นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร
แถลงว่า จากกรณีที่กมธ. ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากหลายช่องทางเป็นจำนวนมาก ในประเด็นที่คณะกรรมการตุลาการ ได้มีมติลงโทษนายวิชิต ลีธรรมชโย ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ในฐานะผู้ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา โดยการตัดเงินเดือนและมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่มีความเหมาะสมในการเป็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ซึ่งผลการลงมติของก.ต.
นางอมรัตน์ กล่าวว่า โดยคณะกรรมการสอบสวนข้อร้องเรียนในเรื่องดังกล่าว เกิดจากนายวิชิต เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง และมีการถูกร้องเรียน ในชั้นกรรมการสอบสวนและในชั้นอนุก.ต. มีมติเอกฉันท์ว่า เป็นการผิดวินัยที่ไม่ร้ายแรง และมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่านายวิชิต ยังมีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาได้ แต่เมื่อเรื่องมาถึงก.ต.
“เราจะเห็นได้ชัดว่า ในมติของก.ต.ในครั้งนี้ มีความย้อนแย้งในตัวเอง กล่าวคือเมื่อก.ต. มีมติว่า เป็นความผิดวินัยที่ไม่ร้ายแรง แต่กลับลงโทษขั้นรุนแรง ด้วยการทั้งตัดเงินเดือนและด้วยการไม่ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกาด้วย ซึ่งมีผลทำให้นายวิชิต จะต้องเกษียณอายุราชการในเดือนก.ย.นี้ แทนที่จะได้รับราชการต่อไป” นางอมรัตน์ กล่าว
นางอมรัตน์ กล่าวต่อว่า ในฐานะกมธ. ที่ติดตามและสนใจในประเด็นการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ในการชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ผ่านการใช้สิทธิชุมนุม ทั้งนี้ เมื่อได้รับข้อร้องเรียนและการตั้งคำถามกับสังคมจำนวนมาก ว่าแม้แต่ตัวตุลาการเอง ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม หากได้รับการตัดสินที่ไม่เป็นธรรมเสียเอง จะเหลือกระบวนการอะไรให้ประชาชนได้เป็นที่พึ่งสุดท้ายและเป็นที่หวังในความเป็นธรรมได้อีก
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
'อมรัตน์' เผยมติ ก.ต.ลงโทษ 'วิชิต ลีธรรมชโย' ไม่เป็นธรรม หลังร่วมม็อบราษฎร จ่อเกษียณกันยานี้‘อมรัตน์’ เผยมติ ก.ต.ลงโทษ ‘วิชิต ลีธรรมชโย’ ไม่เป็นธรรม หลังร่วมม็อบราษฎร จ่อเกษียณกันยานี้
อ่านเพิ่มเติม »
ก.ล.ต. ห่วงใย ! เตือนประชาชนใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจทำธุรกรรม DeFiสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับบริการทางการเงินแบบกระจายศูนย์
อ่านเพิ่มเติม »
ก.ล.ต. เตือนประชาชนใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจทำธุรกรรม DeFiสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ส.ค. 65 10:25 น. ในปัจจุบันการให้บริการและการเข้าไปลงทุนใน DeFi ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะ DeFi ที่ใ...
อ่านเพิ่มเติม »
ก.ล.ต.เตือนศึกษาก่อนทำธุรกรรมDeFi เหตุมีความเสี่ยง อยู่นอกเหนือกำกับดูแลก.ล.ต. แจ้งเตือนให้ประชาชน ใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับบริการทางการเงินแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Finance: DeFi) เนื่องจากมีความเสี่ยง และไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลของไทย
อ่านเพิ่มเติม »
16-18 ส.ค.นี้ 5 จังหวัดฝนตกหนักเสี่ยงน้ำท่วม จับตาพายุจ่อเข้าไทย ก.ย.-ต.ค.กอนช. ประเมินสถานการณ์ฝนตกหนัก 16-18 ส.ค. นี้ พบ 5 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม ย้ำกรมชลฯ-กฟผ.บริหารจัดการน้ำ พร้อมเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ หลังพบว่ามีแนวโน้มพายุเข้าในช่วงเดือนก.ย.-ต.
อ่านเพิ่มเติม »
ก.ล.ต.เตือนศึกษาก่อนลงทุนหุ้นกู้ แม้มีความเสี่ยงน้อยกว่าสินทรัพย์อื่น : อินโฟเควสท์ฝ่ายตราสารหนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุในบทความว่า หุ้นกู้ถือว่าเป็นหลักทรัพย์ที่ผู้ลงทุนโดยทั่วไปรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ในปัจจุบันกลับมีผู้ลงทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาอยู่เพียง 1.37 แสนรายเท่านั้น (โดยเฉลี่ยแล้วมีการถือหุ้นกู้ประมาณ 4 รุ่นต่อราย ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565) ส่วนหนึ่งมาจากลักษณะการขายหุ้นกู้ที่มีการกำหนดมูลค่าขายขั้นต่ำเป็นมูลค่าสูง ผลตอบแทนอาจไม่สูงเมื่อเทียบกับหลักทรัพย์ชนิดอื่น และมักจะมีการเสนอขายต่อผู้ลงทุนรายใหญ่เป็นหลัก เนื่องจากลักษณะเด่นของหุ้นกู้ คือ การให้ผลตอบแทนที่แน่นอน สม่ำเสมอ และมักมีอัตราที่สูงกว่าเงินฝาก ดังนั้น หุ้นกู้จึงเป็นหลักทรัพย์ที่นิยมสำหรับกลุ่มผู้ลงทุนวัยใกล้เกษียณ หรือวัยเกษียณ เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินออมและลงทุนไว้ใช้หลังเกษียณ ซึ่งจากสถิติจะเห็นได้ว่า ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดตราสารหนี้เอกชนของไทยจะเป็นผู้สูงวัย โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 62 (จำนวน 85,248 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565) นอกจากนี้ หากรวมการถือครองตราสารหนี้ของกลุ่มผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กับกลุ่มผู้ลงทุนวัยใกล้เกษียณที่มีอายุ 50 – 60 ปี จะเห็นได้ว่ากลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนรวมกันกว่า 70% อีกทั้งเมื่ออายุมากขึ้นจำนวนตราสารที่ถือครองโดยเฉลี่ยต่อรายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ดี …
อ่านเพิ่มเติม »