นับตั้งแต่ สตีฟ จอบส์ ขึ้นเวทีเปิดตัว iPhone โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของ Apple ในปี 2007 จวบจนถึงวันนี้ 15 ปีผ่านไปพร้อมกับการเปิดตัว iPhone14 beartaiWeekly พาคุณย้อนกลับไปดูว่าทำไม iPhone ถึงถูกจับตามองทุกครั้งที่เปิดตัวรุ่นใหม่ อ่านต่อได้ที่นี่:
ประจำปี 2022 สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดย iPhone 14 จะมาใน 2 ขนาด คือ iPhone 14 ขนาด 6.1 นิ้ว และ iPhone 14 Plus ขนาด 6.7 นิ้ว พร้อมชิป A15 ที่อยู่ในรุ่น iPhone 13 Pro ของปีก่อน ส่วน iPhone 14 Pro จะมาใน 2 ขนาดเช่นกัน คือ iPhone 14 Pro ขนาด 6.1 นิ้ว และ iPhone 14 Pro Max ขนาด 6.
“ไม่มีทางเลยที่ iPhone จะได้ส่วนแบ่งของตลาดที่สำคัญไป ไม่มีทาง มันเป็นโทรศัพท์ราคา 500 เหรียญ พวกเขาอาจทำเงินได้เยอะ แต่ถ้าคุณลองดูโทรศัพท์ที่ขายอยู่ 1,300 ล้านเครื่องตอนนี้ ผมอยากให้ซอฟต์แวร์ของเราไปอยู่ในนั้น 60% หรือ 70% หรือ 80% มากกว่าที่จะได้แค่ 2% หรือ 3% ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ Apple จะได้”บัลเมอร์มองผิดไปอย่างมาก เขาเชื่อว่าคนจะไม่จ่ายเงินเพื่อซื้อสมาร์ตโฟนราคา 500 เหรียญอย่างแน่นอนและยิ่งไม่มีคีย์บอร์ดเหมือนอย่าง Blackberry ยิ่งไปกันใหญ่ ไมค์ ลาซาริดิส ผู้ก่อตั้ง Blackberry...
‘ความเรียบง่าย’ น่าจะเป็นสิ่งที่อธิบาย iPhone ในยุคนั้นได้อย่างดีที่สุด เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนไปตลอดกาล ไม่ต้องการ Trackball ไม่ต้องมีปุ่ม เมนูที่ซับซ้อน ไม่ต้องมี Stylus เอาไว้จิ้มหน้าจอ iPhone ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายที่สุด ใครก็ตามที่ถืออยู่ในมือควรรู้ว่ามันต้องทำยังไงต่อโดยไม่ต้องอาศัยหนังสือคู่มือประกอบด้วย นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่จอบส์เน้นย้ำกับทีมออกแบบเสมอ ไม่ว่าผู้ใช้งานอยากทำอะไรก็ตาม ควรออกแบบการใช้งานให้ทำตามจุดประสงค์นั้นให้ได้ภายในการกดไม่เกิน 3 ครั้ง...
แม้ตอนนี้เราจะไม่ค่อยโหลดแอปฯกันแล้ว นอกจากว่าต้องใช้หรืออยากใช้จริง ๆ เพราะมันมีเยอะมาก แต่ต้องบอกว่าเราจินตนาการไม่ออกเลยถ้า iPhone ไม่มีแอปฯบนเครื่องหรือไม่มี AppStore จะเป็นยังไงต่อ มันอาจตายไปแล้วก็ได้ ถึงตอนนี้ผ่านมา 15 ปี จำนวนแอปฯจากเริ่มต้นที่ 500 แอปฯกลายเป็น 3.8 ล้านแอปฯไปเรียบร้อยแล้ว