เว็บไซต์ข่าวโพลิติโครายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) กำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนชื่อ Monkeypox (โรคฝีดาษลิง) เป็น 'เอ็มพอกซ์' (MPOX) เพื่อขจัดความเข้าใจผิดที่ว่าโรคดังกล่าวมีสาเหตุมาจากลิงเท่านั้น อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
เว็บไซต์ข่าวโพลิติโครายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า องค์การอนามัยโลก กำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนชื่อ Monkeypox เป็น"เอ็มพอกซ์" เพื่อขจัดความเข้าใจผิดที่ว่าโรคดังกล่าวมีสาเหตุมาจากลิงเท่านั้น
แหล่งข่าวระบุว่า WHO จะประกาศการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในวันนี้ เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนที่ออกมาเรียกร้องให้ WHO เปลี่ยนชื่อโรคฝีดาษลิง และส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐอาจจะกระทำการเพียงฝ่ายเดียว หากองค์กรระดับโลกอย่าง WHO ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ที่มากพอ
ตามปกติแล้ว WHO จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระดับโลกในประเด็นสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงการประกาศมาตรการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับชื่อโรคที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คณะบริหารของปธน.
ทั้งนี้ นอกจาก WHO ได้ประกาศให้การระบาดของฝีดาษลิงทั่วโลกเป็นเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่น่ากังวลในระดับนานาชาติแล้ว WHO ยังระบุอย่างชัดเจนว่า ความเสี่ยงของฝีดาษลิงในปัจจุบันนั้นกระจุกตัวในผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย การระบาดของโรคฝีดาษลิงทำให้ชุมชนชายรักชายหลายชาติเริ่มตระหนักและวิตกถึงการเลือกปฏิบัติและถูกตีตราทางสังคม ในกลุ่มผู้ป่วยฝีดาษลิงอย่างเลี่ยงไม่ได้
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
WHO จ่อเปลี่ยนชื่อฝีดาษลิงเป็น 'MPOX' หลังหลายฝ่ายเรียกร้องขจัดความเข้าใจผิด : อินโฟเควสท์เว็บไซต์ข่าวโพลิติโครายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) กำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนชื่อ Monkeypox (โรคฝีดาษลิง) เป็น “เอ็มพอกซ์” (MPOX) เพื่อขจัดความเข้าใจผิดที่ว่าโรคดังกล่าวมีสาเหตุมาจากลิงเท่านั้น เนื่องจากไวรัสชนิดนี้พบได้ในสัตว์หลายชนิด และมักพบในสัตว์ฟันแทะเป็นส่วนใหญ่ แหล่งข่าวระบุว่า WHO จะประกาศการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในวันนี้ (23 พ.ย.) เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนที่ออกมาเรียกร้องให้ WHO เปลี่ยนชื่อโรคฝีดาษลิง และส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐอาจจะกระทำการเพียงฝ่ายเดียว หากองค์กรระดับโลกอย่าง WHO ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ที่มากพอ โดยปกติแล้ว WHO จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระดับโลกในประเด็นสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงการประกาศมาตรการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับชื่อโรคที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คณะบริหารของปธน.ไบเดนได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับชื่อของโรคฝีดาษลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนผิวสี และความพยายามเคลื่อนไหวให้มีการเปลี่ยนชื่อโรคใหม่นั้นได้กลายมาเป็นอุปสรรคขัดขวางการรณรงค์วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิง อย่างไรก็ดี ทั้ง WHO และทำเนียบขาวยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับรายงานข่าวของโพลิติโค ก่อนหน้านี้บรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักเคลื่อนไหวที่สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ (LGBT) ได้ออกมาเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อโรคฝีดาษลิงเช่นกัน โดยพวกเขากล่าวว่า การเรียกโรคนี้ว่าฝีดาษลิงนั้นถือเป็นการสร้างความคลุมเครือ และอาจหมิ่นเหม่ที่จะกลายเป็นประเด็นเหยียดเชื้อชาติเกี่ยวกับแอฟริกา รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อการรับมือทั่วโลก ทั้งนี้ นอกจาก WHO ได้ประกาศให้การระบาดของฝีดาษลิงทั่วโลกเป็นเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่น่ากังวลในระดับนานาชาติแล้ว WHO ยังระบุอย่างชัดเจนว่า …
อ่านเพิ่มเติม »
WHO จ่อเปลี่ยนชื่อฝีดาษลิงเป็น 'MPOX' หลังหลายฝ่ายเรียกร้องขจัดความเข้าใจผิด : อินโฟเควสท์เว็บไซต์ข่าวโพลิติโครายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) กำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนชื่อ Monkeypox (โรคฝีดาษลิง) เป็น “เอ็มพอกซ์” (MPOX) เพื่อขจัดความเข้าใจผิดที่ว่าโรคดังกล่าวมีสาเหตุมาจากลิงเท่านั้น เนื่องจากไวรัสชนิดนี้พบได้ในสัตว์หลายชนิด และมักพบในสัตว์ฟันแทะเป็นส่วนใหญ่ แหล่งข่าวระบุว่า WHO จะประกาศการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในวันนี้ (23 พ.ย.) เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนที่ออกมาเรียกร้องให้ WHO เปลี่ยนชื่อโรคฝีดาษลิง และส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐอาจจะกระทำการเพียงฝ่ายเดียว หากองค์กรระดับโลกอย่าง WHO ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ที่มากพอ โดยปกติแล้ว WHO จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระดับโลกในประเด็นสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงการประกาศมาตรการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับชื่อโรคที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คณะบริหารของปธน.ไบเดนได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับชื่อของโรคฝีดาษลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนผิวสี และความพยายามเคลื่อนไหวให้มีการเปลี่ยนชื่อโรคใหม่นั้นได้กลายมาเป็นอุปสรรคขัดขวางการรณรงค์วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิง อย่างไรก็ดี ทั้ง WHO และทำเนียบขาวยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับรายงานข่าวของโพลิติโค ก่อนหน้านี้บรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักเคลื่อนไหวที่สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ (LGBT) ได้ออกมาเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อโรคฝีดาษลิงเช่นกัน โดยพวกเขากล่าวว่า การเรียกโรคนี้ว่าฝีดาษลิงนั้นถือเป็นการสร้างความคลุมเครือ และอาจหมิ่นเหม่ที่จะกลายเป็นประเด็นเหยียดเชื้อชาติเกี่ยวกับแอฟริกา รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อการรับมือทั่วโลก ทั้งนี้ นอกจาก WHO ได้ประกาศให้การระบาดของฝีดาษลิงทั่วโลกเป็นเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่น่ากังวลในระดับนานาชาติแล้ว WHO ยังระบุอย่างชัดเจนว่า …
อ่านเพิ่มเติม »
พบชาวไทยติด 'ฝีดาษลิง' รายที่ 8 กลับจากกาตาร์ ผู้สัมผัสเสี่ยง 2 รายกรมควบคุมโรค เผยตรวจพบผู้ป่วย โรคฝีดาษลิง รายที่ 8 ชาวไทย อายุ 23 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ประกอบอาชีพให้บริการที่ประเทศกาตาร์ และเริ่มมีอาการป่วย จึงเดินทางกลับมาประเทศไทย และเข้ารับกา
อ่านเพิ่มเติม »
ไทม์ไลน์ หญิงไทยป่วย 'ฝีดาษลิง' รายที่ 6 กลับจากประเทศกาตาร์เปิดไทม์ไลน์ หญิงไทยป่วย 'โรคฝีดาษลิง' รายที่ 6 เป็นพนักงานนวดแผนไทย เดินทางกลับมาจากประเทศกาตาร์ ระหว่างเดินทางผู้ป่วยมีการป้องกันตนเองโดยการสวมหน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างจากผู้โดยสารคนอื่น
อ่านเพิ่มเติม »
ศูนย์จีโนมฯ ชี้ 'ฝีดาษลิง' ติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์มากกว่าสัมผัสผิวศูนย์จีโนมทางการแพทย์ เผยข้อมูลการติดต่อ โรคฝีดาษลิง พบส่วนใหญ่ติดต่อจากการร่วมเพศถึงร้อยละ 98 ที่เหลืออีกร้อยละ 2 คือ การติดเชื้อผ่านการสัมผัสตุ่มหนอง เสื้อผ้า และสารคัดหลั่งจากระ
อ่านเพิ่มเติม »