MOSHI อ้าแขนรับนทท.จีน มาเร็วกว่าคาด ปูพรมสาขาเมืองท่องเที่ยว MOSHI นักท่องเที่ยวจีน หุ้นไทย โมชิโมชิ อินโฟเควสท์
นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า การที่จีนเปิดประเทศเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยยกเลิกมาตรการกักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศ มีผลตั้งแต่ 8 ม.ค.
และส่วนที่สำคัญคือรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะมากทั้งเชิงจำนวนนักท่องเที่ยว และปริมาณการจับจ่ายใช้สอย เชื่อว่าได้ประโยชน์โดยตรงจากการมีลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนที่ชาวจีนนิยมออกท่องเที่ยว และประเทศไทย ก็นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม และเชื่อว่าจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมากโดยก่อนสถานการณ์โควิด-19 เพราะนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็น 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และเติบโตสูงถึงปีละ...
ทั้งนี้ MOSHI ถือเป็นหนึ่งในบริษัทฯ ที่ได้รับผลบวกจากการที่จีนเปิดประเทศ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มเติม และจะมีการจับจ่ายใช้สอยอย่างมาก โดยเฉพาะการซื้อสินค้าเป็นของฝาก ซึ่งร้าน Moshi Moshi ค่อนข้างตอบโจทย์และตรงความต้องการของนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากสินค้า Moshi Moshi มีความเป็นเอกลักษณ์ และมีจำหน่ายเฉพาะในร้าน Moshi Moshi เท่านั้น ประกอบกับสาขา Moshi Moshi อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และในกรุงเทพฯ อาทิ ละแวกประตูน้ำ ราชดำริ...
อย่างไรก็ตาม จากการที่เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น ด้วยเม็ดเงินนักท่องเที่ยวจีนที่เข้าสู่ระบบเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชาวไทย แรงงานไทยมีรายรับสูงขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดพื้นที่ท่องเที่ยว ที่บริษัทฯ มีสาขาร้านครอบคลุมอยู่แล้ว โดย MOSHI ได้เพิ่มความสะดวกในการให้บริการ โดยมีช่องทางรับชำระเงินหลากหลาย รวมถึง WeChat และ Alipay ทำให้เพิ่มโอกาสการเข้าถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวจีนหลังเปิดประเทศ...
นอกจากนี้ ในปัจจุบัน บริษัทฯ มีสัดส่วนของสินค้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเหมาะสม ซึ่งหลังจากจีนเปิดประเทศ การจัดหาผลิตภัณฑ์จะเป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น สามารถเพิ่มความหลากหลายของสินค้า และทำให้สามารถแข่งขันในด้านต้นทุนได้ดีขึ้น
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
เตรียมพร้อม! คมนาคม-สธ.-ท่องเที่ยว นัดถกมาตรการรับนทท.จีน 5 ม.ค.66 : อินโฟเควสท์นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 ม.ค. 2566 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขจะประชุมกำหนดมาตรการทางสาธารณสุขในการรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน จากที่ประเทศจีนประกาศเปิดประเทศ ในวันที่ 8 ม.ค. 2566 ซึ่งคาดว่าจะมีการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเพิ่ม โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้เชิญ ตนและ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมประชุมด้วย นอกจากนี้ ตนได้สั่งการให้ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เร่งสรุปตัวเลขปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารจีนที่คาดว่าจะมีการเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งยังมีเวลาในการเตรียมความพร้อมและวางมาตรการรองรับอีกกว่า 1 สัปดาห์ ทั้งนี้คาดว่า หากนักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางจะเป็นการทยอย และที่ผ่านมา มีบทเรียนในการอยู่ร่วมกับโควิด-19 ซึ่งมั่นใจถึงศักยภาพของกระทรวงสาธารณสุขในการกำหนดมาตรการรองรับ ขณะที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อยืนยันเรื่องการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้มีข้อมูลที่ชัดเจนในการนำมากำหนดมาตรการรองรับได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องที่สุดต่อไป นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในวันนี้ (28 ธ.ค.)จะไปติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาทั้งตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งที่ผ่านมาได้แก้ปัญหาได้ดีระดับหนึ่งแล้ว เหลือในส่วนของการลำเสียงสัมภาระผู้โดยสาร […]
อ่านเพิ่มเติม »
สำนักงานสภาผู้แทนฯสหรัฐแบนติ๊กต๊อก ห้ามโหลดใช้งาน หวั่นรัฐบาลจีนสอดแนม : อินโฟเควสท์สำนักงานฝ่ายบริหารจัดการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ (CAO) สั่งห้ามใช้งานติ๊กต๊อก (TikTok) ซึ่งเป็นแอปฯวิดีโอสั้นชื่อดังของจีน โดยคำสั่งดังกล่าวครอบคลุมถึงการห้ามใช้งานบนอุปกรณ์ทั้งหมดภายในองค์กร ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐจะบังคับให้ทุกหน่วยงานแบนการใช้ติ๊กต๊อกบนอุปกรณ์ของรัฐในไม่ช้านี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า CAO ได้ส่งข้อความถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเจ้าหน้าที่ทุกคนเมื่อวันอังคารว่า ติ๊กต๊อกมีความเสี่ยงสูงและอาจเป็นภัยด้านความมั่นคง ด้วยเหตุนี้จึงต้องลบออกจากอุปกรณ์ทั้งหมดภายในองค์กร ซึ่งใครก็ตามที่ติดตั้งติ๊กต๊อกบนอุปกรณ์จะได้รับการแจ้งเตือนเพื่อให้ลบแอปฯทิ้ง และห้ามดาวน์โหลดใช้งานอีกในอนาคต คำสั่งห้ามนี้มีขึ้นหลังจากที่หลายรัฐในสหรัฐดำเนินการห้ามใช้ติ๊กต๊อกไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยนับจนถึงสัปดาห์ที่แล้ว พบว่ามี 19 รัฐที่ออกคำสั่งห้ามใช้งานติ๊กต๊อกบนอุปกรณ์ของรัฐ เนื่องจากความกังวลว่ารัฐบาลจีนอาจจะใช้ติ๊กต๊อกในการติดตามชาวอเมริกันและปิดบังเนื้อหาคอนเทนต์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายที่ได้รับการสนับสนุนจากนายจอช ฮอว์ลีย์ สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งว่าด้วยการห้ามมิให้พนักงานของรัฐใช้ติ๊กต๊อกบนอุปกรณ์ของรัฐบาล นับเป็นการดำเนินการปราบปรามบริษัทจีนครั้งล่าสุด ท่ามกลางความวิตกกังวลด้านความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้ การห้ามใช้ติ๊กต๊อกยังถูกบรรจุอยู่ในร่างกฎหมายงบประมาณมูลค่า 1.66 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะช่วยให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐสามารถดำเนินงานไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2566 โดยร่างกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามรับรอง โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ธ.ค. 65) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าไซด์เวย์ จับตาเงินเฟ้อจีนหลังเปิดประเทศ-กังวลดอกเบี้ยสหรัฐ : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์ คาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ยังขึ้นต่อจากวานนี้ที่รับผลบวกจากจีนเปิดประเทศ ทำให้มีเม็ดเงินต่างประเทศไหลเข้ามาตลาด และยังเปิด long ในตลาด TFEX เข้าเก็งกำไรหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและหุ้นกลุ่มที่มีการค้าขายกับจีน และคาดว่าจีนน่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน ให้แนวต้านหลักที่ 1,650 จุด แนวรับที่ 1,630 จุด อย่างไรก็ดี เช้านี้ตลาดหุ้นโลกไม่สดใส ตลาดกังวลจีนเปิดประเทศจะเร่งเงินเฟ้อสูงขึ้น Bond Yield ขยับขึ้น ดอลลาร์แข็งค่าก็ทำให้กลับมากังวลอัตราดอกเบี้ยเร่งตัวขึ้น นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้เหวี่ยงขึ้นต่อจากวานนี้ รับโมเมนตัมจากวานนี้จากที่จีนเปิดประเทศ โดยเห็นเม็ดเงินต่างประเทศ (Fund Flow) เข้ามามากและยังเปิด long ในตลาด TFEX และคาดว่าจีนน่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน ดังนั้นหุ้นท่องเที่ยวและหุ้นที่มีการค้ากับจีนก็ยังมีแรงเก็งกำไรเข้ามา ให้แนวต้านหลักที่ 1,650 จุด แนวรับที่ 1,630 จุด ด้านบล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index กลับมาแกว่ง Sideways ในกรอบ 1,630-1,645 จุดหลังจากปรับขึ้นแรงวานนี้จากประเด็นจีนที่ยกเลิกมาตรการกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ […]
อ่านเพิ่มเติม »
PM2.5 เมืองกรุงเกินมาตรฐาน 13 เขต แนวโน้มยังสูง! : อินโฟเควสท์ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร (กทม.) สรุปผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เมื่อเวลา 07.00 น.อยู่ที่ระหว่าง 31-69 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งมีพื้นที่ที่มีระดับ PM2.5 เกินมาตรฐานจำนวน 13 เขต ได้แก่ เขตหนองแขม เขตทวีวัฒนา เขตบางบอน สวนทวีว นารมย์ (เขตทวีวัฒนา) เขตทวีวัฒนา เขตธนบุรี เขตตลิ่งชัน เขตบางพลัด เขตบางกอกใหญ่ เขตบางขุนเทียน เขตคลองสาน เขตหนองจอก เขตภาษีเจริญ และเขตบางแค โดยวันนี้ กทม.และปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อัตราการระบายฝุ่นละอองไม่ดี มีการสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 โดยระดับ PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเช้า 3-4 วัน เนื่องจากลมอ่อนลงมากจากความกดอากาศที่อ่อนกำลัง แต่ความกดอากาศสูงรอบใหม่จะเข้ามาในช่วงปีใหม่ ทำให้ฝุ่นลดลงหลังมีลมแรงขึ้น ทำให้อัตราการระบายอากาศดีขึ้น ทั้งนี้ AQI ของ PM2.5 อยู่ในระดับเริ่มมีผลต่อสุขภาพ 13 เขต เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ที่มี […]
อ่านเพิ่มเติม »
กิจกรรมเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวฟื้น หนุนยอดใช้น้ำมัน 11 เดือนโต : อินโฟเควสท์น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผย ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 65) อยู่ที่ 150.35 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.7% โดยการใช้กลุ่มดีเซลเพิ่มขึ้น 17.4% น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้น 90.0% น้ำมันเตาเพิ่มขึ้น 17.6% LPG เพิ่มขึ้น7.1% และการใช้ NGV เพิ่มขึ้น 9.3% การใช้กลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น 4.6% ขณะที่การใช้น้ำมันก๊าดลดลง 12.9% ภาพรวมความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากที่หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนกลับมาทำงานตามปกติที่สำนักงาน รวมถึงการเปิดการเรียนการสอนที่สถานศึกษาตามปกติ รวมทั้งการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มดีขึ้น – กลุ่มเบนซิน ช่วง 11 เดือน (ม.ค. – พ.ย.65) เฉลี่ยอยู่ที่ 29.92 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.6% สำหรับการใช้แก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ […]
อ่านเพิ่มเติม »
WHA บวกนำกลุ่มนิคมฯ คาดหวังจีนเปิดประเทศปลดล็อกลงทุน-อานิสงส์เทสลาบุกไทย : อินโฟเควสท์WHA ปรับขึ้นนำกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมตอบรับจีนเปิดประเทศคาดหวังจะทำให้ภาคธุรกิจจีนเดินทางเข้ามาเจรจาธุรกิจและการลงทุนได้สะดวกขึ้น นอกจากนั้นยังคาดหวังการลงทุนจากอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากเทสลาที่มีแผนเข้ามาบุกตลาดในไทย เมื่อเวลา 10.24 น. WHA ปรับขึ้น 3.55% หรือเพิ่มขึ้น 0.14 บาท มาที่ 4.08 บาท มูลค่าซื้อขาย 359.95 ล้านบาท AMATA ปรับขึ้น 2.43% หรือเพิ่มขึ้น 0.50 บาท มาที่ 21.10 บาท มูลค่าซื้อขาย 109.97 ล้านบาท ROJNA ปรับขึ้น 1.63% หรือเพิ่มขึ้น 0.10 บาท มาที่ 6.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 12..49 ล้านบาท นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายหลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเช้านี้ปรับตัวขึ้นมาได้ดีตอบรับประเทศจีนเปิดประเทศในวันที่ 8 ม.ค.66 ทำให้คาดหวังการลงทุนจากจีนเข้าไทยมากชึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ค่ายรถ EV จากจีนเข้ามาซื้อที่ดินกับ […]
อ่านเพิ่มเติม »