BEM คาดกำไรโต V Shape ทะลุช่วงก่อนโควิดในปี 66 ยันไม่เพิ่มทุนหากคว้าสายสีส้ม หุ้นไทย ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ รถไฟฟ้า อินโฟเควสท์
นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ คาดว่ากำไรบริษัทจะกลับมาเติบโตแบบ V Shape โดยคาดว่าทั้งปี 65 จะมีกำไรมากกว่า 2,000 ล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิแล้ว 970 ล้านบาท และในปี 66 กำไรจะเติบโตขึ้นไปเป็นมากกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าดีกว่าช่วงเกิดโควิด
ส่วนปริมาณผู้ใช้ทางด่วน ฟื้นตัวกลับมาเร็วมาก โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้ทางเฉลี่ยอยู่ที่ราว 1.1 ล้านเที่ยว/วัน คิดเป็น 90% ของปริมาณผู้ใช้ทางก่อนเกิดโควิด หากบริษัทได้รับการคัดเลือกเป็นผู้รับสัมปทานฯ บริษัทพร้อมจะเริ่มงานได้ทันที โดยมี บมจ.ช.การช่าง เป็นพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในงานก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นอย่างมาก โดยมั่นใจว่าจะเปิดให้บริการส่วนตะวันออกได้ภายใน 3 ปีครึ่ง และส่วนตะวันตกได้ภายใน 6 ปี ตามแผนงานของ รฟม. ถือเป็นจุดเด่นของบริษัทที่ทำงานทุกโครงการประสบความสำเร็จ เปิดบริการได้ตามสัญญา เป็นไปตามแผน หรือก่อนแผนเสมอ
อย่างไรก็ดี บริษัทคาดว่าหากมีการเพิ่มวงเงินกู้ในการลงทุนโครงการสายสีส้ม คาดว่า อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน จะไม่เกิน 2 เท่า จากปัจจุบัน D/E อยู่ที่ 1.66 เท่า ขณะที่เงินกู้ของบริษัทมีกำหนด D/E ไม่เกิน 2.5 เท่า
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
SCBEIC เพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 65-66 รับท่องเที่ยวหนุน, คาดเงินเฟ้อปีนี้ 6.1% ก่อนชะลอเหลือ 3.2% ปีหน้า : อินโฟเควสท์นายสมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Economic Intelligence Center (EIC) และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 65 เป็น 3.0% (เดิม 2.9%) และ 3.7% ในปี 66 ตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและภาคบริการ จากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและการผ่อนคลายมาตรการเดินทางข้ามพรมแดนทั่วโลก โดย EIC ประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทย จะเพิ่มเป็น 10.3 ล้านคนในปีนี้ และ 28.3 ล้านคนในปี 66 หลังจีนมีแนวโน้มเริ่มเปิดประเทศผ่อนคลายการท่องเที่ยวตั้งแต่ปลายปีนี้ ประกอบกับแนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่คาดว่าจะเติบโตได้ดีกลับไปใกล้ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ในปี 66 ส่งผลให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง และการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยังมีแรงกดดันจากค่าครองชีพที่ยังสูงอยู่ โดย EIC ปรับเพิ่มอัตราเงินเฟ้อไทยในปี 65 เป็น 6.1% (เดิม 5.9%) และคาดว่าเงินเฟ้อจะทยอยปรับลดลงอย่างช้า ๆ …
อ่านเพิ่มเติม »
CONSENSUS: โบรกฯ เชียร์'ซื้อ' GULF เล็งกำไรต้นปี 66 ทำนิวไฮหลังลงทุนโครงการ Jackson : อินโฟเควสท์โบรกเกอร์ต่างแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) จากการเข้าลงทุนในโครงการ Jackson ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NG) ในสหรัฐ ในสัดส่วน 49% ด้วยเงินลงทุน 410 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.49 หมื่นล้านบาท ส่งผลทำให้กำลังการผลิตของ GULF จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าการซื้อหุ้นดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.65 และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมได้เต็มปีในปี 66 ทำให้คาดว่ากำไรไตรมาส 1/66 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากไตรมาส 4/65 ขณะที่ราคาหุ้น แม้มีการปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ด้วยการเข้าลงทุนดังกล่าวจะส่งผลให้มีอัพไซด์ต่อราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอีก ราคาหุ้น GULF ปิดเที่ยงอยู่ที่ 56.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท (+1.35%) ขณะที่ ดัชนี SET บวก 0.24% โบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น) เอเซีย พลัส ซื้อ …
อ่านเพิ่มเติม »
'ไบเดน' เตือนอีก 2 ปีต่อจากนี้จะลำบาก หากเดโมแครตแพ้เลือกตั้งกลางเทอม : อินโฟเควสท์ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐเตือนว่า หากพรรคเดโมแครตแพ้การเลือกตั้งกลางเทอมจนเสียเสียงส่วนใหญ่ในสภาคองเกรส การบริหารงาน 2 ปีต่อจากนี้จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการยับยั้งร่างกฎหมายที่เสนอโดยพรรครีพับลิกัน ปธน.ไบเดนกล่าวในงานเลี้ยงรับรองคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครต (DNC) ว่า การเลือกตั้งกลางเทอมที่จะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย.นั้น เป็นเรื่องสำคัญยิ่งสำหรับพรรคฯ โดยขณะนี้ วุฒิสภาสหรัฐมีเสียงจากทั้ง 2 พรรคเท่ากันโดยมีนางคามาลา แฮร์ริส รองปธน.สหรัฐ เป็นผู้ลงคะแนนตัดสินในกรณีที่เสียงโหวตเสมอกัน ส่วนสภาผู้แทนราษฎรนั้น เดโมแครตครองเสียงส่วนใหญ่อยู่ที่ 219 ต่อ 211 แม้เป็นที่คาดหมายกันว่าพรรครีพับลิกันจะได้เสียงส่วนใหญ่ในสภาล่างจากการเลือกตั้งกลางเทอม อย่างไรก็ดี พรรครีพับลิกันมีแนวโน้มจะได้วุฒิสมาชิกไม่ถึง 60 เสียง ซึ่งเป็นจำนวนที่จำเป็นต่อการผ่านร่างกฎหมายส่วนใหญ่ในสภาสูง “ถ้าเราแพ้ทั้งสภาล่างและสภาสูง สองปีต่อจากนี้จะลำบากอย่างยิ่ง ผมคงจะมัวแต่จรดปากกาเซ็นวีโต (veto) จนไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน” ปธน.ไบเดนกล่าวต่อแขกเหรื่อและกลุ่มผู้บริจาคในงาน นอกจากนี้ ปธน.ยังวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนถึงกลุ่ม “รีพับลิกัน MAGA” ซึ่งหมายรวมถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตปธน.สหรัฐ ตลอดจนกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ เพื่อเป็นการปลุกใจพรรคเดโมแครตทั่วประเทศก่อนการเลือกตั้ง โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
'ไบเดน' สั่งสายการบินสหรัฐต้องชดเชยความเสียหายกรณีเที่ยวบินยกเลิก-ล่าช้า : อินโฟเควสท์ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐเปิดเผยว่า คณะบริหารของเขาได้ใช้มาตรการเพื่อดำเนินการกับสายการบินต่าง ๆ ในสหรัฐ โดยมีเป้าหมายที่จะปรับปรุงด้านการปฏิบัติกับผู้โดยสาร ปธน.ไบเดนกล่าวว่า “ที่ผ่านมานั้น สายการบินรายใหญ่ไม่มีการชดเชยความเสียหายให้กับผู้โดยสารด้วยการรับประกันว่าจะจ่ายค่าโรงแรมและค่าอาหาร ในกรณีที่สายการบินยกเที่ยวบินหรือเที่ยวบินเกิดความล่าช้า คณะบริหารของผมจึงตัดสินใจที่จะดำเนินมาตรการเพื่อให้สายการบินเหล่านี้ปฏิบัติกับผู้โดยสารอย่างยุติธรรม และในโอกาสนี้ ผมขอสั่งให้นายพีท บูติเจิจ รัฐมนตรีคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้” สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายบูติเจิจได้แจ้งให้สายการบินต่าง ๆ ของสหรัฐทราบเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมาว่า เขาจะให้เวลาสายการบินเหล่านี้ 2 สัปดาห์ในการเปิดเผยแนวทางการคุ้มครองการให้บริการผู้โดยสาร ตามที่สายการบินให้คำมั่นสัญญาว่าจะมอบสิ่งชดเชยในกรณีที่เที่ยวบินเกิดความล่าช้าเนื่องจากความผิดพลาดของสายการบินเอง “นับจนถึงสัปดาห์ที่แล้ว มีสายการบิน 8 แห่งที่ชดเชยผู้โดยสารด้วยห้องพักในโรงแรม ขณะที่ 9 แห่งชดเชยด้วยอาหาร และอีก 9 แห่งชดเชยด้วยการให้ผู้โดยสารสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้อีกครั้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เราจะใช้กฎระเบียบมากขึ้นเพื่อปกป้องผู้โดยสารต่อไป” ปธน.ไบเดนกล่าว ทั้งนี้ สายการบินในสหรัฐยกเลิกเที่ยวบินหรือมีเหตุเครื่องบินล่าช้าจำนวนนับหมื่นเที่ยวในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ในขณะที่ทางสายการบินพยายามรับมือกับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นหลังจากแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาด และสภาคองเกรสสหรัฐได้กดดันให้คณะบริหารของปธน.ไบเดนใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นต่อสายการบินต่าง ๆ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
ALT เกี้ยวพันธมิตรร่วมทุนวางสายสื่อสารใต้ดินให้เช่าทั่วประเทศ-ชะลอโซลาร์รูฟรอหาทุนเพิ่ม : อินโฟเควสท์นางปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.เอแอลที เทเลคอม (ALT) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเพื่อให้เข้ามาร่วมลงทุนวางสายสื่อสารใต้ดินเพื่อให้เช่า ทั้งในพื้นที่กรุงเทพและทั่วประเทศ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในะระยะเวลา 1-2 เดือนต่อจากนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้วางสายสื่อสารลงใต้ดินไปแล้วในพื้นที่พหลโยธิน ปฏิพัทธ์ พญาไท และสุขุมวิท 1 ถึง 71 ขณะที่บริษัทชะลอการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (รูฟท็อป) ในสัญญาแบบระหว่างเฉพาะเจาะจงระหว่างองค์กร (Private PPA) เพื่อหาช่องทางจัดหาเงินทุนเพิ่มเติม เนื่องจากโครงการดังกล่าวต้องใช้เงินทุนค่อนข้างมากและเป็นการลงทุนระยะยาว คาดว่าจะเห็นความชัดเจนเร็วๆนี้ ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าในมือแล้ว 12 เมกะวัตต์ อายุสัญญาระหว่าง 10-20 ปี คาดว่าจะสร้างรายได้รวมตลอดอายุสัญญาประมาณ 680 ล้านบาท หรือมีรายได้เฉลี่ยต่อปี 44 ล้านบาท ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย 8 ปี และอัตราผลตอบแทนจากการจากลงทุน (IRR) ราว 9% โดยบริษัทตั้งเป้าจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 50 เมกะวัตต์ภายในปี 68 และ สามารถสร้างผลกำไรได้ 50 ล้านบาท/ปี สำหรับทิศทางผลประกอบการในปีนี้บริษัทคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก …
อ่านเพิ่มเติม »
UN เผยเฟซบุ๊กให้ความร่วมมือส่งมอบข้อมูลอาชญากรรมสงครามในเมียนมา : อินโฟเควสท์นายนิโคลัส คูมเจียน หัวหน้าคณะกลไกสืบสวนอิสระในเมียนมา (IIMM) ซึ่งเป็นหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยว่า บริษัทเฟซบุ๊กได้ร่วมแบ่งปันข้อมูลนับล้านรายการ ที่สามารถรองรับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเมียนมาได้ นายคูมเจียนระบุในถ้อยแถลงต่อ UNHRC ณ กรุงเจนีวาว่า เฟซบุ๊กได้ร่วมแบ่งปันข้อมูลนับล้านรายการแก่ IIMM เกี่ยวกับเครือข่ายบัญชีที่ถูกปิดไปเนื่องจากใช้ตัวตนปลอม เมียนมากำลังเผชิญกับข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (ICJ) จากกรณีการใช้กำลังทหารปราบปรามชาวโรฮิงญาเมื่อปี 2560 ซึ่งบีบบังคับให้ชาวโรฮิงญามากกว่า 730,000 คนต้องหลบหนีไปยังบังกลาเทศ โดยต่อมาในปี 2561 ผู้ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนของ UN ระบุว่า ได้มีการเผยแพร่วาจาสร้างความเกลียดชังผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ซึ่งได้จุดชนวนให้เกิดความรุนแรงขึ้นในเมียนมา ทางด้านเฟซบุ๊กระบุว่า บริษัทกำลังดำเนินการเพื่อจัดการกับคำพูดที่สร้างความเกลียดชัง พร้อมยืนยันจะสนับสนุนความพยายามในการจัดการคดีระหว่างประเทศซึ่งได้กระทำต่อชาวโรฮิงญา ทั้งนี้ IIMM ก่อตั้งขึ้นโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ในปี 2561 และเริ่มต้นการดำเนินงานในปีต่อมา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดทำแฟ้มคดี เพื่อการดำเนินคดีในศาลระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »