จับกระแส อสังหาริมทรัพย์ไทย เปิด 10 อันดับ ผู้พัฒนาที่ดินสูงสุด ปี 2565 มูลค่ารวมกันกว่า 2.7 แสนล้านบาท กินรวบส่วนแบ่ง 58% ของตลาด 'เอพี' ยืนเหนือตาราง บริษัทเดียวทะลุ 6 หมื่นล้าน ขณะ 'รีเจนท์กรีนเพาเวอร์ ' ม้ามืดนอกตลาดในแง่หน่วย ฐานเศรษฐกิจ
ได้เผยผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากการเปิดตัวโครงการใหม่ทุกเดือนรวมกันพบว่าในรอบปี 2565 มีบริษัทที่มีผลงานการพัฒนาสูงสุด 10 อันดับแรก โดยในกรณีบริษัทมหาชน นับรวมกิจการของบริษัทลูกไว้ด้วย
ดร.โสภณ พรโชคชัย ระบุว่า บมจ.เอพี ได้ครองแชมป์บริษัทพัฒนาที่ดินที่เปิดตัวโครงการมากที่สุด มีจำนวนหน่วยขายมากที่สุด และรวมมูลค่าการพัฒนาสูงสุดในรอบปี 2565 ตามด้วย “ม้ามืด” บจก.รีเจนท์กรีนเพาเวอร์ บริษัทนอกตลาดเพียงหนึ่งเดียวในโผ 10 บริษัทที่เปิดตัวโครงการสูงสุด ตลาดเข้าสู่ภาวะกึ่งผูกขาดในจำนวน 10 บริษัทที่มีการเปิดตัวโครงการสูงสุด โดยบริษัทอันดับหนึ่งก็คือ บมจ.เอพี ด้วยจำนวนโครงการสูงถึง 46 โครงการ รวม 12,072 หน่วยที่เปิดใหม่ ในมูลค่าสูงสุดถึง 61,614 ล้านบาท โดยมีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 5.
บริษัทอีกแห่งหนึ่งที่เน้นการพัฒนาสินค้าราคาถูกในจำนวนมากก็คือ บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งพัฒนาถึง 4,946 หน่วย หรือ 4.6% ของจำนวนหน่วยทั้งหมด สินค้าของบริษัททั้งสองแห่งนี้ได้รับการตอบรับดีมากจากตลาดสำหรับ บมจ.เอสซีแอสเสทคอร์ปอเรชั่น แม้จะติดอันดับ 10 ในจำนวนหน่วยเปิดใหม่ทั้งหมด คือเปิด 3,779 หน่วย หรือ 3.5% ของตลาด แต่ปรากฏว่าเป็นอันดับสองของบริษัทที่มีมูลค่าการเปิดตัวสูงสุดถึง 41,964 ล้านบาทหรือ 8.
" จะเห็นได้ว่า 10 บริษัทพัฒนาที่ดินที่พัฒนาจำนวนหน่วยมากที่สุดนั้น มีหน่วยขายรวมกันถึง 62,455 หน่วยหรือ 58% ของทั้งตลาด และหากพิจารณาในด้านมูลค่าการพัฒนา 10 บริษัทใหญ่สุด มีมูลค่ารวมถึง 278,845 ล้านบาท หรือ 59% ของทั้งตลาด ถ้านับรวมบริษัทมหาชนและบริษัทในเครือทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ จะมีสัดส่วนรวม 80% ของทั้งตลาด "
ดร.โสภณ ยังระบุว่า กรณีนี้แสดงว่าบริษัทมหาชนอีกเกือบ 40 แห่งมีแชร์ในตลาดอีกราว 20% ที่เหลืออีก 20% เป็นของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์และที่เป็นของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์รายใหญ่ๆ ก็อาจมีแชร์อีกราว 10% แสดงว่าบริษัทพัฒนาที่ดินที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นับร้อยๆ แห่งมีแชร์อยู่เพียง 10% เท่านั้น การพัฒนาที่อยู่อาศัยในปัจจุบันจึงมีลักษณะกึ่งผูกขาด
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
โชว์ฟอร์ม 5 กองทุนหุ้นยั่งยืน มูลค่า NAV สูงสุดกองทุนหุ้นยั่งยืน มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท พบ 5 กองทุน NAV สูงสุด K-CHANGE-A(A) นำเป็นอันดับ 1 มีมูลค่า NAV 10,798 ล้านบาท ขณะที่ T-ES-GGREEN มี NAV 6,767 ล้านบาท อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
อ่านเพิ่มเติม »
คลังเตือนระวังมิจฉาชีพ แอบอ้างโทรแจ้งสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”ปัจจุบันมีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นผู้ได้รับสิทธิตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2565 และให้ทำธุรกรรมในลักษณะต่าง ๆ ตามคำแนะนำของมิจฉาชีพ
อ่านเพิ่มเติม »
ทรัพย์สินทางหลวงปี 65 ถูกขโมยเสียหายกว่า 30 ล้านกรมทางหลวง สรุปการโจรกรรมอุปกรณ์งานทางปี 65 มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 64 ที่สูญหาย 25 ล้านบาท โดยสายไฟ ถูกขโมยมากที่สุดคิดเป็น มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท อ่านข่าวเพิ่ม : กรมทางหลวง สายไฟ ThaiPBSnews
อ่านเพิ่มเติม »
10 อันดับเศรษฐีหุ้นไทย รับเงินปันผลรวยอู้ฟู่ส่อง 10 อันดับเศรษฐีหุ้นไทยปี 2565 รับเงินปันผลรวยอู้ฟู่ หลังวารสารการเงินธนาคารจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยในปีที่ผ่านมา “สารัชถ์ รัตนาวะดี” นำโด่งรายได้แตะ 1,835 ล้านบาท ฐานเศรษฐกิจ
อ่านเพิ่มเติม »
เยาวชนไทย กับ “อนาคตประเทศ”รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ข้อมูลจากกองบรรณาธิการ The 101.World กล่าวถึงสาเหตุและความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตและ การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนไทยอย่างน่าสนใจช่วงปี 2564 ถึง ปี 2565 ไว้ว่า เด็ก เยาวชน และครอบครัวไทยต้องเผชิญกับวิกฤต 3 ด้านในเวลาเดียวกันคือ วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 วิกฤตความเหลื่อมล้ำและการพัฒนา และวิกฤตสังคมและการเมือง และผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาจะส่งผลอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ด้านการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เด็กและเยาวชนได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษา ด้านความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาพบว่าจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังค
อ่านเพิ่มเติม »