ไทยกำหนดท่าทีพัฒนาความร่วมมือกลุ่มน้ำโขงตอนล่าง เฝ้าระวังน้ำโขงช่วงปลายปี สทนช แม่น้ำโขง อินโฟเควสท์
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทยว่า วันนี้ได้ประชุมเตรียมการสำหรับการเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ครั้งที่ 29 และการประชุมระหว่างคณะมนตรีคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงกับกลุ่มหุ้นส่วนการพัฒนา ครั้งที่ 27 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ณ ประเทศเวียดนาม
ที่ประชุมยังได้รับทราบสถานการณ์และความก้าวหน้าของงานสำคัญต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง โดยเฉพาะเรื่องความคืบหน้าของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคาม สปป.ลาว ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เน้นย้ำประเด็นข้อกังวลต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องเขตแดนและการกัดเซาะในลำน้ำ และได้ยืนยันให้มีการศึกษาข้อมูลผลกระทบข้ามพรมแดนให้ชัดเจน โดยขณะนี้สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง รายงานว่าอยู่ในระหว่างศึกษาข้อมูลผลกระทบข้ามพรมแดนเพิ่มเติม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ฟิทช์ฯ หั่นเครดิตหุ้นกู้ Risland (Thailand) เป็น BBB+(tha) แนวโน้มเป็นลบ : อินโฟเควสท์บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term Rating) ของหุ้นกู้มีประกัน ที่ออกโดย บริษัท ริสแลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ RLT เป็น BBB+(tha) จาก A(tha) แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ และยกเลิกเครดิตพินิจเป็นลบจากอันดับเครดิตทั้งหมด หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการค้ำประกันโดย Country Garden Holdings Company Limited หรือ CGH (BB-/Negative) การปรับลดอันดับเครดิตของหุ้นกู้ของ RLT เป็นผลมาจากการประกาศปรับลดอันดับเครดิตสากลระยะยาวของ CGH ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหุ้นกู้ดังกล่าว เป็น BB- จาก BB+ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต อันดับเครดิตของหุ้นกู้มีประกันของ RLT สะท้อนถึงการค้ำประกันหุ้นกู้ดังกล่าวในลักษณะเต็มจำนวน ไม่มีเงื่อนไขและเพิกถอนไม่ได้โดย CGH ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ RLT โดยหนี้จากการค้ำประกันมีสถานะทางกฏหมายเท่าเทียมกับหนี้ที่ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิอื่นๆ …
อ่านเพิ่มเติม »
ททท.จัดงาน HIDDEN PRICE HIDDEN PLACE เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่แบบลับพิเศษ : อินโฟเควสท์น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในปี 2565 นี้ ททท. ได้ตั้งเป้าหมายคนไทยเที่ยวในประเทศไว้ที่ 165 ล้านคน/ครั้ง ขณะที่รายได้นั้นตั้งเป้าหมายไว้ 656,000 ล้านบาท โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า ทั้งจำนวนคนไทยเที่ยวในประเทศ และรายได้จากการท่องเที่ยวสามารถทำได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ไปแล้ว ทั้งนี้ ททท.เดินหน้าฟื้นภาคการท่องเที่ยวในทุกมิติต่อไป โดยได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายท่องเที่ยว และศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก จัดงาน “HIDDEN PRICE HIDDEN PLACE” เพื่อเป็นการเปิดแนวคิดการท่องเที่ยวไทยในปี 65 ด้วยการพลิกโฉมการท่องเที่ยวแบบใหม่ “Amazing Thailand, Amazing New Chapter” ที่ตอบสนองทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว ด้วยเรื่องราวใหม่ๆ โดยมีผู้ประกอบการนำเสนอแพ็คเกจท่องเที่ยวทั่วไทยในแบบฉบับลับพิเศษ พร้อมมอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 50% หรือโปร 2 แถม 1 นอกจากนี้ ยังมีที่พักเปิดใหม่ แพคเกจท่องเที่ยว โรงแรมร้านอาหาร และผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากแหล่งท่องเที่ยวมากกว่า 50 บูธ …
อ่านเพิ่มเติม »
SCGP จ่อออกหุ้นกู้อายุ 4 ปี 22-30 พ.ย.ขายนลท.ทั่วไป-ผู้ถือหุ้นกู้เครือ SCC : อินโฟเควสท์บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท ครั้งที่ 2/2565 อายุ 4 ปี แก่นักลงทุนทั่วไป และนักลงทุนที่เป็นผู้ถือหุ้นกู้ SCGP ทุกชุดและ/หรือผู้ถือหุ้นกู้ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) และ/หรือ ผู้ถือหุ้นกู้ บมจ.เอสซีจี เคมิคอลล์ (SCGC) โดยคาดเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ปัจจุบัน วันที่ 22-24 พ.ย.65 และสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป ในวันที่ 28-30 พ.ย.65 ซึ่งมีธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ประสานงานการจัดออกและการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ขณะที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ A+(tha) โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2565 บริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ไปชำระคืนเงินกู้ และเพื่อการลงทุนของบริษัท โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 …
อ่านเพิ่มเติม »
อุตตม แนะรัฐบาลปรับปรุงงบปี 66 เตรียมพร้อมรับมรสุมเศรษฐกิจในปีหน้า : อินโฟเควสท์นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังอยู่ในช่วงที่มีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ หากติดตามข้อมูลเศรษฐกิจโลกจะเห็นได้ว่า หลายสำนักในต่างประเทศมองว่ามีโอกาสสูงที่เศรษฐกิจโลกจะถดถอยในปีหน้า สาเหตุจากทั้งปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายประเทศที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง สงครามยูเครน-รัสเซียยังไม่ยุติ รวมทั้งมีความสุ่มเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ขณะที่หน่วยงานเศรษฐกิจภาครัฐ อย่างธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง ชี้ว่า ตัวเลขข้อมูลระดับมหภาค เช่น ระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ และสถานะภาพของระบบธนาคารพาณิชย์ สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี ตนเห็นว่านอกเหนือจากข้อมูลในภาพใหญ่แล้ว จำเป็นต้องพิจารณาเชิงลึกให้ถึงเนื้อในที่แท้จริงของเศรษฐกิจให้ครบถ้วน จึงจะรู้ว่าเศรษฐกิจไทยในวันนี้มีความเข้มแข็งระดับใด และจะสามารถฟันฝ่ามรสุมเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นได้ในปีหน้าหรือไม่ เช่น ข้อมูลกำลังซื้อของผู้บริโภค ปัญหาสภาพคล่อง และการเข้าถึงทุนที่ส่งผลต่อการอยู่รอดของผู้ประกอบการรายกลาง-รายเล็กที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในระบบ ภาคเกษตรที่กำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนสูงจากราคาปุ๋ย รวมถึงระดับหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบที่อยู่ในระดับสูงและไม่มีแนวโน้มจะลดลง นอกจากนั้น ทุกภาคส่วนยังมีปัญหาเรื่องต้นทุนขยับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีความอ่อนไหวสูง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเปราะบาง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสนใจในการบริหารจัดการด้วยความไม่ประมาท และมองสถานการณ์ข้างหน้าอย่างรอบคอบ พร้อมไปกับเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถประเทศให้ก้าวทันโลกยุคใหม่อีกด้วย หัวหน้าพรรค สอท.กล่าวว่า งบประมาณคือเครื่องมือสำคัญที่สุดที่รัฐบาลมีในช่วงต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต แต่วันนี้การจัดหางบประมาณมีข้อจำกัดเพิ่มขึ้น เพราะแหล่งรายได้หลักที่มาจากการจัดเก็บภาษี กำลังถูกท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอและสุ่มเสี่ยงในอนาคต ขณะที่การดูแลแก้ไขปัญหาให้ประชาชนพร้อมกับขับเคลื่อนไปสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนก็มีความจำเป็น สำหรับงบประมาณปี 2566 ในภาพรวมยังเป็นการจัดทำงบประมาณแบบภาวะปกติ ไม่ใช่ภาวะวิกฤตที่
อ่านเพิ่มเติม »
ภาวะตลาดตราสารหนี้: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 43,465 ล้านบาท : อินโฟเควสท์สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 43,465 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 4,342 ล้านบาท 2. กลุ่มบริษัทประกัน ซื้อสุทธิ 546 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 3,804 ล้านบาท Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 2.68% ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน -0.03% ภาพรวมของตลาดในวันนี้ Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 3-5 bps. ในทิศทางเดียวกับ US-Treasury ด้านปัจจัยต่างประเทศ เอสแอนด์พี โกลบอล รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.4 ในเดือนต.ค. จากระดับ 52.0 ในเดือนก.ย. สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 49.9 …
อ่านเพิ่มเติม »
เทเลนอร์เผยคนเอเชียใช้มือถือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน-เข้าถึงโอกาสธุรกิจใหม่ : อินโฟเควสท์เทเลนอร์เอเชีย เผยผลการศึกษา”Digital Lives Decoded” ในหัวข้อโทรศัพท์มือถือกับการทำงาน โดยสำรวจพฤติกรรมของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย มีการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป จากวัฒนธรรมการทำงานใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นหลังการระบาดของโควิด -19 ระบุว่า ผู้คนในเอเชียหันมาใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อยกระดับชีวิตการทำงาน ทำให้ประสิทธิภาพและทักษะการทำงานที่เพิ่มขึ้น และการเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยเน้นย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับประเด็นความไว้วางใจและการควบคุมของหัวหน้างาน เนื่องด้วยรูปแบบการทำงานที่ผสมผสานระหว่างการทำงานในสำนักงานและการทำงานแบบออนไลน์ ซึ่งก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างพนักงานและผู้บังคับบัญชา การศึกษาดังกล่าวสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ 8,000 รายใน 8 ประเทศ ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ได้แก่ บังกลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม) ผลสำรวจในประเทศไทย ในประเทศไทย ผู้หญิง (61%) จำนวนมากกว่าผู้ชาย (39%) รู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพา มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอาชีพและทักษะการทำงาน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 54% สำหรับผู้หญิงและ 52% สำหรับผู้ชาย ผู้บริหารระดับ C-suite ในประเทศไทย (44%) มีแนวโน้มน้อยที่สุดที่จะรายงานประโยชน์จากเทคโนโลยีมือถือในการช่วยพัฒนาทักษะและอาชีพ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของผู้บริหารระดับ C-suite ในภูมิภาค …
อ่านเพิ่มเติม »