมที่มีการซื้อขายที่ดินจำลองกันหลักล้านในรูปแบบของ NFT ตอนนี้แทบจะกลายเป็นแดนร้างไม่มีคนสนใจ เพราะโลกได้ตัดสินใจแล้วว่า “โลกเสมือนจริง” ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นในขณะนี้ และตัว Metaverse เองก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบล็อกเชนเสมอไปด้วยเช่นกันภายในคลิป นายอาร์มมองว่า การเอาบล็อกเชนไปผูกกับเกม เช่น การซื้อขายไอเทมดูเป็นเรื่องที่จับต้องได้มากที่สุด แต่นายอาร์มก็โต้แย้งว่าตลาดเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาบล็อกเชนเลยก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ ใครที่เป็นสายเล่นเกมอาจยิ่งเห็นภาพได้ชัด เพราะแต่ละเกมก็ต่างมีกลุ่มตลาดมืดเป็นของตนเองก็อยู่แล้ว ส่วนอันที่ดีหน่อยก็ผ่านคนกลางเช่นเว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์ม ส่วนโมเดล Play-to-earn ก็ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า ยังไม่เป็นไอเดียที่ยั่งยืนขนาดนั้น เพราะสุดท้ายแล้วจุดประสงค์ของคนที่เข้ามาเล่นล้วนแล้วแต่เป็นการปั้นไอดีทำกำไรมากกว่าอยากจะเล่นจริงๆ พอผู้เล่นหน้าใหม่ไม่เข้ามาเกมก็ตายลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้นายอาร์มยังมีการพูดถึงการเลือกตั้งบนบล็อกเชนที่ดูไม่ค่อยเวิร์คเพราะกระบวนการทุจริตสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ก่อนบันทึกลงบล็อก ในขณะที่การนำไปใช้ในเชิงของ Supply Chain เช่น การระบุแหล่งที่มาของสินค้าก็ไม่ได้ส่งผลอะไรขนาดนั้นเพราะไม่มีใครอยากจะใช้งานจริง และผู้บริโภคก็ไม่ได้อยากรู้ลึกถึงขนาดนั้นนายอาร์ม มองว่าการ Decentralize ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ต่อให้ Blockchain ชูจุดขายว่าไม่มีใครควบคุม ไม่มีใครแก้ไขข้อมูลได้ แต่ในโลกจริง รัฐบาลหรือแพลตฟอร์มก็ยังมีวิธีควบคุมบางอย่างได้ เช่น บังคับให้แพลตฟอร์มเปิดเผยข้อมูล หรืออายัดสินทรัพย์ผ่านช่องทางอื่น ทีนี้ เมื่อมองในมุมมองของผู้บริโภค ด้วยธรรมชาติของการเป็น Decentralize ได้ทำให้เวลาที่เกิดปัญหา ผู้ใช้จะต้องแบกความรับผิดชอบเอง ไม่ว่าจะจากตนเองหรือปัจจัยภายนอก หากเงินสูญไปแล้วก็สูญไปเลย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า DeFi ก็ถูกใช้งานจริงโดยบุคคลบางกลุ่ม ดังนั้น บล็อกเชนจึงอาจยังไม่เข้ามาปฏิวัติการใช้งานของคนทั่วไปในภาคการเงินเพราะยังคงมีความยุ่งยากและต้องอาศัยความรู้ที่สูง ทำให้ไม่เป็นที่นิยมในวงกว้างเมื่อเทียบกับระบบธนาคารที่ผู้ใช้อุ่นใจได้ว่าจะมีคนคอยคุ้มกันสินทรัพย์ให้แม้ว่าจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุม แม้หลายโปรเจกต์ที่พัฒนาออกมาจะล้มเหลว แต่บางอย่างที่ถูกสร้างขึ้นมาก็ยังคงมีแววว่าจะไปได้ต่อโดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของ Stablecoin ที่ได้รับการผลักดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านกฎหมาย GENIUS Act ซึ่งทางฝั่งของ นายอาร์ม ก็ยอมรับว่า USDT-USDC ก็มีการใช้งานจริง สามารถโอนเงินข้ามประเทศได้เร็วขึ้น ส่วนทางฝั่งของเทคโนโลยี Tokenization ก็เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นและมีการนำไปปรับใช้กับ RWA อย่างเช้นหุ้น แต่ นายอาร์ม มองว่าแก่นแท้อาจเป็นแค่การเอาหุ้นจริงที่ซื้อผ่านระบบปกติมาบันทึกบน Blockchain เพียงเท่านั้นและขั้นตอนอื่นๆ ทุกอย่างก็ยังอยู่ในระบบเดิมอยู่ดี ไม่ใช่การแทนที่ใหม่ทั้งหมด และนอกจากเรื่องของการเงินแล้ว นายอาร์ม ยังระบุว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนยังเริ่มถูกใช้งานในแง่ของการยืนยันตัวตนเช่นกัน ยกตัวอย่างกรณีของ Digital ID ที่เริ่มมีให้เห็นแล้วในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของภาพรวมในระบบนิเวศบล็อกเชนเท่านั้น เพราะถ้าหากเจาะลึกลงไปอีกเราจะสามารถพบเจอกับเรื่องราวอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น DEX,Layer2, DePIN, Memecoin, Privacy Coin, AI agent, DeSci และอื่นๆ ซึ่งบางส่วนน้ำหนักจะตกไปอยู่ที่ตัวเหรียญมากกว่าตัวบล็อกเชนจึงละไว้ ณ ที่นี้สรุปแล้ว นายอาร์ม มองว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นสิ่งที่ดีแต่มันอาจมาเร็วเกินไปในโลกที่ยังไม่พร้อม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามซึ่งในอนาคตข้างหน้าเราอาจจะได้เห็นกระแสของเทคโนโลยีนี้กลับมาอีกครั้ง เหมือนกับ AI ที่มีการริเริ่มมาตั้งนานแล้วแต่เพิ่งจะมาบูมสุดๆ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เพราะมีเคสการใช้งานจริงจับต้องได้และสร้างผลกระทบต่อสังคม มุมมองผู้เขียน : ในมุมมองของผู้เขียนบล็อกเชนไม่ได้จะเข้ามาทำลายหรือแทนที่ระบบการเงินและกฎหมายเดิมแบบล้างบาง ตามที่กลุ่มสุดโต่งเคยฝันไว้ แต่บล็อกเชนกำลังทำหน้าที่เสริมประสิทธิภาพให้ระบบเดิมทำงานร่วมกันทั่วโลกได้เร็วขึ้นและมีต้นทุนต่ำลงต่างหาก ซึ่งมาถึงจุดนี้เราก็ต่างทราบกันแล้วว่าอะไรสมควรไปต่อ อะไรสมควรถูกทิ้งเอาไว้ แม้กระแสในปัจจุบันจะไม่คึกคักเท่าช่วงปี 2021 แต่อย่างน้อยเราก็มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่จะกลายเป็นรากฐานให้กับอนาคตอันใกล้
NFT Metaverse Blockchain Gaming Decentralization Defi
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
XRP Ledger เตรียมอัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อล้างข้อมูล NFT ขยะและอุดช่องโหว่สำคัญของระบบสรุปข่าว XRP Ledger กำลังจะดำเนินการอัปเกรดที่เรียกว่า fixCleanup3_1_3 ในวันพุธนี้เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องและลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกจากเครือข่าย
Read more »
Forward Industries และ SharpLink Gaming เข้าดัชนี Russell 2000 และ Russell 3000Forward Industries และ SharpLink Gaming บริษัทคลังสำรอง Solana และ Ethereum ประกาศเข้าร่วมดัชนี Russell 2000 และ Russell 3000 มีผลวันที่ 29 มิ.ย. 2569
Read more »
จากเกมยิงสู่ป๊อปคัลเจอร์ ทำไม VALORANT ถึงครองใจคนรุ่นใหม่ไทยการที่ VALORANT คว้ารางวัล “The Most Popular Ongoing PC Game” บนเวที Thailand Social AIS Gaming Awards 2026 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
Read more »
มาสเตอร์การ์ดได้รับใบอนุญาต BitLicense จากนิวยอร์ก การเปลี่ยนแปลง revolusionary ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล巨头 Mastercard ได้รับอนุญาต BitLicense จาก NYDFS ที่เข้มงวด ทำเล下半年 hybrid adoption การเดินเข้าสู่ตลาดคริปโตอย่างเป็นทางการ ลดความกังวลเรื่องกำกับดูแล และได้ยกประตู for mass institutional money to flow into blockchain. บริษัทยังไม่ได้เปิดตัวสินค้า面向普 consumers แต่จะphsase in payment infrastructure ที่เชื่อมกับ stablecoins และ tokens ที่สำรอง开始的青年发展计划 road map yang เป็นไปตามข้อกำหนด.
Read more »
Rare albino buffalo 'Donald Trump' saved from sacrifice, sparks crypto crazeA rare albino buffalo, named 'Donald Trump' due to its resemblance to the current US president, was saved from being sacrificed for Eid al-Adha by the government. The story went viral on social media, leading to the creation of a cryptocurrency named 'Buffalo Don' ($BUFFDON) on the Solana blockchain.
Read more »
Bitcoin Lawsuit: ‘Noah Doe’ and Company Sue to Own Inactive WalletsA group of individuals, led by ‘Noah Doe’, have filed a lawsuit against the New York Police Department (NYPD) and the court to claim ownership of over 39,000 inactive Bitcoin wallets, with a total of over 3.8 million BTC. The case raises the question of whether inactive Bitcoin wallets can be considered lost property or if the first person to find them on the blockchain can claim ownership.
Read more »




