จอร์เจีย ได้รับการยกย่องเป็น 'แหล่งกำเนิดของไวน์' มีหลักฐานการผลิตไวน์ที่เก่าแก่ย้อนไปหลายพันปี กรรมวิธีการผลิตไวน์จอร์เจียได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติที่งดงาม เช่น เทือกเขาคอเคซัส, สถาปัตยกรรมเก่าแก่, วัฒนธรรม ไวน์ ที่เก่าแก่ มีเมืองหลวงคือ ทบิลีซี จอร์เจีย เป็นหนึ่งในชาติที่ผลิต ไวน์ เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และได้ชื่อว่าเป็น "The birth place of wine" หรือ "The Cradle of Wine Making" จากหลักฐานที่พบเชื่อกันว่า มีการผลิต ไวน์ บริเวณพื้นที่แห่งนี้เมื่อประมาณ 7,000 - 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ผมไปจอร์เจียครั้งแรกในปี 1994 หรือประมาณ 3-4 ปีที่เป็นเอกราชจากสหภาพโซเวียต ครั้งนั้นได้ชิม ไวน์ หลายอย่าง แต่ยังเป็นแบบดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่ เทคโนโลยียังไม่ทันสมัยมากนัก กูรู ไวน์ ชาวจอร์เจียคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า หลายพันปีมาแล้วชาวคอเคซัส ค้นพบว่าน้ำองุ่นป่าที่พวกเขาบีบคั้นเอาไว้ เกิดการเปลี่ยนแปลงและมีแอลกอฮอล์เกิดขึ้น นำมาดื่มแล้วรสชาติดี หลังจากนั้นพวกเขาจึงใช้ประสบการณ์พัฒนาความรู้มาเรื่อยๆ เพื่ออุทิศให้กับการเก็บเกี่ยวองุ่น ทั้งครอบครัว รวมทั้งผู้หญิง ลูกเด็กเล็กแดง จะพากันไปเก็บองุ่น จากนั้นจะมีการชิม ไวน์ ที่แต่ละครอบครัวทำกันเอง ร้องเพลง และเต้นรำ ฯลฯ เทศกาลนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย !! ณ วันนี้จอร์เจียร์ส่งออก ไวน์ ปีละกว่า 94 ล้านขวดไปยัง 53 ประเทศ มากที่สุดคือรัสเซีย กว่า 59 ล้านขวด ตามด้วยจีน กว่า 7 ล้านขวด ขณะที่ไทยเพิ่งนำเข้ามาไม่น่าจะเกิน 3-4 ปี จำนวนน่าจะแค่หลักพัน แต่แนวโน้มดีขึ้น เพราะมีผู้นำเข้าหน้าใหม่เกิดขึ้น !! ไวน์ ที่ผลิตแบบดั้งเดิมของจอร์เจียมักจะระบุชื่อแหล่งผลิต จังหวัด หรือหมู่บ้าน คล้าย ๆ บอร์กโดซ์หรือเบอร์กันดีของฝรั่งเศส นอกจากนั้นยังนิยมเบลนด์จากองุ่น 2 พันธุ์ขึ้นไป เป็นหนึ่งในองุ่นเขียวพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก กำเนิดในจอร์เจีย ปลูกมากในสหภาพโซเวียต ยุโรปตะวันออกและยุโรปตอนกลาง และมากเป็นอันดับ 3 ในโลกเมื่อคิดเป็นเฮกตาร์ ใช้ทำตั้งแต่ ไวน์ ขาวดราย จนถึงลิเคียวร์ และฟอร์ดิไฟด์ ไวน์ โดยเฉพาะในเขตกาเคติ ใช้ทำ ไวน์ หวานด้วยกรรมวิธีเดียวกับพอร์ต ของโปรตุเกสสำหรับชาวจอร์เจียแล้ว “องุ่นและ ไวน์ ” ถือเป็นชีวิต เป็นจิตวิญญาณ เป็นวิถีชีวิต เป็นมิตรภาพ เป็นเครื่องหมายของบรรพบุรุษ เป็นศาสนา ฯลฯ เรียกว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับชีวิตจิตใจของพวกเขาอย่างแยกไม่ออก คนจอร์เจียบอกว่าถ้าไม่มีองุ่นพวกเขาอยู่ไม่ได้ หน้าโบสถ์หรือสถานที่สำคัญๆ ในจอร์เจีย หลายๆ แห่งจะมีเป็นลวดลายเป็นเถาองุ่น ขณะที่ทุกบ้านจะปลูกองุ่นที่ซุ้มประตูหน้าบ้าน เป็นสัญลักษณ์ เป็นร่มเงา เป็นวัฒนธรรมอันยาวนานที่สืบสานกันมาหลายพันปี.
ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติที่งดงาม เช่น เทือกเขาคอเคซัส, สถาปัตยกรรมเก่าแก่, วัฒนธรรมไวน์ที่เก่าแก่ มีเมืองหลวงคือ ทบิลีซี จอร์เจีย เป็นหนึ่งในชาติที่ผลิตไวน์เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และได้ชื่อว่าเป็น "The birth place of wine" หรือ "The Cradle of Wine Making" จากหลักฐานที่พบเชื่อกันว่า มีการผลิตไวน์บริเวณพื้นที่แห่งนี้เมื่อประมาณ 7,000 - 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ผมไปจอร์เจียครั้งแรกในปี 1994 หรือประมาณ 3-4 ปีที่เป็นเอกราชจากสหภาพโซเวียต ครั้งนั้นได้ชิมไวน์หลายอย่าง แต่ยังเป็นแบบดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่ เทคโนโลยียังไม่ทันสมัยมากนัก กูรูไวน์ชาวจอร์เจียคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า หลายพันปีมาแล้วชาวคอเคซัส ค้นพบว่าน้ำองุ่นป่าที่พวกเขาบีบคั้นเอาไว้ เกิดการเปลี่ยนแปลงและมีแอลกอฮอล์เกิดขึ้น นำมาดื่มแล้วรสชาติดี หลังจากนั้นพวกเขาจึงใช้ประสบการณ์พัฒนาความรู้มาเรื่อยๆ เพื่ออุทิศให้กับการเก็บเกี่ยวองุ่น ทั้งครอบครัว รวมทั้งผู้หญิง ลูกเด็กเล็กแดง จะพากันไปเก็บองุ่น จากนั้นจะมีการชิมไวน์ที่แต่ละครอบครัวทำกันเอง ร้องเพลง และเต้นรำ ฯลฯ เทศกาลนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย !! ณ วันนี้จอร์เจียร์ส่งออกไวน์ปีละกว่า 94 ล้านขวดไปยัง 53 ประเทศ มากที่สุดคือรัสเซีย กว่า 59 ล้านขวด ตามด้วยจีน กว่า 7 ล้านขวด ขณะที่ไทยเพิ่งนำเข้ามาไม่น่าจะเกิน 3-4 ปี จำนวนน่าจะแค่หลักพัน แต่แนวโน้มดีขึ้น เพราะมีผู้นำเข้าหน้าใหม่เกิดขึ้น !! ไวน์ที่ผลิตแบบดั้งเดิมของจอร์เจียมักจะระบุชื่อแหล่งผลิต จังหวัด หรือหมู่บ้าน คล้าย ๆ บอร์กโดซ์หรือเบอร์กันดีของฝรั่งเศส นอกจากนั้นยังนิยมเบลนด์จากองุ่น 2 พันธุ์ขึ้นไป เป็นหนึ่งในองุ่นเขียวพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก กำเนิดในจอร์เจีย ปลูกมากในสหภาพโซเวียต ยุโรปตะวันออกและยุโรปตอนกลาง และมากเป็นอันดับ 3 ในโลกเมื่อคิดเป็นเฮกตาร์ ใช้ทำตั้งแต่ไวน์ขาวดราย จนถึงลิเคียวร์ และฟอร์ดิไฟด์ ไวน์ โดยเฉพาะในเขตกาเคติ ใช้ทำไวน์หวานด้วยกรรมวิธีเดียวกับพอร์ต ของโปรตุเกสสำหรับชาวจอร์เจียแล้ว “องุ่นและไวน์” ถือเป็นชีวิต เป็นจิตวิญญาณ เป็นวิถีชีวิต เป็นมิตรภาพ เป็นเครื่องหมายของบรรพบุรุษ เป็นศาสนา ฯลฯ เรียกว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับชีวิตจิตใจของพวกเขาอย่างแยกไม่ออก คนจอร์เจียบอกว่าถ้าไม่มีองุ่นพวกเขาอยู่ไม่ได้ หน้าโบสถ์หรือสถานที่สำคัญๆ ในจอร์เจีย หลายๆ แห่งจะมีเป็นลวดลายเป็นเถาองุ่น ขณะที่ทุกบ้านจะปลูกองุ่นที่ซุ้มประตูหน้าบ้าน เป็นสัญลักษณ์ เป็นร่มเงา เป็นวัฒนธรรมอันยาวนานที่สืบสานกันมาหลายพันปี
