ป.ป.ท.สอบทุจริต หลังแม่บ้านอุทยานฯ แฉ เงินปริศนาเข้าทุกเดือน ต้องกดส่วนต่างไปคืนหัวหน้า มีตำแหน่งเป็นนักวิชาการ ทั้งที่จบแค่ ป.6 SanookNews
นายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต ป.ป.ท.
โดยกระบวนการทั้งหมดใช้เจ้าหน้าที่อุทยานเป็นคนทำทั้งหมด เพื่อนำไม้แปรรูปไปขายหรือส่งให้กับผู้ใหญ่ในกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ส่วนเงินที่ได้จากการขายไม้แปรรูป ไม่ทราบว่าจะไปอยู่กับใคร ซึ่งการแปรรูปใช้อุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ และ รถของอุทยานฯ ในการขนส่ง ทำให้ตนเองต้องออกมาร้องเรียนถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ทั้ง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่หลังจากร้องเรียนไปเมื่อปี 2563 เรื่องก็ยังเงียบ มีเพียงคำสั่งย้ายอดีตหัวหน้าอุทยานฯ ไปรับราชการในพื้นที่อื่น...
นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า อดีตหัวหน้าอุทยานคนนี้ยังได้ทำการทุจริตด้วยการตั้งเบิกเงินเบี้ยเลี้ยงล่วงเวลาในส่วนโครงการ Smart Patrol หรือ การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ทั้งที่ไม่มีการเดินลาดตะเวนล่วงเวลาจริง หรือ มีการลาดตระเวนจริงแต่เดินไม่ครบชุด ซึ่งชุดลาดตระเวน 1 ชุด จะมี 5 คน และจะมีการจ่ายเงินค่าตอบแทนประมาณคนละ 2,500 บาทต่อเดือน แต่ไปเดินจริงแค่ 2 คนและมีการเบิกเงินทั้งหมด 5 คน และยังมีชื่อบุคคล 2 คน ที่มีรายชื่อเบิกเงิน...
ผู้ร้องเรียนยังให้ข้อมูลด้วยว่า อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ได้ว่าจ้างพนักงานตำแหน่งแม่บ้านประจำอุทยานฯ ทำงานทั่วไป โดยได้รับเงินเดือน เดือนละ 6,000 บาท เป็นการจ้างแบบ T.O.R แต่มีเงินเข้าบัญชี เดือนละ 32,000 ทุกเดือน โดยการจ่ายเงินเดือนอดีตหัวหน้าอุทยานจะให้ แม่บ้านไปกดเงินจากเอทีเอ็ม มาจำนวน 32,000 บาท แล้วให้หักเก็บไว้ 6,000 บาท เป็นเงินเดือน ส่วนอีก 26,000 บาท นำมามอบให้หัวหน้าเป็นเวลากว่า 80 เดือน จากการตรวจสอบพบว่า ชื่อของแม่บ้านมีตำแหน่งทำงานเป็นถึงระดับนักวิชาการทั้งที่จบแค่ ป.
นายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต ป.ป.ท. เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการให้ข้อมูลของผู้เสียหาย มีมูลความผิดระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องรวบรวมข้อมูลและหลักฐานอย่างละเอียด หลังจากสอบผู้เสียหายแล้วจะต้องปากคำผู้เกี่ยวข้อง ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลจากต้นทาง โดยเฉพาะสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ หน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรงและต้องสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา ก่อนจะนำหลักฐานทุกอย่าง ทั้งเรื่องของการตัดไม้ในเขตอุทยาน และการยักยอกเงินส่งให้ ป.ป.ช.
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
แม่บ้านอุทยานฯ แฉยับ เงินปริศนาเข้าทุกเดือนนับเป็นเรื่องฉาวอีกประเด็นของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อล่าสุดทีมข่าวพีพีทีวีได้พูดคุยกับแม่บ้านอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่ง ใน จ.เชียงใหม่ เธอยอมเ...
อ่านเพิ่มเติม »
กองปราบ ตามจับเท้าแชร์แสบ โกงลูกแชร์เสียหาย 5 ล้านบาทตำรวจ กก.6 บก.ป. ร่วมกันจับกุม น.ส.ฐิติมา (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 453/2565
อ่านเพิ่มเติม »
คอร์รัปชันภาครัฐ ส่วยลักกินซ่อนโกงนับว่าเป็นประเด็นร้อนสะเทือน “วงการข้าราชการไทย” เมื่อ ป.ป.ช.สนธิกำลังตำรวจสอบสวนกลางบุกเข้าจับกุม “ตัวข้าราชการระดับสูงในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช”
อ่านเพิ่มเติม »
ประธาน ป.ป.ช.เร่งสางคดีเด่น จริยธรรมนักการเมือง-เปลี่ยนป้าย 33 ล้าน ถ้ามีมูลต้องตั้ง กก.สอบประธาน ป.ป.ช.เร่งสางคดีเด่น จริยธรรมนักการเมือง-เปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ 33 ล้าน ถ้ามีมูลต้องตั้ง กก.สอบ
อ่านเพิ่มเติม »
ป.ป.ช. เร่งสางปมป้ายชื่อ 'สถานีกลางบางซื่อ' พบมีมูลตั้งกก.ไต่สวนแน่พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่างๆ โดยเฉพาะจริยธรรมนักการเมือง และ ส.ส.
อ่านเพิ่มเติม »
ปมร้อน! ป.ป.ช.ลุยสางคดีจริยธรรมนักการเมือง-ป้ายสถานีบางซื่อ : อินโฟเควสท์พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยความคืบหน้าการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่างๆ โดยเฉพาะจริยธรรมนักการเมืองและ ส.ส.ในช่วงใกล้เลือกตั้ง ว่า ขณะนี้มีการดำเนินการตามที่มีการส่งเรื่องเข้ามา เช่น กรณีการถือครองที่ดินเกี่ยวกับเอกสาร ภ.บ.ท.5 และ ส.ป.ก. ก็จะดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย และบางเรื่องจะส่งต้นสังกัดไปตรวจสอบถึงคุณสมบัติ โดยการไต่สวน หากข้อมูลไม่เพียงพอ ต้องส่งข้อมูลไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ถ้ากรณีใดเข้าข่ายละเมิดจริยธรรม ทาง ป.ป.ช.จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเช่นกัน “ป.ป.ช.ให้ความสำคัญกรณีผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเป็นบุคคลสาธารณะ จะทำให้รวดเร็ว ถ้าเรียงตามลำดับก็จะใช้ระยะเวลานาน ดังนั้น ป.ป.ช.จะทำงานใน 2 ระบบ คือถ้ามีการส่งเรื่องมาที่เป็นเรื่องเก่า ก็เร่งรัดให้ แต่ถ้าเป็นเรื่องใหม่ และกระทบกับประชาชน กระทบสังคม ป.ป.ช.ก็จะพยายามเร่งรัดและทำให้รวดเร็ว ถ้าเรื่องใดทำไม่ถูกต้อง” พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว สำหรับกรณียื่นสอบการเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ ที่มีวงเงินถึง 33 ล้านบาทนั้น พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สังคมสนใจ โดยในขณะนี้ได้มีการขอข้อมูลไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หากทำรวดเร็วมากเกินไปอาจจะไม่รอบคอบ ดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรม เพราะขณะนี้ยังอยู่ในขั้นของการถูกกล่าวหา แต่ถ้าหากมีมูล มีพยานชัดเจน ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน […]
อ่านเพิ่มเติม »