Matt Hougan CIO ของ Bitwise มองว่าคริปโตจะอยู่รอดได้ไม่ว่าผล CLARITY Act จะเป็นอย่างไร แต่การเติบโตของราคา Bitcoin และ Ethereum จะถูกจำกัดจนกว่าความไม่แน่นอนจะหมดไป
แมตต์ ฮูกัน ( Matt Hougan ) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ออกมาแสดงความเห็นล่าสุดว่า 'คริปโตจะอยู่รอดได้ไม่ว่าผลของกฎหมาย CLARITY Act จะออกมาเป็นอย่างไร' โดยเขาชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่การผ่านหรือไม่ผ่านกฎหมาย แต่เป็นความคลุมเครือด้านกฎระเบียบที่ทำให้นักลงทุนสถาบันไม่กล้าทุ่มเงินลงทุนก้อนใหญ่ ฮูกันกล่าวชัดเจนว่าเหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูงอย่าง Bitcoin และ Ethereum อาจ 'ไม่เกิดการเติบโตของราคาอย่างยั่งยืน' จนกว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ CLARITY Act จะหมดไป ซึ่งส่งผลให้ราคาถูกจำกัดเพดานไว้ อย่างไรก็ตาม ในระยะกลาง หาก CLARITY Act ผ่าน เขาคาดว่าตลาดจะ 'พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง' ทันที เพราะเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันที่รอดูทิศทางจะไหลเข้าสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงต้นปี 2026 ก่อนหน้านี้ ฮูกันเคยประเมินว่ามีโอกาส 80% ที่ CLARITY Act จะผ่าน แต่หลังจาก Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase แสดงความเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับปัจจุบัน 'อาจใช้งานไม่ได้จริง' อัตราต่อรองบน Polymarket ก็ลดลงเหลือ 55% ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นในตลาด ในประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 3-4 มิถุนายน 2569 ฮูกันเปลี่ยนโทนพูดอย่างชัดเจน จากที่เคยเป็นผู้สนับสนุนหลักของ CLARITY Act เขายอมรับว่าตอนนี้วงการคริปโตเหมือนกับบ่อนพนันที่ต้องรอลุ้นผล ขณะที่หุ้นกลุ่ม AI กำลังดูดเงินทุนออกจากตลาดคริปโต ฮูกันมองภาพอนาคตสองแนวทางไว้ชัดเจน ถ้า CLARITY Act ผ่าน ตลาดจะ 'พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง' เพราะนักลงทุนจะกล้าเทเงินมาลงทุน แต่หากไม่ผ่าน ตลาดคริปโตจะเข้าสู่ 'ช่วงของการพิสูจน์ตัวเอง' โดยต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปีในการพิสูจน์คุณค่าผ่านการยอมรับและการใช้งานจริงในโลก เขาเปรียบเทียบว่า 'เหมือนที่ Uber และ Airbnb ทำงานในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย จนกลายเป็นที่แพร่หลายเกินกว่าที่หน่วยงานกำกับดูแลจะปิดกั้นได้' ฮูกันชี้ว่า GENIUS Act ที่ผ่านมาแล้ว ทำให้ตลาดเห็นว่าความชัดเจนด้านกฎระเบียบสามารถสร้างเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าได้จริง หลัง GENIUS Act ผ่าน มีเงินไหลเข้าตลาดกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ในเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า CLARITY Act หากผ่านได้จะกระตุ้นคลื่นเงินลงทุนจากสถาบันรอบใหม่ที่ใหญ่กว่ารอบก่อน ๆ แม้คำพูดของฮูกันในสัปดาห์นี้อาจฟังดูขัดกัน แต่ก็สมเหตุสมผล เขาบอกว่าคริปโต 'ไม่สามารถเติบโตได้ในช่วงระหว่างรอความชัดเจนด้านกฎหมาย' แต่ก็บอกว่า 'ยังไปต่อได้' สิ่งที่เขาหมายถึงจริง ๆ คือโครงสร้างพื้นฐาน การใช้งาน stablecoin และโปรโตคอลที่มีรายได้อย่างแท้จริงสามารถเติบโตต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งแรงกระตุ้นจาก CLARITY Act แต่สำหรับ Bitcoin และเหรียญใหญ่ ๆ ตัวอื่น ยังคงมีกำแพงนี้ขวางกั้นต่อไปจนกว่าความไม่แน่นอนจาก CLARITY Act จะหายไป การวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดคริปโตกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ รอเพียงความชัดเจนจากกฎหมายเพื่อปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริ.
แมตต์ ฮูกัน (Matt Hougan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ออกมาแสดงความเห็นล่าสุดว่า 'คริปโตจะอยู่รอดได้ไม่ว่าผลของกฎหมาย CLARITY Act จะออกมาเป็นอย่างไร' โดยเขาชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่การผ่านหรือไม่ผ่านกฎหมาย แต่เป็นความคลุมเครือด้านกฎระเบียบที่ทำให้นักลงทุนสถาบันไม่กล้าทุ่มเงินลงทุนก้อนใหญ่ ฮูกันกล่าวชัดเจนว่าเหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูงอย่าง Bitcoin และ Ethereum อาจ 'ไม่เกิดการเติบโตของราคาอย่างยั่งยืน' จนกว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ CLARITY Act จะหมดไป ซึ่งส่งผลให้ราคาถูกจำกัดเพดานไว้ อย่างไรก็ตาม ในระยะกลาง หาก CLARITY Act ผ่าน เขาคาดว่าตลาดจะ 'พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง' ทันที เพราะเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันที่รอดูทิศทางจะไหลเข้าสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงต้นปี 2026 ก่อนหน้านี้ ฮูกันเคยประเมินว่ามีโอกาส 80% ที่ CLARITY Act จะผ่าน แต่หลังจาก Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase แสดงความเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับปัจจุบัน 'อาจใช้งานไม่ได้จริง' อัตราต่อรองบน Polymarket ก็ลดลงเหลือ 55% ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นในตลาด ในประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 3-4 มิถุนายน 2569 ฮูกันเปลี่ยนโทนพูดอย่างชัดเจน จากที่เคยเป็นผู้สนับสนุนหลักของ CLARITY Act เขายอมรับว่าตอนนี้วงการคริปโตเหมือนกับบ่อนพนันที่ต้องรอลุ้นผล ขณะที่หุ้นกลุ่ม AI กำลังดูดเงินทุนออกจากตลาดคริปโต ฮูกันมองภาพอนาคตสองแนวทางไว้ชัดเจน ถ้า CLARITY Act ผ่าน ตลาดจะ 'พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง' เพราะนักลงทุนจะกล้าเทเงินมาลงทุน แต่หากไม่ผ่าน ตลาดคริปโตจะเข้าสู่ 'ช่วงของการพิสูจน์ตัวเอง' โดยต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปีในการพิสูจน์คุณค่าผ่านการยอมรับและการใช้งานจริงในโลก เขาเปรียบเทียบว่า 'เหมือนที่ Uber และ Airbnb ทำงานในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย จนกลายเป็นที่แพร่หลายเกินกว่าที่หน่วยงานกำกับดูแลจะปิดกั้นได้' ฮูกันชี้ว่า GENIUS Act ที่ผ่านมาแล้ว ทำให้ตลาดเห็นว่าความชัดเจนด้านกฎระเบียบสามารถสร้างเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าได้จริง หลัง GENIUS Act ผ่าน มีเงินไหลเข้าตลาดกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ในเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า CLARITY Act หากผ่านได้จะกระตุ้นคลื่นเงินลงทุนจากสถาบันรอบใหม่ที่ใหญ่กว่ารอบก่อน ๆ แม้คำพูดของฮูกันในสัปดาห์นี้อาจฟังดูขัดกัน แต่ก็สมเหตุสมผล เขาบอกว่าคริปโต 'ไม่สามารถเติบโตได้ในช่วงระหว่างรอความชัดเจนด้านกฎหมาย' แต่ก็บอกว่า 'ยังไปต่อได้' สิ่งที่เขาหมายถึงจริง ๆ คือโครงสร้างพื้นฐาน การใช้งาน stablecoin และโปรโตคอลที่มีรายได้อย่างแท้จริงสามารถเติบโตต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งแรงกระตุ้นจาก CLARITY Act แต่สำหรับ Bitcoin และเหรียญใหญ่ ๆ ตัวอื่น ยังคงมีกำแพงนี้ขวางกั้นต่อไปจนกว่าความไม่แน่นอนจาก CLARITY Act จะหายไป การวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดคริปโตกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ รอเพียงความชัดเจนจากกฎหมายเพื่อปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริ
CLARITY Act Matt Hougan Bitcoin การลงทุนสถาบัน ความไม่แน่นอนกฎหมาย
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
CEO Coinbase ชี้ Bitcoin จะสร้างวัฏจักรที่ดีที่สุด avril Coven Armstrong คาดจะแตะ $1 ล้านภายในปี 2030Brian Armstrong CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Coinbase /autoroutel display แสดง⋅ความเชื่อมั่นต่อ Bitcoin ในช่วงที่ตลาดปรับฐาน คุณ guessed it ออกมาพูดว่า Bitcoin กำลังจะทำหนึ่งในวัฏจักรที่ดีที่สุดของตัวมัน และยืนยันคาดการณ์价格แตะ $1 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 อ้างุปקבument จำกัดและความต้องการระดับโลก ค并联การเปลี่ยนแปลงกฎระเบ呗ในสหรัฐฯ Armstrong也不行ออกMat ในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวมากและเครียดบ่อยgest authenticate ไม่ใช่แค่ปลุกใจ แต่แสดงจุดอ่อนธุรกิจที่มี Mata ε背上 ล้าน支持下 น้ำหนัก min th 注明 original ด้วยการที่ Coinbase เป็นผู้ดูแลสินทรัพย์หลักสำหรับ ETF และ partnered ในระบบนิเวศ CLARITY Act ที่กำลังเข้าสCf closing
อ่านเพิ่มเติม »
Bitcoin ลดราคาลงถึง $61,000 แต่มีผู้ประกาศซื้อในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงในช่วงแรกของการโพสต์ มียอดไลก์ราว 1,900 ครั้ง และคอมเมนต์ 146 รายการ คิดเป็นมูลค่าซื้อ Bitcoin ประมาณ 20,460 บาท และตัวเลขดังกล่าวยังเพิ่มขึ้นได้ตามจำนวนผู้มีส่วนร่วม ขณะเดียวกัน Bitcoin ได้ร่วงอย่างรุนแรงจนทะลุ $61,000 ท่ามกลางแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลางแม้มูลค่าการซื้อจะไม่ได้มากพอที่จะส่งผลต่อราคา Bitcoin ในตลาดโลก แต่การออกมาประกาศซื้อในช่วงที่ตลาดกำลังปรับตัวลง อาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนรายย่อยในชุมชนคริปโตไทยได้ไม่น้อยได้ประกาศว่าจะนำยอดไลก์และคอมเมนต์จากโพสต์บน Facebook มาคำนวณเป็นเงินสำหรับซื้อ Bitcoin ก่อนจบวันนี้ สูตรที่ใช้ก็ตรงไปตรงมา คือ นำยอดไลก์และยอดคอมเมนต์มารวมกัน แล้วคูณด้วย 10 บาท กลายเป็นจำนวนเงินที่จะนำไปซื้อ Bitcoin จริง ทำให้ยิ่งมีคนเข้ามากดไลก์หรือร่วมแสดงความคิดเห็นมากเท่าไร มูลค่าการซื้อก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยช่วงเวลาที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะเกิดขึ้นในจังหวะที่ Bitcoin กำลังร่วงทะลุ $61,000 ซึ่งเป็นหนึ่งในระดับต่ำสุดของช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาระบุว่าการร่วงอย่างรุนแรงของ Bitcoin ในสัปดาห์นี้ทำให้เกิดการล้างพอร์ตในตลาดฟิวเจอร์รวมกันมากกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง สะท้อนความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นในตลาดอย่างชัดเจน ในสถานการณ์เช่นนี้ การออกมาประกาศ ‘ซื้อ’ แทนที่จะขาย จึงถูกมองว่าเป็นการแสดงจุดยืนของนักลงทุนที่ยังเชื่อมั่นในระยะยาวมากกว่าการเคลื่อนไหวตามอารมณ์ของตลาดในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 12 คะแนน ซึ่งจัดอยู่ในโซน Extreme Fear หรือภาวะที่นักลงทุนส่วนใหญ่มีความกังวลสูง
อ่านเพิ่มเติม »
SpaceX เตรียม IPO มูลค่า 75 พันล้านดอลลาร์ สร้างความกังวลเรื่องสภาพคล่องในตลาดคริปโตSpaceX กำลังจะเปิดตัว IPO มูลค่ามหาศาล ทำให้นักลงทุนต้องเพิ่มสัดส่วนเงินสดและอาจทำให้สภาพคล่องในสินทรัพย์เสี่ยงเช่น Bitcoin ลดลงในช่วงก่อนการเข้าตลาด
อ่านเพิ่มเติม »
ต้นทุนค่าไฟขุด Bitcoin อยู่ที่ราว $48,684 และในอดีตราคา BTC แทบไม่เคยอยู่ต่ำกว่าระดับนี้สรุปข่าว ต้นทุนค่าไฟในการขุด Bitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ $48,684 ต่อ BTC ขณะที่ราคาตลาดยังสูงกว่าระดับดังกล่าวราว 19% และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Bitcoin
อ่านเพิ่มเติม »
Bitcoin โซน 62,000 ดอลลาร์สำคัญ นักลงทุนจับตา FOMC 17 มิถุนายนราคา Bitcoin พุ่งเหนือ 62,000 ดอลลาร์ภายในวันเดียว สะท้อนตลาดยังแข็งแกร่งแม้เจอแรงกดดันจากเงินเฟ้อและ Bond Yield การประชุม Fed 17 มิถุนายนอาจเป็นจุดเปลี่ยน หากส่งสัญญาณผ่อนคลาย Bitcoin มีโอกาสทดสอบ 70,000 ดอลลาร์ แต่ถ้าเข้มงวดอาจลงมาทดสอบ 60,000 ดอลลาร์อีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม »
Bitcoin ร่วงลงอีก 6% จากระดับปัจจุบัน ราคาจะหล่นต่ำกว่าราคาขายของเยอรมันแล้วBitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ $62,875 ลดลง 14% ในสัปดาห์เดียว และ 20% จากจุดสูงสุดกลางเดือนพฤษภาคม
อ่านเพิ่มเติม »




