EBRD คาดแผ่นดินไหวทำ GDP ตุรกีร่วง 1% ในปี 66 EBRD GDP ตุรกี ธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนายุโรป เศรษฐกิจตุรกี แผ่นดินไหว อินโฟเควสท์
ธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนายุโรป เปิดเผยในรายงานวันนี้ ว่า แผ่นดินไหวในตุรกีอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเทียบเท่ากับ 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในปีนี้
ธนาคารระบุว่า นี่เป็นตัวเลขคาดการณ์ที่สมเหตุสมผล เนื่องจากการสนับสนุนที่คาดว่าจะได้รับจากความพยายามในการฟื้นฟูซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่พังเสียหายในปีนี้ จะช่วยชดเชยผลกระทบเชิงลบที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทาน นางเบอัตตา จาโวชิก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ EBRD ระบุว่า “แผ่นดินไหวส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่อุตสาหกรรมเบาเป็นวงกว้าง ดังนั้นผลพวงที่มีต่อภาคส่วนอื่น ๆ จึงมีจำกัด”
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตุรกีและซีเรียได้เผชิญกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 41,000 ราย ทำให้ประชาชนอีกหลายล้านชีวิตต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และผู้รอดชีวิตจำนวนมากต้องกลายเป็นคนไร้บ้านท่ามกลางอุณหภูมิหนาวจัดในฤดูหนาว ทั้งนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของตุรกี ซึ่งเป็นผู้รับเงินทุนสนับสนุนรายใหญ่เพียงรายเดียวจาก EBRD ถูกปรับลดลงมาเหลือ 3% จาก 3.5% ในปี 2566 โดยไม่นับรวมผลกระทบจากแผ่นดินไหว
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
บาร์เคลย์เผยกำไรสุทธิทรุด 19% ในปี 65 จากข้อผิดพลาดด้านการขายหลักทรัพย์ : อินโฟเควสท์ธนาคารบาร์เคลย์จากอังกฤษรายงานในวันนี้ (15 ก.พ.) ว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิตลอดทั้งปี 2565 อยู่ที่ 5 พันล้านปอนด์ (6.05 พันล้านดอลลาร์) โดยลดลง 19% จากกำไรสุทธิ 6.2 พันล้านปอนด์ในปี 2564 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความผิดพลาดด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ในสหรัฐ ทั้งนี้ บาร์เคลย์ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการออกหลักทรัพย์ในสหรัฐ ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีและการเรียกเก็บเงิน 1.6 พันล้านปอนด์ในปี 2565 อนึ่ง บาร์เคลย์ประกาศเมื่อช่วงต้นปีที่แล้วว่า ได้ทำการขายผลิตภัณฑ์การลงทุนสหรัฐ ซึ่งรู้จักกันในชื่อหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง มากกว่าที่ได้รับอนุญาตถึง 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ก.พ. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
HILITE: SGC ร่วง 14.55% โบรกฯ ปรับลดกำไรปี 66 สะท้อน credit cost สูงกว่าคาด : อินโฟเควสท์SGC ร่วง 14.55% หรือลดลง 0.64 บาท มาที่ 3.76 บาท มูลค่าซื้อขาย 612.73 ล้านบาท เมื่อเวลา 14.36 น.จากราคาเปิด 4.36 บาท ราคาสูงสุด 4.40 บาท ราคาต่ำสุด 3.72 บาท บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ปรับลดคำแนะนำสำหรับบมจ.เอสจี แคปปิตอล (SGC) จาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” และลดราคาเป้าหมายปี 66 ลงเหลือ 4.10 บาท จาก 5.50 บาท ตามการปรับประมาณการกำไรของเรา โดยเราปรับลดกำไรปี 66-67 ของ SGC ลง 18.7-22.8% หลักๆ เพื่อสะท้อน credit cost ที่สูงกว่าคาดเพื่อควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มอ่อนแอลง จากการประชุมนักวิเคราะห์ของ SGC เมื่อวานนี้ […]
อ่านเพิ่มเติม »
KBANK คาดศก.ไทยปี 66 โต 3.2% ท่ามกลางสารพัดปัจจัยท้าทายจากศก.โลก : อินโฟเควสท์นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดเงินยังคงมีความผันผวนค่อนข้างมาก หลังจากเมื่อคืนนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนม.ค. ออกมาที่ 6.4% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 6.2% ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น จากการที่เงินไหลกลับเข้าไปในดอลลาร์สหรัฐฯ และตราสารหนี้สหรัฐฯ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี (Bond Yield) ปรับตัวขึ้น 0.60% จึงทำให้ค่าเงินสกุลอื่นๆ ในช่วงเช้านี้อ่อนค่าลง สะท้อนภาพของตลาดที่มองว่าสหรัฐฯ ยังคงดำเนินนโยบายการเงินอย่างเข้มงวด และยังเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเช่นกัน ขณะที่ค่าเงินบาทในช่วงนี้ได้ที่อ่อนค่าลงมา หลังแข็งค่าขึ้นไปมากที่ 33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ตอบรับปัจจัยบวกต่อการท่องเที่ยว และดุลบัญชีเดินสะพัดที่เป็นบวกไปก่อนหน้านี้ ทำให้มีเงินไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้และหุ้น แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นการขายทำกำไรออกมาจากต่างชาติบ้างแล้ว ทั้งตราสารหนี้และหุ้น และได้ผ่านช่วงของเทศกาลตรุษจีน และหน้าท่องเที่ยวไปแล้ว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่เริ่มมีแนวโน้มเดินทางมาท่องเที่ยวไนไทยลดลง หลังอุณหภูมิในยุโรปไม่ได้หนาวกว่าที่คิดและเริ่มอุ่นขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินที่ได้จากการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 2/66 และไตรมาส 3/66 อาจจะลดลงไปบ้าง นอกจากนี้ ในช่วงสิ้นเดือนมี.ค.ของทุกปี บริษัทญี่ปุ่นจะปิดงบฯ ประจำปี ทำให้มีการส่งเงินกลับประเทศ ซึ่งต้องมีการแปลงเงินจากบาทเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ และแปลงจากดออลาร์สหรัฐฯเป็นเยน […]
อ่านเพิ่มเติม »
HILITE: DCC ร่วง 8.09% ลดนโยบายจ่ายปันผล-โบรกหั่นคาดกำไรปี 66-67 สะท้อน GPM อ่อนลง : อินโฟเควสท์DCC ร่วง 8.09% หรือลดลง 0.22 บาท มาที่ 2.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 142.01 ล้านบาท เมื่อเวลา 11.37 น.จากราคาเปิด 2.64 บาท ราคาสูงสุด 2.66 บาท ราคาต่ำสุด 2.48 บาท บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บมจ.ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) แจ้งเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลเป็นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีฯ เดิมไม่น้อยกว่า 70% เป็นสัญญาณว่าบริษัทจะจ่ายปันผลน้อยกว่าปี 62-64 ที่จ่าย 80-100% ของกำไรสุทธิ คาดว่าเป็นเพราะต้องสำรองเงินไว้ลงทุนตามแผนงาน ประมาณการปี 66-67 จึงให้สมมติฐานอัตราจ่ายปันผลไว้ที่ 70% ของกำไรสุทธิหลังภาษีฯ พร้อมกันนั้น ดีบีเอส วิคเคอร์ส ยังปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 65-66 ลง -7%/-11% สะท้อนสมมติฐาน GPM ที่อ่อนลงจากคาดการณ์เดิม แต่กำไรสุทธิยังน่าจะเติบโตได้ […]
อ่านเพิ่มเติม »
เลือกตั้ง'66: ปชป.เคาะเสนอชื่อ 'จุรินทร์' เข้าชิงแคนดิเดทนายกฯ : อินโฟเควสท์นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อวันที่ 14 ก.พ.มีมติเห็นชอบให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นบุคคลที่พรรคพิจารณาให้ความเห็นชอบเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เสนอ โดยเป็นการเสนอชื่อบุคคลที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า นายจุรินทร์ มีความรู้ความสามารถ ทำงานการเมืองมายาวนาน มีประสบการณ์ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ผ่านตำแหน่งสำคัญมาแล้วมากมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง โดยในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ นอกจากพรรคประชาธิปัตย์มีผู้สมัคร ส.ส.พร้อม 400 เขตเลือกตั้งแล้ว ยังมีความพร้อมในการเสนอตัวบุคคลชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีความเป็นเอกภาพ ในการนำทัพเพื่อต่อสู้การเลือกตั้ง โดยพรรคประชาธิปัตย์เชื่อและมั่นใจในศักยภาพและความสามารถที่ไม่แพ้ใคร ซึ่งจะทำให้ประชาชนไว้วางใจให้นายจุรินทร์ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ก.พ. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
เลือกตั้ง'66: พปชร.เปิดบ้านรับ 8 สมาชิกสร้างอนาคตไทยกลับคืนรัง : อินโฟเควสท์8 อดีตสมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทย ประกอบด้วย 1.นายประจวบเหมาะ ภักดีชน จ.นครศรีธรรมราช 2.พ.ต.อ.ภคพล ทวิชศรี จ.ชุมพร 3.นายกานต์ เพชรบูรณ์ จ.พังงา 4.นางปวีณา นิลแย้ม จ.ลพบุรี 5.นางศรัณยา สุวรรณพรหม จ.หนองบัวลำภู 6.นายมนตรี พึ่มชัย จ.อุดรธานี 7.นายประวัติ กองเมืองปัก จ.มหาสารคราม และ 8.นายทวีศักดิ์ ประทุมลี จ.มุกดาหาร ยกทีมกลับมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการต้อนรับอดีตสมาชิกพรรคกลับมาร่วมงานอีกครั้งหลังออกไปหาประสบการณ์ข้างนอก และทุกคนได้ระลึกถึงความอบอุ่นที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่เป็นเสาหลักและเป็นที่ศรัทธาของทุกคนในพรรค ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค นับเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อมาอยู่บ้านเดียวกันแล้ว เราจะทำให้บ้านใหญ่และเข้มแข็ง และเป็นตัวหลักในการตั้งรัฐบาลและส่งให้ พล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯ คนที่ 30 ต่อไป สำหรับกรณีปัญหาการทับเขตนั้น พรรค […]
อ่านเพิ่มเติม »