เมตา' จ่อ ปลดพนักงาน อีกหลายพันคนทั่วโลก ตามแผนปรับโครงสร้าง-ลดขนาดองค์กร อินโฟเควสท์
หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทเมตา แพลตฟอร์มส์ กำลังเตรียมการปลดพนักงานรอบใหม่ โดยพุ่งเป้าลดจำนวนพนักงานทั่วทุกแผนกในบริษัทและทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างและลดขนาดองค์กร ซึ่งมาตรการรอบใหม่นี้อาจจะส่งผลกระทบต่อพนักงานหลายพันคน
รายงานระบุว่า เมตาซึ่งปรับลดพนักงานรอบแรกในเดือนพ.ย. 2565 ไปแล้ว 13% นั้น กำลังพิจารณาการปลดพนักงานรอบใหม่และลดโครงการบางโครงการลง นายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเมตากล่าวในระหว่างการเปิดเผยผลประกอบการในเดือนนี้ว่า เขามีความรู้สึกว่าองค์กรมีการขับเคลื่อนช้าเกินไป พร้อมกับตั้งเป้าว่า ปี 2566 จะเป็น “ปีแห่งประสิทธิภาพ” และให้คำมั่นว่าจะปรับลดจำนวนผู้จัดการในระดับกลางและลดโครงการที่มีผลงานย่ำแย่
เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เมตาเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 3.217 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.153 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในไตรมาส 4 พุ่ง 22% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 2.58 หมื่นล้านดอลลาร์ เมตาระบุในวันดังกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจในแผนก Family of Apps และ Reality Labs อยู่ที่ 3.76 พันล้านดอลลาร์ และ 440 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับในช่วงไตรมาส 4/2565
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
BoFA คาด 'เมตา' มียอดสมัครบริการ Meta Verified เฉียด 12 ล้านรายในปี 67 : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์ของแบงก์ ออฟ อเมริกา (BoFA) คาดการณ์ว่า จำนวนสมาชิกที่สมัครบริการแบบชำระเงินที่ชื่อว่า “Meta Verified” ของบริษัทเมตา แพลตฟอร์ม จะมีเกือบ 12 ล้านคนภายในปี 2567 นายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเมตาประกาศเปิดตัวการบริการ Meta Verified บนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจะมีฟีเจอร์และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้ เช่น มีเครื่องหมายยืนยันตัวตน การปกป้องบัญชีแบบเชิงรุก และเพิ่มการมองเห็น โดยมีค่าบริการอยู่ที่ 11.99 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเมตาจะเริ่มทดสอบบริการดังกล่าวในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์ของ BoFA ระบุว่า บริการ Meta Verified ของบริษัทเมตานั้น เป็นบริการที่พุ่งเป้าเจาะกลุ่มเป้าหมายอย่างอินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ มากกว่าที่จะเป็นกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป และคาดว่าในท้ายที่สุดแล้วธุรกิจต่าง ๆ ก็จะหันมาใช้บริการดังกล่าวเช่นกัน โดยนักวิเคราะห์มองว่า บริการ Meta Verified จะสามารถดึงดูดกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ได้ เนื่องจากบริการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มการมองเห็น เพิ่มการเข้าถึง และเพิ่มความสามารถในการสืบค้นเนื้อหา ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่า การที่เมตากำหนดค่าบริการ 11.99 ดอลลาร์ต่อเดือนจาก Meta […]
อ่านเพิ่มเติม »
'เมตา'ยอดสมัครบริการ Meta Verified คาดเฉียด 12 ล้านรายในปี 67นักวิเคราะห์คาดหมายยอดสมัครบริการใหม่ 'Meta Verified' บนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมซึ่งต้องจ่ายรายเดือน จะเฉียด 12 ล้านรายในปี 2567 Meta MetaVerified Facebook instagram ฐานเศรษฐกิจ
อ่านเพิ่มเติม »
นายกฯ ปล่อยสโลแกน 'ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ' ระหว่างตรวจพื้นที่จันทบุรี : อินโฟเควสท์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่ จ.จันทบุรี พร้อมกับพบปะประชาชน โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากไปทุกที่ เพื่อรับฟังปัญหาโดยตรงจากปากของประชาชน และยืนยันว่าจะแก้ไขปัญหาให้ในเรื่องที่ร้องเรียนมา ทั้งเรื่องปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลหลายพันไร่ และปัญหาเรื่องน้ำประปา พร้อมระบุว่า วันนี้นายกฯ มีเวลาในการบริหารราชการก่อนยุบสภาฯ ถึงประมาณเดือนมี.ค. ดังนั้นอะไรที่ทำได้ ก็ทำจริง ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาดู มาเก็บตกผลงาน ที่ยังมีปัญหาความเดือดร้อน และขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และ อบจ.ทั้งหมด เพราะนี่คือประเทศไทยของเรา นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้ทำโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับด้านดิจิทัล ซึ่งวันนี้ทุกคนสามารถใช้เป็นกันหมด ทำให้การบริหารงานและความช่วยเหลือส่งตรงถึงมือประชาชนได้ เช่น มาตรการช่วยเหลือต่างๆ ทั้งการลดค่าครองชีพ ลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง แก้ปัญหาอุปสรรคในการติดต่อกับหน่วยงานราชการ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนไปใช้รูปแบบออนไลน์ได้ ดังนั้น ขอให้ดูวันนี้รัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว สิ่งใดที่ทำแล้วเป็นเรื่องดี ก็จะเดินหน้าทำต่อไป “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ เป็นการต่อเติมที่มีอยู่แล้ว ต่อเติมเรื่องบัตรสวัสดิการ ซึ่งก็ต้องหาเงินด้วยสร้างเศรษฐกิจใหม่มาเติม ถ้าคิดแต่จะใช้อย่างเดียว […]
อ่านเพิ่มเติม »
พลเรือนสังเวยชีวิตแล้วกว่า 8,000 รายนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน : อินโฟเควสท์คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council – UNHRC) เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (21 ก.พ.) ว่า พลเรือนจำนวนกว่า 8,000 รายเสียชีวิตนับตั้งแต่ที่รัสเซียบุกยูเครนมาเกือบ 1 ปีแล้ว ยอดผู้เสียชีวิตใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้เสียชีวิตได้ถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากจากยอดก่อนหน้านี้ที่ 7,199 รายนับตั้งแต่ที่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 และ 90% ของผู้เสียชีวิตนี้เกิดจากอาวุธประเภทระเบิด คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในยูเครนคาดการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจจะสูงกว่าที่รายงานระบุไว้อย่างมาก ขณะที่คณะทำงานกำลังดำเนินการยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต นายโฟลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติแถลงว่า “ข้อมูลของเราเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ยอดเสียชีวิตของพลเรือนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้” นางมาทิลดา บ็อกเนอร์ หัวหน้าคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของ UN ในยูเครนเชื่อว่า ยังมีพลเรือนอีกหลายพันคนเสียชีวิต เนื่องจากหลายคนอยู่ในพื้นที่ของเมืองมาริอูโปลทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย ตัวเลขผู้เสียชีวิตนั้นรวมพลเรือนที่เสียชีวิต 2,000 รายในเมืองมาริอูโปลซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่ราว 450,000 คนก่อนรัสเซียบุกโจมตีและทำลายเมืองจนราบเป็นหน้ากลอง อย่างไรก็ตาม นางบ็อกเนอร์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “เรามีข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งบ่งชี้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตสูงกว่าที่เราได้รวบรวมไว้หลายพันราย และยอดผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้นมาจากเมืองมาริอูโปล” โดย […]
อ่านเพิ่มเติม »
บจ.ไทย ไม่ยอมเสียจังหวะรุกฝ่าโควิดปี 64 ลุยลงทุนต่างประเทศพุ่งเป้าหลักอาเซียน : อินโฟเควสท์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยแพร่ SET Note เรื่อง “แนวโน้มการลงทุนของบริษัทจดทะเบียนไทยในช่วง COVID-19 และการเติบโตของรายได้จากต่างประเทศในปี 64” โดยระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่จากฐานข้อมูลการลงทุนต่างประเทศและรายได้จากต่างประเทศของบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยรวม 776 บริษัท พบข้อมูลน่าสนใจ ดังนี้ – ภาพรวมปี 2564 บริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai (บริษัทจดทะเบียนฯ) มีการลงทุนในต่างประเทศ 278 บริษัท จากบริษัทจดทะเบียนฯ ทั้งหมด 776 บริษัท หรือ 36% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนฯ – ในปี 2564 บริษัทจดทะเบียนฯ ยังมีการขยายการลงทุนทางตรงในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยมีมูลค่าการลงทุนทางตรงในต่างประเทศสุทธิรวม 1.1 แสนล้านบาท แม้ว่าบริษัทต้องเผชิญสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 และการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็ตาม – อาเซียน เป็นภูมิภาคเป้าหมายที่บริษัทจดทะเบียนฯ เข้าไปลงทุนทางตรงมากที่สุด โดยมีจำนวน […]
อ่านเพิ่มเติม »
โตโยต้าไฟเขียวขึ้นค่าแรงพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี : อินโฟเควสท์บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป เปิดเผยในวันนี้ (22 ก.พ.) ว่า ตกลงที่จะปรับขึ้นค่าแรงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการผลักดันการเพิ่มค่าแรง เนื่องจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต้องการหลักฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของค่าแรงกับเงินเฟ้อ ที่อาจนำใช้สู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายได้ ทางบริษัทโตโยต้าระบุว่า ตกลงที่จะเพิ่มค่าตอบแทน ซึ่งรวมถึงค่าแรงพื้นฐานและโบนัสในการเจรจารอบแรก โดยกำหนดเส้นตายของการสรุปผลการเจรจานี้ไว้ไม่เกินเดือนมี.ค. และนี่ก็เป็นปีที่สามติดต่อกันที่โตโยต้าได้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานทั้งหมด สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราค่าแรงได้กลายเป็นประเด็นสำคัญในญี่ปุ่นเนื่องจาก BOJ จำเป็นต้องเห็นการเติบโตของค่าจ้างที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าแนวโน้มของเงินเฟ้อจะยั่งยืน โดยที่ทางธนาคารมีกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% แม้ว่าเงินเฟ้อหลัก ๆ จะอยู่ที่ 4% ในระบบเศรษฐกิจ แต่ BOJ ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่จนกว่าอัคราค่าแรงจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน โตโยต้าได้ประกาศว่า โบนัสปีนี้จะเท่ากับค่าแรง 6.7 เดือน ซึ่งทางบริษัทไม่ได้แจกแจงเปอร์เซ็นต์การขึ้นรายได้สำหรับพนักงานในหลายภาคส่วน โดยที่สหภาพแรงงานระบุว่าเป็นการขึ้นค่าแรงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ก.พ. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »