การปิดโรงเรียน ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาจทำลายศักยภาพของการเติบโตเศรษฐกิจไทย ยิ่งเด็กหลุดจากระบบมากเท่าไร ทุนมนุษย์ในอนาคตยิ่งมีคุณภาพต่ำมากเท่านั้น ส่งผลทำให้ GDP และ การลงทุนของไทย เสี่ยงตกต่ำในระยาว อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ GDP
เด็กนักเรียนหลายคนในประเทศกำลังพัฒนา มาจากครัวเรือนรายได้ต่ำ และไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต, เทคโนโลยี หรือพื้นที่อำนวยความสะดวกสำหรับการเรียนได้อย่างเพียงพอ ในช่วงที่โรงเรียนปิดทำการเพราะโควิด เด็กเหล่านี้จะหลุดออกจากระบบการศึกษา ส่งผลให้ผลผลิตของเศรษฐกิจตกต่ำในระยะยาว เพราะแรงงานในอนาคตมีรายได้ต่ำ และมีอำนาจใช้จ่ายลดลง“ทุนมนุษย์ รายได้ และสุขภาพของประชากรที่อยู่ในระดับต่ำ อาจลดการสะสมทุนมนุษย์ของรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคต...
รายงานคาดการณ์ด้วยว่า ระดับรายได้ที่น้อยและการบริโภคต่ำ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจทั้ง 5 ประเทศ ในช่วงปี 2564-2578 ลดลง 240,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับธุรกิจภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ อาจขาดความเชื่อมั่นด้านการลงทุนใน 5 ประเทศดังกล่าว ซึ่งอ็อกฟอร์ด อีโคโนมิก คาดการณ์ว่า การลงทุนตราสารหนี้ทั้ง 5 ประเทศ อาจลดลง 181,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงปี 2564-2578 และอินเดีย อาจสูญเสียการลงทุนมากที่สุดเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว รองลงมาเป็นอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย ตามลำดับ
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
'ทกซูรี'กระทบ 3 ประเทศ จ่อเข้าจีน 28 ก.ค.นี้ อัปเดตกระทบไทยหรือไม่ ?อัปเดตเส้นทางพายุไต้ฝุ่น 'ทกซูรี' เคลื่อนตัวจ่อขึ้นฝั่งที่ประเทศจีน 28 ก.ค.นี้ ไทยได้รับผลกระทบหรือไม่ พร้อมรู้จักระดับความรุนแรงแค่ไหนเรียก 'ไต้ฝุ่น' หรือ 'ซุเปอร์ไต้ฝุ่น' อ่านข่าวเพิ่ม : พายุไต้ฝุ่น พายุหมุนเขตร้อน ไต้ฝุ่นทกซูรี เส้นทางพายุ พายุ…
อ่านเพิ่มเติม »
OECD เผยสัดส่วนรายได้ภาษีต่อ GDP ในเอเชียและแปซิฟิกประจำปี 2566 : อินโฟเควสท์องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เปิดเผยรายงานสถิติรายได้ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกประจำปี 2566 โดยเป็นการใช้ข้อมูลรายได้ของภาครัฐ (public revenue) ที่ครอบคลุมระหว่างปี 2553 – 2564 ซึ่งเป็นปีที่ 2 ที่เกิดโรคโควิด-19 ระบาด ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเผชิญผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจเช่นเดียวกับภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก แม้แต่ละประเทศจะได้รับผลกระทบในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป แม้รายได้ภาษีในประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกฟื้นตัวขึ้นในปี 2564 หลังลดลงอย่างหนักในปี 2563 แต่โรคระบาดยังคงบั่นทอนรายได้อย่างหนักในไม่กี่ประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มหมู่เกาะแปซิฟิก รายงานฉบับนี้เป็นการเปรียบเทียบสัดส่วนรายได้ภาษีต่อ GDP (Tax-to GDP) ใน 29 ประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยสัดส่วนรายได้ภาษีต่อ GDP เป็นมาตรวัดรายได้ภาษี ซึ่งรวมถึงเงินสมทบประกันสังคม ในปี 2564 สัดส่วนรายได้ภาษีต่อ GDP ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกอยู่ที่ระหว่าง 9.7% ในประเทศลาวไปจนถึง 36.6% ในประเทศนาอูรู โดย 13 จาก 29 ประเทศมีสัดส่วนรายได้ภาษีต่อ GDP สูงเหนือค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่ 19.8% ในปี 2564 […]
อ่านเพิ่มเติม »
TOPICSTODAY: จับตาไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่หลังเลื่อนโหวตนายกฯ/สศค.ทบทวน GDP-พาณิชย์แถลงส่งออก : อินโฟเควสท์จับตาไทม์ไลน์การโหวตนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 หลังเจอปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งวานนี้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ได้สั่งงดการประชุมคณะกรรมการประสานงาน (วิป 3 ฝ่าย) ที่เดิมกำหนดนัดประชุมกันในวันนี้ และการประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ค.) เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปไม่มีกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหลังผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันอายุ 74 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ออกมาประกาศว่าจะเดินทางกลับไทยในเดือนก.ค.นี้ ไม่ว่าจะต้องกลับมาถูกติดคุกก็ตาม แต่ทางน.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ระบุว่า การเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ คงจะเลื่อนจากเดือน ก.ค.ออกไปนิดหน่อย เพราะสถานการณ์การเมืองตอนนี้ยังเลือกนายกรัฐมนตรีไม่เรียบร้อย ขณะที่ล่าสุดมีกระแสข่าวสะพัดว่า นายทักษิณ บินลัดฟ้ามาฮ่องกง โดยมีบรรดาแกนนำของพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลเดินทางไปพบด้วย ซึ่งก็รอจับตาว่าจะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หรือไม่ และงขั้วรัฐบาลจะยังเป็น 8 พรรค ของ 312 เสียงอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังมองในแง่ดีว่าในเดือนส.ค.จะได้รัฐบาลใหม่ ประเด็นด้านเศรษฐกิจที่น่าสนใจวันนี้ – สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) […]
อ่านเพิ่มเติม »
เงินบาทเปิด 34.04 แข็งค่าจากเฟดขึ้นดบ.ตามคาด วันนี้จับตาประชุม ECB-GDP สหรัฐ : อินโฟเควสท์นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 34.04 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดเย็น วานนี้ที่ระดับ 34.27 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทเช้านี้แข็งค่าเทียบท้ายตลาด เนื่องจากเมื่อคืนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ตามคาด อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการส่งสัญญาณที่น่ากังวล ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงิน นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 34.00 – 34.30 บาท/ดอลลาร์ สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย ขณะที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวล รวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/66 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ปัจจัยสำคัญ – เงินเยนอยู่ที่ระดับ 139.76 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 140.35 เยน/ดอลลาร์ – เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1099 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1070 ดอลลาร์/ยูโร – อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ […]
อ่านเพิ่มเติม »
ทองปิดบวก $1.50 ตลาดจับตาผลประชุมเฟด-ECB : อินโฟเควสท์สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (25 ก.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในสัปดาห์นี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) จะแถลงมติการประชุมในวันนี้ (26 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐ ส่วน ECB จะแถลงมติการประชุมในวันที่ 27 ก.ค. ลุคแมน โอตูนูกา นักวิเคราะห์จากบริษัท FXTM กล่าวว่า “ตลาดทองคำมีความผันผวนในสัปดาห์นี้ เนื่องจากเป็นสัปดาห์ที่มีการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางรายใหญ่อย่าง เฟด และ ECB รวมทั้งเป็นสัปดาห์ที่จะมีการเปิดผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2566 และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นข้อมูลเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ” “ตลาดคาดการณ์ไว้แล้วว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ และหากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหลังจากนี้ ตลาดทองคำก็อาจจะถูกกดดันจากแรงเทขาย” โอตูนูกากล่าว นักลงทุนรอดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย. ส่วนในวันพฤหัสบดีจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส […]
อ่านเพิ่มเติม »
ม.หอการค้าฯ ลุ้น GDP ปีนี้โต 3.5% ชี้ตั้งรัฐบาลได้ไว ยิ่งส่งผลดีต่อศก. : อินโฟเควสท์นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การจัดตั้งรัฐบาลน่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนเห็นความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจที่รัฐบาลใหม่จะใช้ขับเคลื่อนประเทศ ทำให้เกิดความมั่นใจต่อการกำหนดแผนการลงทุนในอนาคต และจะมีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ โดยคาดว่าหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในส.ค.หรือก.ย.นี้ เศรษฐกิจไทยปี 66 ก็มีโอกาสจะเติบโตได้ใกล้เคียงกับ 3.5% “ศก.ไทยมีความเสี่ยง การส่งออกอาจติดลบมากขึ้นปีนี้ และปีหน้าการฟื้นตัวก็ยังไม่เด่นชัด หากมีรัฐบาลช้า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวช้า และมีผลต่อหนี้ครัวเรือนให้สูงขึ้นถ้าจีดีพีเพิ่มขึ้นน้อย” นายธนวรรธน์ ระบุ นายธนวรรธน์ กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจไทยขณะนี้ ขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยวเป็นหลัก และเชื่อว่าการท่องเที่ยวจะไม่มีปัญหาอุปสรรคมาก หากเศรษฐกิจโลกไม่ซึมตัว เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายคงไม่ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน เพิ่มไปมากกว่านี้ ขณะที่คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะแกว่งตัวอยู่ในช่วง 80 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางแต่ละประเทศ ที่จะมีนโยบายดอกเบี้ยเพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดหนัก “เราเชื่อว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 1 หรือ 2 ของปีหน้า ส่วนการส่งออกไทยปีนี้ อาจจะ -1 ถึง -2% โดยการท่องเที่ยวจะเป็นพระเอกนำ การท่องเที่ยวปีนี้ มีโอกาสที่จะเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ถึง 28 ล้านคน ถ้าการเมืองนิ่ง […]
อ่านเพิ่มเติม »