'แอปเปิ้ล' เล็งใช้จอผลิตเองในอุปกรณ์เคลื่อนที่ปีหน้า เลิกพึ่งซัมซุง-แอลจี หน้าจอ อุปกรณ์เคลื่อนที่ แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลอิงค์ อินโฟเควสท์
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทแอปเปิ้ล อิงค์ กำลังวางแผนที่จะเริ่มใช้หน้าจออุปกรณ์เคลื่อนที่ ที่บริษัทผลิตขึ้นเองภายในปี 2567 ซึ่งเป็นความพยายามที่จะลดการพึ่งพาบรรดาบริษัทคู่ค้าซึ่งรวมถึงซัมซุงและแอลจี และมีเป้าหมายที่จะผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ขึ้นเองในองค์กร
แหล่งข่าวระบุว่า แอปเปิ้ลมีแผนการที่จะเริ่มใช้หน้าจอผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลวอตช์ ที่ผลิตเองภายในสิ้นปี 2567 โดยหน้าจอดังกล่าวเป็นการอัปเกรดหน้าจอ OLED แบบมาตรฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไปเป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า “microLED” และท้ายที่สุดแล้ว แอปเปิ้ลวางแผนที่จะนำหน้าจอรุ่นใหม่นี้มาใช้ในอุปกรณ์อื่น ๆ ซึ่งรวมถึง iPhone
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวของแอปเปิ้ลเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะใช้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ผลิตขึ้นเองภายในองค์กร แทนการพึ่งพาซัพพลายเออร์กลุ่มปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้แอปเปิ้ลสามารถควบคุมการออกแบบและประสิทธิภาพของสินค้าของบริษัทได้มากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ แอปเปิ้ลนำร่องด้วยการยุติการใช้ชิปของบริษัทอินเทลในคอมพิวเตอร์แมค และหันมาใช้ชิปที่บริษัทผลิตขึ้นเองทั้งนี้ แอปเปิ้ลได้วางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการใช้หน้าจอดังกล่าวมาเป็นเวลานานหลายปี โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานในปี 2562 ว่า...
ส่วนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า แอปเปิ้ลวางแผนที่จะระงับการซื้อชิปจากบรอดคอมในปี 2568 และหันมาใช้ชิปที่แอปเปิ้ลออกแบบขึ้นเอง ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นบรอดคอมร่วงลง 2% ในวันดังกล่าว
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
'แอปเปิ้ล'ส่งออก iPhone จากอินเดียเพิ่มเท่าตัวทะลุ 2.5 พันล้านดอลลาร์ : อินโฟเควสท์สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า แอปเปิ้ล อิงค์ ส่งออกโทรศัพท์ iPhone รุ่นต่าง ๆ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์จากอินเดียตั้งแต่เดือนเม.ย.- ธ.ค. ซึ่งมากกว่าปีงบประมาณก่อนหน้าเกือบเท่าตัว ตอกย้ำให้เห็นว่า แอปเปิ้ลกำลังเร่งลดการพึ่งพาจีนที่เผชิญความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มมากขึ้น แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี กรุ๊ป และวิสตรอน คอร์ป จัดส่ง iPhone บริษัทละกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ไปยังตลาดต่างประเทศในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดลงในเดือนมี.ค. 2566 ขณะที่เพกาตรอน คอร์ป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตรายสำคัญของแอปเปิ้ล มีกำหนดส่งออก iPhone มูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นเดือนม.ค.นี้ ตัวเลขการส่งออกที่เติบโตอย่างรวดเร็วของแอปเปิ้ล แสดงให้เห็นว่า แอปเปิ้ลกำลังเร่งขยายการดำเนินงานนอกประเทศจีน หลังเผชิญปัญหาหลากหลายประการ โดยโรงงานผลิต iPhone แห่งสำคัญของฟ็อกซ์คอนน์ในเมืองเจิ้งโจวเพิ่งเผชิญปัญหาพนักงานก่อหวอดประท้วงเกี่ยวกับมาตรการโควิด-19 จนสร้างความเสี่ยงให้กับห่วงโซ่อุปทานของแอปเปิ้ล และบีบให้บริษัทต้องลดประมาณการผลผลิตลง กรณีดังกล่าวซ้ำเติมปัญหาความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ลดลง เนื่องจากผู้บริโภคกำลังประเมินความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอย ทั้งนี้ แอปเปิ้ล ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก เริ่มประกอบ iPhone รุ่นล่าสุดในอินเดียเมื่อปีที่แล้ว โดยถือเป็นการเลิกพึ่งพาโรงงานในจีนของซัพพลายเออร์ไต้หวัน […]
อ่านเพิ่มเติม »
'แอปเปิ้ล' เล็งยุติซื้อชิปจาก 'บรอดคอม' เตรียมใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเอง : อินโฟเควสท์สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทแอปเปิ้ล อิงค์ วางแผนที่จะระงับการซื้อชิปจากบริษัทบรอดคอมในการผลิตอุปกรณ์ของแอปเปิ้ลในปี 2568 และจะหันมาใช้ชิปที่แอปเปิ้ลออกแบบขึ้นเอง แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า แอปเปิ้ลมีแผนที่จะเปลี่ยนจากการใช้ชิปโมเด็มเซลลูล่าร์ (cellular modem chips) ของบริษัทควอลคอมม์ ไปเป็นชิปที่แอปเปิ้ลผลิตขึ้นเอง ภายในสิ้นปี 2567 หรือต้นปี 2568 ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นบรอดคอมปิดตลาดร่วงลงเกือบ 2% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กในวันจันทร์ (9 ม.ค.) อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ของแอปเปิ้ลและบรอดคอมยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ ต่อรายงานข่าวดังกล่าวของบลูมเบิร์ก ในปีงบการเงิน 2565 บริษัทแอปเปิ้ลมีส่วนช่วยหนุนรายได้ของบรอดคอมในอัตราส่วนสูงถึง 20% และมีส่วนช่วยหนุนรายได้ของบริษัทควอลคอมม์อย่างน้อย 10% ทั้งนี้ แอปเปิ้ลพยายามลดการพึ่งพาผู้ผลิตชิปรายอื่น โดยล่าสุดแอปเปิ้ลเปลี่ยนไปใช้ชิป M1 ของตนเองในการผลิตคอมพิวเตอร์แมครุ่นล่าสุด แทนการใช้ชิปจากบริษัทอินเทล โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
'ทาทา กรุ๊ป' ใกล้ปิดดีลซื้อโรงงาน iPhone-เล็งขยายบทบาทซัพพลายเออร์ 'แอปเปิ้ล' : อินโฟเควสท์สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า บริษัททาทา กรุ๊ป ใกล้ปิดดีลเข้าซื้อโรงงานขนาดใหญ่ทางใต้ของอินเดีย ภายใต้ข้อตกลงซึ่งอาจทำให้อินเดียสามารถผลิตมือถือ iPhone ในประเทศได้เต็มตัวเป็นครั้งแรก แหล่งข่าวระบุว่า ทาทา กรุ๊ป ได้เข้าเจรจากับบริษัทเจ้าของโรงงานดังกล่าวอย่างวิสตรอน คอร์ป ของไต้หวัน มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และกำลังแสวงหาแนวทางในการปิดดีลอย่างสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ โดยบริษัททั้งสองได้หารือเกี่ยวกับการเป็นหุ้นส่วนกันในลักษณะต่าง ๆ แต่การเจรจาหลัก ๆ ในปัจจุบันคือ ทาทาจะเข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ในกิจการร่วมค้านี้ โดยทาทาจะมากำกับดูแลการดำเนินงานด้านการผลิตหลัก โดยมีวิสตรอนเป็นฝ่ายสนับสนุน ทั้งนี้ มือถือ iPhone ของแอปเปิ้ลส่วนใหญ่จะประกอบขึ้น ณ โรงงานในบริษัทยักษ์ใหญ่จากไต้หวันอย่างวิสตรอน และฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี กรุ๊ป ดังนั้น ข้อตกลงข้างต้นของทาทาจะช่วยส่งเสริมความพยายามของอินเดียในการแข่งขันกับจีนในด้านอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่จีนได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการเมืองกับสหรัฐและเผชิญอุปสรรคจากการระบาดของโควิด-19 แหล่งข่าวเผยว่า ทาทาตั้งเป้าที่จะเสร็จสิ้นกระบวนการสอบทานธุรกิจภายในวันที่ 31 มี.ค. เพื่อให้บริษัทในเครืออย่าง ทาทา อิเล็กทรอนิกส์ สามารถรับช่วงต่อจากวิสตรอนอย่างเป็นทางการ และรับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณของอินเดีย โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter […]
อ่านเพิ่มเติม »
Bloomberg รายงาน Apple กางแผนเปิดตัวอุปกรณ์ AR และ VR กลางปีนี้มาร์ค เกอร์แมน เจ้าของรายการจดหมายข่าว Power On ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า แอปเปิล ตั้งใจเปิดตัวอุปกรณ์ AR และ VR ของตัวเองก่อนงาน WWDC 2023 ในเดือนมิถุนายนนี้ Apple AugmentedReality VirtualReality เทคโนโลยี ไทยรัฐออนไลน์
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้น 'เวอร์จิ้นออร์บิต' ร่วง 30% หลังล้มเหลวส่งดาวเทียมสู่วงโคจรโลก : อินโฟเควสท์ราคาหุ้นเวอร์จิ้น ออร์บิต (Virgin Orbit) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีขนส่งดาวเทียมในเครือเวอร์จิ้นของมหาเศรษฐี เซอร์ริชาร์ด แบรนสัน ร่วงลง 30% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กช่วงเช้านี้ หลังมีรายงานว่าทางบริษัทประสบความล้มเหลวในการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรโลก สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า บริษัทเวอร์จิ้น ออร์บิตได้ทำการปล่อยดาวเทียม 9 ดวงจากจรวด Launcher One ที่ติดตั้งใต้ปีกเครื่องบินโบอิ้ง 747 ซึ่งผ่านการดัดแปลงใหม่ โดยเครื่องบินทะยานขึ้นจากสนามบินคอร์นวอล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษเพื่อปล่อยจรวดที่บรรทุกดาวเทียมจำนวน 9 ดวงออกสู่วงโคจร ในช่วงแรกนั้น เวอร์จิ้น ออร์บิตระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า “จรวดเข้าสู่วงโคจรโลกได้สำเร็จ” แต่ในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา บริษัทได้ประกาศว่า การปล่อยจรวด “เกิดข้อผิดพลาด” และดาวเทียมทั้ง 9 ดวงไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จ ขณะนี้ เวอร์จิ้น ออร์บิต กำลังตรวจสอบข้อมูลการปล่อยจรวดเพื่อสืบหาสาเหตุของความผิดพลาดในครั้งนี้ พร้อมยอมรับว่าได้ลบข้อความบนทวิตเตอร์ที่ระบุว่า จรวดสามารถเข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เครื่องบินโบอิ้ง 747 และลูกเรือสามารถกลับสู่พื้นโลกได้อย่างปลอดภัย โดยลงจอด ณ ท่ายานอวกาศ คอร์นวอลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ทั้งนี้ ภารกิจเมื่อวานนี้ (9 ม.ค.) […]
อ่านเพิ่มเติม »
ตลท.ยกเครื่องเกณฑ์ซื้อขายหลักทรัพย์-การชำระราคา ป้องกันซ้ำรอยหุ้น MORE : อินโฟเควสท์นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อปรับปรุงกระบวนการต่างๆ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและเพิ่มประสิทธิภาพของตลาดทุนไทยให้มากยิ่งขึ้น โดยมีทั้งแผนการดำเนินงานในระยะสั้น และ ระยะยาว ตังแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เริ่มจากการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ของทั้ง SET ,mai และตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVE Exchangeหรือ LiVEx) ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ต่อมาคือการพิจารณาปรับปรุงกฎเกณฑ์การซื้อขาย การชำระราคา และ การส่งมอบหลักทรัพย์ เพื่อให้เหมาะสมกับการพัฒนาของ ตลท. และ การกำกับดูแลที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต อาทิ การซื้อขายที่มากขึ้นของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้น การใช้โปรแกรมเทรดดิ้ง อินเตอร์เน็ตเทรดดิ้ง ที่จะถูกเข้าถึงมากขึ้น การพิจารณาปรับกรุงกระบวนการตรวจสอบข้อมูล รวมถึงแก้ไขเกณฑ์การใช้ข้อมูลสำคัญ อาทิ ข้อมูลการถือครองหุ้น และ การรวมศูนย์ข้อมูลติดต่อกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ในด้านต่างๆ อาทิข้อมูลเครดิตบูโร ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการเครดิตของนักลงทุนได้มีประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น สุดท้ายคือการพิจารณาปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินการร่วมกันกับหน่วยงานกำกับดูแล และ หน่วยงานอื่นๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐ และ ภาคเอกชน เพื่อสามารถดำเนินการด้านต่างได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เพื่อที่จะลดผลกระทบไม่ให้เกิดความรุนแรง “จากกรณีการผิดนัดชำระหุ้นบมจ. มอร์ รีเทิร์น (MORE) […]
อ่านเพิ่มเติม »