โซล่าร์เอจเป็นผู้นำด้าน Power Optimizer ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และยังเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์แก่กลุ่มผู้ติดตั้งมากกว่า 93,000 คนทั่วโลก
โซล่าร์เอจ ในฐานะผู้นำด้าน Power Optimizer ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับความเสี่ยงจากภัยคุกคามที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบโซลาร์ของผู้ใช้งานในระยะยาว) ที่ช่วยลดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง ของระบบลงสู่ระดับที่ปลอดภัยต่อการสัมผัส เมื่ออินเวอร์เตอร์ปิดทำงานหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ติดตั้ง ผู้บำรุงรักษา และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีระบบหยุดทำงานฉุกเฉิน ที่เป็นไปตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย อีกด้วย ในขณะเดียวกัน โซล่าร์เอจ ถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างจริงจัง ด้วยการรับรองมาตรฐานระดับสากลอย่าง ISO27001 และ ETSI-303-645 เนื่องจากในต่างประเทศเริ่มมีความตระหนักเรื่องภัยคุกคามจากการที่ระบบโซลาร์ภาคธุรกิจถูกแฮกข้อมูลและสั่งดับระบบเพื่อเรียกค่าไถ่ แม้ในไทยจะยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์ใหญ่ แต่ โซล่าร์เอจ มองว่าควรเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนอกเหนือจากความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์แล้ว โซล่าร์เอจ ยังเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์แก่กลุ่มผู้ติดตั้งมากกว่า 93,000 คนทั่วโลก ซึ่งนวัตกรรมผู้ช่วยอัจฉริยะของ โซล่าร์เอจ เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการ จนสามารถคว้ารางวัล Innovation in Applied AI ในหมวด AI Revolution – Applications in the Enterprise and Public Sector จากงานไอที อวอร์ดส์ มาได้ รางวัลนี้มาจากพีเพิล แอนด์ คอมพิวเตอร์ส ซึ่งเป็นสื่อและองค์กรด้าน IT ชั้นนำของอิสราเอล ที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลที่โดดเด่นในองค์กรต่าง ๆ ของอิสราเอล สะท้อนให้เห็นความสำเร็จของ โซล่าร์เอจ ในการนำนวัตกรรม AI มาปฏิวัติงานบริการได้อย่างเป็นรูปธรรมนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่ให้สิทธิประโยชน์สำหรับโครงการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ควบคู่กับระบบโซลาร์เซลล์ ช่วยลดต้นทุนการลงทุนด้านแบตเตอรี่ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจหันมาติดตั้งโซลาร์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานมากขึ้น สำหรับการลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในภาคธุรกิจปัจจุบัน คุณวีรุจน์ ระบุว่า ระยะเวลาคืนทุนลดลงเหลือไม่ถึง 5 ปีโดยประมาณ จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปี ดังนั้น สิ่งที่ผู้ลงทุนควรหันมาให้ความสำคัญคือความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งระบบของ โซล่าร์เอจ ตอบโจทย์ความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง “สิ่งที่เราอยากให้ผู้เยี่ยมชมบูธได้รับและจดจำกลับไปมากที่สุด คือการมองภาพรวมของระบบโซลาร์เป็นอีโคซิสเต็มที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งการออกแบบที่ดี การติดตั้ง ตัวโปรแกรม ระบบมอนิเตอร์ริ่งที่แม่นยำ และระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไม่ใช่เพียงแค่เปิด Datasheet แล้วเลือกซื้ออุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งแล้วจบ เพราะระบบนี้ต้องอยู่กับธุรกิจนานถึง 25 ปี” คุณวีรุจน์ กล่าวสรุป โซล่าร์เอจ พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันพลังงานอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความมั่นคงทางไซเบอร์ เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว.
โซล่าร์เอจในฐานะผู้นำด้าน Power Optimizer ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับความเสี่ยงจากภัยคุกคามที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบโซลาร์ของผู้ใช้งานในระยะยาว) ที่ช่วยลดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง ของระบบลงสู่ระดับที่ปลอดภัยต่อการสัมผัส เมื่ออินเวอร์เตอร์ปิดทำงานหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ติดตั้ง ผู้บำรุงรักษา และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีระบบหยุดทำงานฉุกเฉิน ที่เป็นไปตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย อีกด้วย ในขณะเดียวกัน โซล่าร์เอจถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างจริงจัง ด้วยการรับรองมาตรฐานระดับสากลอย่าง ISO27001 และ ETSI-303-645 เนื่องจากในต่างประเทศเริ่มมีความตระหนักเรื่องภัยคุกคามจากการที่ระบบโซลาร์ภาคธุรกิจถูกแฮกข้อมูลและสั่งดับระบบเพื่อเรียกค่าไถ่ แม้ในไทยจะยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์ใหญ่ แต่โซล่าร์เอจมองว่าควรเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนอกเหนือจากความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์แล้ว โซล่าร์เอจยังเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์แก่กลุ่มผู้ติดตั้งมากกว่า 93,000 คนทั่วโลก ซึ่งนวัตกรรมผู้ช่วยอัจฉริยะของโซล่าร์เอจเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการ จนสามารถคว้ารางวัล Innovation in Applied AI ในหมวด AI Revolution – Applications in the Enterprise and Public Sector จากงานไอที อวอร์ดส์ มาได้ รางวัลนี้มาจากพีเพิล แอนด์ คอมพิวเตอร์ส ซึ่งเป็นสื่อและองค์กรด้าน IT ชั้นนำของอิสราเอล ที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลที่โดดเด่นในองค์กรต่าง ๆ ของอิสราเอล สะท้อนให้เห็นความสำเร็จของโซล่าร์เอจในการนำนวัตกรรม AI มาปฏิวัติงานบริการได้อย่างเป็นรูปธรรมนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่ให้สิทธิประโยชน์สำหรับโครงการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ควบคู่กับระบบโซลาร์เซลล์ ช่วยลดต้นทุนการลงทุนด้านแบตเตอรี่ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจหันมาติดตั้งโซลาร์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานมากขึ้น สำหรับการลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในภาคธุรกิจปัจจุบัน คุณวีรุจน์ ระบุว่า ระยะเวลาคืนทุนลดลงเหลือไม่ถึง 5 ปีโดยประมาณ จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปี ดังนั้น สิ่งที่ผู้ลงทุนควรหันมาให้ความสำคัญคือความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งระบบของโซล่าร์เอจตอบโจทย์ความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง “สิ่งที่เราอยากให้ผู้เยี่ยมชมบูธได้รับและจดจำกลับไปมากที่สุด คือการมองภาพรวมของระบบโซลาร์เป็นอีโคซิสเต็มที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งการออกแบบที่ดี การติดตั้ง ตัวโปรแกรม ระบบมอนิเตอร์ริ่งที่แม่นยำ และระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไม่ใช่เพียงแค่เปิด Datasheet แล้วเลือกซื้ออุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งแล้วจบ เพราะระบบนี้ต้องอยู่กับธุรกิจนานถึง 25 ปี” คุณวีรุจน์ กล่าวสรุป โซล่าร์เอจพร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันพลังงานอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความมั่นคงทางไซเบอร์ เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว
โซล่าร์เอจ Power Optimizer AI เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม




