เกิน 1 สัปดาห์แล้ว สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ปริมณฑลและกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก แม้ถนนสายหลักอย่างรังสิต-นครนายก จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ตามซอกซอยและหมู่บ้านพื้นที่ต่ำในย่านรังสิต คูคต และลำลูกกา ยังคงมีน้ำท่วมขังขังเน่าเสีย ประชาชนต้องเผชิญความยากลำบากในการเดินทาง ขณะที่พื้นที่ กทม.
03 Oct 69 - 19:00คลิปข่าวทั่วไปเกิน 1 สัปดาห์แล้ว สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ปริมณฑลและกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก แม้ถนนสายหลักอย่างรังสิต-นครนายก จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ตามซอกซอยและหมู่บ้านพื้นที่ต่ำในย่านรังสิต คูคต และลำลูกกา ยังคงมีน้ำท่วมขังขังเน่าเสีย ประชาชนต้องเผชิญความยากลำบากในการเดินทาง ขณะที่พื้นที่ กทม.
ฝั่งตะวันออก ทั้งร่มเกล้าและลาดกระบัง ล่าสุด ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ประมาณ 10 เซนติเมตร หลัง กทม.
เร่งระดมท่อซิ่งและเครื่องสูบน้ำลุยทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนลงทะเบียนรับเงินเยียวยาการสู้ภัยน้ำท่วมในพื้นที่รอบนอกและปริมณฑล ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยจากการลงพื้นที่สำรวจบริเวณถนนสายหลัก รังสิต-นครนายก จังหวัดปทุมธานี พบว่า รถยนต์สามารถสัญจรได้ตามปกติแล้ว เว้นแต่จุดกลับรถบางจุดที่ยังมีน้ำขัง แต่สิ่งที่น่าห่วง คือ พื้นที่ซอกซอยและหมู่บ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำ ย่านรังสิต คูคต และลำลูกกา ที่ต้องจมน้ำท่วมขังยาวนานเกิน 7 วัน การสัญจรเข้า-ออก ต้องพึ่งพารถกระบะยกสูงเพียงอย่างเดียวขณะที่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพ พร้อมชี้ปัญหาว่า เครื่องสูบน้ำระบายออกสู่ทะเลยังทำงานได้เพียง 60% และขาดการประสานงานไร้ศูนย์บัญชาการภาพรวม ทำให้คลองสายหลักรับน้ำไม่ทัน น้ำจึงย้อนกลับเข้าชุมชนซ้ำซาก“ณัฐพงษ์” ระบุว่า ในขณะที่น้ำหน้าบ้านประชาชนยังท่วม แต่เครื่องสูบน้ำที่จะระบายออกไปทางอ่าวไทย เจ้าพระยา หรือบางปะกง ยังทำงานได้แค่ 60% รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าเป็นเพราะอะไร และจะบริหารจัดการประตูระบายน้ำระหว่างพื้นที่อย่างไรให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประชาชนต้องการคำตอบที่ชัดเจนครับว่าน้ำจะลดลงเมื่อไหร่ข้ามมาที่ฝั่งกรุงเทพมหานคร ด้าน “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม.
และ “วิศณุ ทรัพย์สมพล” รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ติดตามการกู้วิกฤตน้ำท่วมในโซนตะวันออก โดยเฉพาะเขตร่มเกล้าและลาดกระบัง ซึ่งล่าสุดหลังจากการระดมปั๊มน้ำ 16 ตัว พร้อมเดินเครื่อง “ท่อซิ่ง” แรงดันสูงเพิ่มเติม ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลาดกระบังเริ่มลดลงแล้วประมาณ 10 เซนติเมตร โดย กทม.
เร่งเปิดประตูระบายน้ำในคลองสายหลัก ทั้งคลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ และเร่งพร่องน้ำในแก้มลิง เพื่อเตรียมรับมือกับมรสุมฝนระลอกใหม่ที่คาดว่าจะเข้ามาในช่วงวันที่ 4 ถึง 10 ตุลาคมนี้“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ย้ำด้วยว่า ที่ลาดกระบังปั๊มท่อซิ่ง 4 ท่อที่เรานำมาเสริม เริ่มสูบตั้งแต่เมื่อวาน จนถึงเช้านี้น้ำลดลงไปได้ประมาณ 10 เซนติเมตรแล้ว ช่วงแรกอาจจะลงช้าหน่อย เพราะเป็นพื้นที่กว้าง แต่พอน้ำเริ่มงวดลง เราจะเห็นอัตราการเร่งระบายที่เร็วขึ้น ประเมินว่าอีก 2-3 วันจะเห็นหน้าเห็นหลังชัดเจน ส่วนฝนที่คาดว่าจะมาเติมประมาณ 30 มิลลิเมตร ประเมินแล้วไม่น่ามีผลกระทบมากนอกจากนี้ กทม.
ยังได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าฟื้นฟูทำความสะอาด จัดเก็บขยะชิ้นใหญ่หลังน้ำลด เช่น บริเวณเคหะคลองจั่น และพื้นที่สะพานสูง พร้อมเปิดให้ประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ กทม.
ลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาได้แล้วผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ความหวังของประชาชนในเวลานี้ จึงขึ้นอยู่กับการบูรณาการระบายน้ำของทุกหน่วยงาน ที่จะต้องเร่งดึงน้ำออกจากชุมชนให้ไวที่สุด ก่อนที่ฝนระลอกใหม่จะเข้ามาซ้ำเติมความเดือดร้อนอีกครั้ง
