IMF คาดยูเครนจะยังคงชำระหนี้ต่อไป แม้โอกาสผิดนัดสูงเหตุสงครามยืดเยื้อ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ยูเครน อินโฟเควสท์
นายเจอร์รี ไรซ์ โฆษกกองทุนการเงินระหว่างประเทศ กล่าวในการแถลงข่าวในวันพฤหัสบดี ว่า IMF คาดหวังว่า ยูเครนจะยังคงทำการชำระหนี้ต่างประเทศต่อไป ขณะที่มีการคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่า ยูเครนอาจผิดนัดชำระหนี้เนื่องจากการสู้รบกับรัสเซียยังคงดำเนินต่อไป
นายไรซ์ระบุว่า ในขณะนี้ยูเครนกำลังชำระหนี้อย่างเป็นระเบียบ และเราคาดหวังว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไป โดย IMF เห็นว่าการให้เงินช่วยเหลือแก่ประชาคมระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำในทันทีและในระยะเวลาสั้น เนื่องจากจะทำให้รัฐบาลยูเครนสามารถดำเนินงานได้โดยไม่ก่อหนี้เพิ่ม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อต้นสัปดาห์นี้ นาฟโทแก๊ส ซึ่งเป็นบริษัทผลิตก๊าซของยูเครน ได้ขอให้บรรดาเจ้าหนี้ต่างประเทศเลื่อนการชำระหนี้ออกไป 2 ปี
ในส่วนของรายได้และเศรษฐกิจของยูเครนนั้นได้หดตัวลงอย่างมากนับตั้งแต่รัสเซียบุกโจมตีเมื่อปลายเดือนก.พ. และกลุ่ม G7 ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะส่งเงินสนับสนุนจำนวน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่รัฐบาลยูเครน เพื่อให้สามารถดำเนินงานต่อไปได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
IMF เตือนแนวโน้มสำนักข่าว BBC รายงานเมื่องานเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2565 ว่า คริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่าจะปรับลดความคาดหวังสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกในเดือนนี้ ซึ่งการคาดการณ์ล่าสุดซึ่งออกในเดือน
อ่านเพิ่มเติม »
SCB EIC คาดกนง.ขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือปีนี้ คุมเงินเฟ้อเร่งตัว : อินโฟเควสท์ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะยังเผชิญแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อ โดยราคาพลังงานโลกยังคงอยู่ในระดับสูงจากปัญหาด้านอุปทานภายหลังการคว่ำบาตรรัสเซียที่เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกพลังงานหลักของโลก และแนวโน้มการชะลอการลงทุนในการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปใช้พลังงานสะอาด ประกอบกับมาตรการอุดหนุนด้านพลังงานของรัฐที่ทยอยลดลง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อไทยล่าสุดเดือนมิ.ย. สูงถึง 7.7% เร่งตัวขึ้นจาก 7.1% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่เงินเฟ้อหมวดอาหารสดมีแนวโน้มเร่งตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2565 โดยเฉพาะราคาข้าวที่จะกลายมาเป็นตัวเร่งเงินเฟ้อจากผลของปัจจัยฐานต่ำ และราคาเนื้อหมูที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ในระยะต่อไป EIC คาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นได้อีกในระยะถัดไป ตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและโภคภัณฑ์โลก มาตรการอุดหนุนภาครัฐที่ลดลง และการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคที่มีแนวโน้มทยอยเพิ่มขึ้น ดังนั้น คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อคาดการณ์ที่มีแนวโน้มเร่งตัว ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่เงินเฟ้อของไทยมาจากฝั่งอุปทาน (cost-push inflation) เป็นหลัก ประกอบกับเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง EIC ประเมินว่า กนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคาดว่าจะทยอยปรับขึ้นในไตรมาสที่ 3 และ 4 ไตรมาสละ 25 bps ทำให้ ณ สิ้นปีอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะอยู่ที่ …
อ่านเพิ่มเติม »
ธรรมนัส ประกาศจุดยืนถอนตัวร่วมรัฐบาล เดินหน้าเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว : อินโฟเควสท์ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ประกาศจุดยืนถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลผ่านรายการโทรทัศน์ โดยระบุว่า ภายหลังพรรคเศรษฐกิจไทยแพ้การเลือกตั้งซ่อม จ.ลำปางเขต 4 จากการลงพื้นที่ทราบว่า ประชาชนไม่ค่อยสบายใจในเรื่องความไม่ชัดเจนกับพรรคเศรษฐกิจไทย “ชาวบ้านในภาคเหนือตอนบน ตั้งแต่แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน รวมถึงลำปาง ชัดเจนไม่เอารัฐบาล” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ที่ผ่านมามีจุดยืนชัดเจนว่าอยู่ข้างประชาชน แต่ประชาชนไม่เข้าใจหรอก เพราะยังเห็นการโหวตงบประมาณ 2566 อยู่ ดังนั้น ต้องประกาศชัดเจนว่า เราควรจะกลับมาทำหน้าที่การเป็นฝ่ายนิติบัญญัติให้ชัดเจนไปเลย “ในยุคนี้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ไม่ชัดเจน กลับกลายเป็นกลุ่มเดียวกัน ยกเว้นฝ่ายค้านที่แสดงตัวออกมาชัดเจนเท่านั้น ดังนั้น พรรคเศรษฐกิจไทยควรแสดงจุดยืนให้ชัดเจนไปเลยว่า เราควรจะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติให้มันเต็ม 100% ไปเลย ให้ชัดเจนไปเลย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว ล่าสุดนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ และนายไผ่ ลิกค์ ได้ลาออกจากวิปรัฐบาล ดังนั้นเมื่อออกมาแล้วก็ควรให้ชัดเจน โดยในวันที่ 15 …
อ่านเพิ่มเติม »
จีนส่งออกเดือนมิ.ย.พุ่งสูงสุดในรอบ 5 เดือน บ่งชี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว : อินโฟเควสท์สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงานในวันนี้ว่า ยอดส่งออกเดือนมิ.ย.ของจีนพุ่งขึ้น 17.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ทำสถิติพุ่งขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 เดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลกเริ่มฟื้นตัว หลังถูกกระทบอย่างหนักจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโควิด-19 ทั้งนี้ ยอดส่งออกเดือนมิ.ย.แข็งแกร่งกว่าในเดือนพ.ค.ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.9% และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 12% อย่างไรก็ดี ยอดนำเข้าเดือนมิ.ย.ขยับขึ้นเพียง 1% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอลงจากเดือนพ.ค.ที่มีการขยายตัว 4.1% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะพุ่งขึ้น 3.9% เนื่องจากการใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การอุปโภคบริโภคภายในประเทศอ่อนแรงลง ส่วนยอดเกินดุลการค้าเดือนมิ.ย.ของจีนอยู่ที่ 9.794 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากระดับ 7.876 หมื่นล้านดอลลาร์ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 7.57 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับในช่วงครึ่งปีแรก ยอดส่งออกของจีนพุ่งขึ้น 13.2% เมื่อเทียบรายปี และยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 4.8% นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน โดยข้อมูลดังกล่าวรวมถึงดัชนีราคาบ้านเดือนมิ.ย., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2565, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย., ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย., การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนมิ.ย. และอัตราว่างงานเดือนมิ.ย. โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ …
อ่านเพิ่มเติม »
สธ.สั่งฟันรพ.เอกชนฝ่าฝืนกม.สถานพยาบาล โฆษณายาในแพ็คเกจรักษาโควิด : อินโฟเควสท์นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่กรม สบส.ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบการจัดแพ็คเกจรักษาโรคโควิด-19 ของสถานพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งปรากฏ ในสื่อโซเชียล ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่นั้น ในวันนี้ได้นำคณะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในย่านคลองหลวง จากการตรวจสอบพบว่าโรงพยาบาลมีการโฆษณาแพ็คเกจรักษาโรคโควิด-19 แบบให้ผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ซึ่งมีแพ็คเกจหลายรูปแบบให้ผู้ป่วยเลือกรับบริการ โดยในบางแพ็คเกจมีการโฆษณาด้วยข้อความว่าจะมีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หรือยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ให้ผู้ป่วยนำไปรับประทานระหว่างกักตัวตามอาการ แต่ยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ เป็นยาควบคุมพิเศษ ซึ่งต้องสั่งจ่ายและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดให้สถานพยาบาลห้ามทำการโฆษณายา นอกจากได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน จึงจะมาขออนุมัติโฆษณาจากกรม สบส.แต่โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวไม่ได้มีการยื่นเรื่องขออนุมัติ และไม่ได้รับอนุมัติให้โฆษณาแต่อย่างใด พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงแจ้งข้อหาการกระทำผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 38 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกล่าว รวมทั้ง การโฆษณาแพ็คเกจการรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ ก็เป็นการจ่ายยาตามอาการโดยไม่ได้จ่ายยาให้กับผู้ป่วยในทุกราย ทำให้ผู้รับบริการเกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล ว่าเมื่อเข้ารับบริการแล้วจะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ …
อ่านเพิ่มเติม »
ประธานวิปรัฐบาล รับหลังเศรษฐกิจไทยถอนตัวทำรบ.เสียงปริ่มน้ำ : อินโฟเควสท์นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียน พรรคเศรษฐกิจไทย และนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการ พรรคเศรษฐกิจไทย ลาออกจากวิปรัฐบาลว่า ไม่ได้มีผลกระทบการทำงาน เพราะวิปรัฐบาลก็ยังมีกรรมการอีกมาก นายนิโรธ กล่าวถึงการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังพรรคเศรษฐกิจไทยหายไปกว่า 10 เสียงว่า ก็มีความกังวลอยู่ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »