แบงก์ชาติสิงคโปร์จ่อเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินเดือนนี้ เหตุเงินเฟ้อสูง : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

แบงก์ชาติสิงคโปร์จ่อเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินเดือนนี้ เหตุเงินเฟ้อสูง : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 46 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 22%
  • Publisher: 68%

แบงก์ชาติสิงคโปร์จ่อเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินเดือนนี้ เหตุเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางสิงคโปร์ นโยบายการเงิน สิงคโปร์ เงินเฟ้อ อินโฟเควสท์

นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์ จะเดินหน้าใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ในเดือนนี้ เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสิงคโปร์ยังคงสูงมาก อันเป็นผลมาจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เกิดขึ้นทั่วโลก

โดยปกติแล้ว MAS จะปรับนโยบายการเงินผ่านการกำหนดกรอบอัตราแลกเปลี่ยน 3 ด้านด้วยกันซึ่งได้แก่ ความชัน , ค่ากลาง และความกว้าง ของกรอบอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนด หรือที่เรียกว่า Nominal Effective Exchange Rate ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ 11 ใน 17 คนคาดการณ์ว่า MAS จะดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินในการประชุมเดือนนี้ ซึ่งอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงิน โดยระบุถึงความจำเป็นที่จะต้องควบคุมอัตราเงินเฟ้อในสิงคโปร์ที่ยังคงสูงมาก

ในบรรดานักวิเคราะห์ 11 คนที่คาดว่า MAS จะคุมเข้มนโยบายการเงินนั้น มี 5 คนที่คาดว่า MAS จะปรับกรอบอัตราแลกเปลี่ยนให้มีความชันมากขึ้น ขณะที่อีก 6 คนคาดว่า MAS จะทำการปรับค่ากลาง ของกรอบอัตราแลกเปลี่ยนให้สูงขึ้น ซึ่งตามหลักการแล้ว การปรับค่ากลางของกรอบอัตราแลกเปลี่ยน ถือเป็นการดำเนินนโยบายการเงินในระดับที่คุมเข้มมากกว่าการปรับค่าความชัน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า MAS เตรียมแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีครั้งต่อไปในเดือนนี้ ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นวันที่ 14 เม.ย.

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

ฮ่องกงแทรกแซงตลาด FX ครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ หลังค่าเงินร่วงหนัก : อินโฟเควสท์ฮ่องกงแทรกแซงตลาด FX ครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ หลังค่าเงินร่วงหนัก : อินโฟเควสท์ธนาคารกลางฮ่องกงเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการซื้อสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกงมูลค่า 7.1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 905 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการแทรกแซงตลาดครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ หลังจากสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกงอ่อนค่าลงทะลุกรอบล่างที่ธนาคารกลางกำหนดไว้ ส่วนการแทรกแซงตลาดครั้งก่อนนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกงอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำกว่ากรอบล่างของช่วง 7.75-7.85 ดอลลาร์ฮ่องกง/ดอลลาร์สหรัฐ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดอลลาร์ฮ่องกงถูกเทขายออกมาอย่างหนัก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ของฮ่องกงยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้กลุ่มเฮดจ์ฟันด์กู้ยืมเงินสกุลดอลลาร์ฮ่องกงในราคาถูก และจากนั้นได้ขายดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ การเข้าแทรกแซงตลาดครั้งล่าสุดจะทำให้งบดุลบัญชีของธนาคารกลางฮ่องกงซึ่งเป็นมาตรวัดสภาพคล่องของตลาดอินเตอร์แบงก์นั้น ลดลงมาอยู่ที่ 6.99 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยงบดุลบัญชีของธนาคารกลางปรับตัวลงไปแล้วกว่า 80% นับตั้งแต่ที่พุ่งขึ้นสูงสุดในปี 2564 โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 เม.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »

สรท.ชี้ส่งออกไทยปี 66 เผชิญความท้าทายสูง อาจโตไม่ถึง 1% คาด Q1 หด 10% : อินโฟเควสท์สรท.ชี้ส่งออกไทยปี 66 เผชิญความท้าทายสูง อาจโตไม่ถึง 1% คาด Q1 หด 10% : อินโฟเควสท์นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ระบุว่า การส่งออกของไทยในปี 2566 มีปัจจัยที่ท้าทายมากขึ้น และมีโอกาสที่จะเติบโตได้ไม่ถึง 1% แต่ทั้งนี้ สรท.ยังคงเป้าหมายการส่งออกในปีนี้ไว้ตามเดิมที่ 1-2% ไปก่อน และรอให้คณะกรรมการชุดใหม่มีการประเมินและตัดสินใจอีกครั้ง พร้อมกันนี้ ยังคาดว่าการส่งออกของไทยในช่วงไตรมาส 1/66 จะหดตัวราว 10% (YoY) เนื่องจากเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/65 การส่งออกของไทยมีการเติบโตค่อนข้างสูง และคาดว่าการส่งออกในไตรมาส 2/66 อาจจะยังไม่ฟื้นตัวนัก โดยจะยังหดตัวราว 5% แต่หลังจากนั้นไปแล้ว การส่งออกของไทยจะขึ้นกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า เช่น จีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป เป็นสำคัญ “ถ้าสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายไปมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน ถ้าทุกอย่างยังสามารถบริหารจัดการได้ การส่งออกในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ก็มีโอกาสจะกลับมาเป็นบวกได้ แต่ต้องติดตามเรื่องราคาน้ำมัน เงินเฟ้อสหรัฐ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าราวเดือน พ.ค. หรือ มิ.ย. น่าจะเห็นความชัดเจน และคาดการณ์ได้ชัดกว่านี้” ประธาน สรท.ระบุ ทั้งนี้ […]
อ่านเพิ่มเติม »

เลขาฯนาโตกระตุ้นพันธมิตรบริจาคเงินรายปี 500 ล้านยูโรเพื่อช่วยเหลือยูเครน : อินโฟเควสท์เลขาฯนาโตกระตุ้นพันธมิตรบริจาคเงินรายปี 500 ล้านยูโรเพื่อช่วยเหลือยูเครน : อินโฟเควสท์สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ว่า นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กำลังเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรบริจาคเงิน 500 ล้านยูโร (543 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี เพื่อช่วยเหลือยูเครนด้วยการให้การสนับสนุนที่ไม่ใช่อาวุธและการช่วยเหลืออื่น ๆ ในระยะยาว แหล่งข่าวกล่าวว่า นายสโตลเทนเบิร์กต้องการให้ชาติพันธมิตรเพิ่มการบริจาคในกองทุนความช่วยเหลือยูเครนอย่างครอบคลุมของนาโต ซึ่งรวมถึงความช่วยเหลือระยะสั้น เช่น เชื้อเพลิง อุปกรณ์ป้องกัน และระบบต่อต้านโดรน เพื่อตอบโต้การรุกรานของรัสเซีย กองทุนนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือระยะยาวแก่ยูเครนด้วย เพื่อช่วยปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและเป็นไปตามมาตรฐานการทำงานร่วมกันของนาโต อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดอีกมากที่ยังต้องดำเนินการ แม้ว่าการช่วยเหลือดังกล่าวจะไม่รวมถึงอาวุธ แต่การช่วยให้ยูเครนเปลี่ยนเข้าสู่มาตรฐานของนาโตนั้น อาจรวมถึงการให้ชาติพันธมิตรจำเป็นต้องช่วยเหลือด้านอาวุธ ด้วยการจัดส่งยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ในขณะที่สงครามยังดำเนินอยู่ เนื่องจากชาติพันธมิตรมีอาวุธสมัยโซเวียตเหลืออยู่น้อย นายสโตลเทนเบิร์กกล่าวเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากชาติพันธมิตรจะตกลงเริ่มดำเนินงานในโครงการช่วยเหลือระยะยาวแก่ยูเครน เมื่อพวกเขามารวมตัวกันในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมเพื่อร่วมประชุม 2 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (5 เม.ย.) นอกเหนือจากการช่วยเหลือในทันทีเพื่อช่วยยูเครนป้องกันรัสเซียแล้ว นายสโตลเทนเบิร์กกล่าวอีกว่า ชาติพันธมิตรจะพิจารณาการร่วมมือระยะยาวกับยูเครนเพื่อให้การสนับสนุนหลังจากสงครามสิ้นสุดลง ซึ่งนั่นจะช่วยให้ยูเครนเข้าใกล้นาโตมากขึ้น ด้วยการดำเนินการปฏิรูป ด้วยการดำเนินการปรับปรุงสถาบันการป้องกันและความมั่นคงของตนให้ทันสมัย รวมถึงการต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชัน และด้วยการย้ายจากยุทโธปกรณ์, มาตรฐานและหลักการสมัยโซเวียต ไปสู่มาตรฐานและหลักการของนาโต […]
อ่านเพิ่มเติม »

จีนเตือนสหรัฐห้ามพบปะกับปธน.ไต้หวัน-ย้ำ 'อย่าทำผิดซ้ำซาก' : อินโฟเควสท์จีนเตือนสหรัฐห้ามพบปะกับปธน.ไต้หวัน-ย้ำ 'อย่าทำผิดซ้ำซาก' : อินโฟเควสท์จีนออกมาเตือนนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐวันนี้ (4 เม.ย.) ว่า “อย่าทำผิดซ้ำซากเช่นเดียวกับในอดีต” และอย่าพบปะกับนางไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวไม่ได้ช่วยสร้างสันติภาพและเสถียรภาพให้เกิดขึ้นในภูมิภาค หากแต่จะเป็นการรวมประชาชนจีนให้เป็นหนึ่งโดยการมีศัตรูร่วมกันเท่านั้น สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายแมคคาร์ธีจากพรรครีพับลิกัน ผู้นำสหรัฐที่อาวุโสที่สุดลำดับที่ 3 รองจากประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี จะเป็นเจ้าภาพในการประชุมกับนางไช่ที่รัฐแคลิฟอร์เนียในวันพรุ่งนี้ (5 เม.ย.) ระหว่างการแวะพักต่อเครื่องบิน ส่งผลให้จีนออกมาข่มขู่ อนึ่ง จีนซึ่งอ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนเอง ได้ทำการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่นางแนนซี เพโลซี ผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ณ ขณะนั้นจากพรรคเดโมแครต เดินทางเยือนกรุงไทเป ทั้งนี้ นางไช่จะทำการ “ต่อเครื่อง” ในลอสแอนเจลิส ระหว่างทางกลับไทเปหลังจากสิ้นสุดทริปเดินทางเยือนอเมริกากลาง ขณะที่สหรัฐระบุว่า การแวะพักต่อเครื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติ และไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จีนจะต้องต่อต้านรุนแรง โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 เม.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »

หุ้นไทยปิดเช้าลบ 3.39 จุด ไร้ปัจจัยใหม่หนุน แม้แรงกดดันหุ้น DELTA ผ่อนคลาย : อินโฟเควสท์หุ้นไทยปิดเช้าลบ 3.39 จุด ไร้ปัจจัยใหม่หนุน แม้แรงกดดันหุ้น DELTA ผ่อนคลาย : อินโฟเควสท์SET ปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,596.98 จุด ลดลง 3.39 จุด (-0.21%) มูลค่าซื้อขายราว 22,909.53 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าแกว่งตัวลงเล็กน้อย หลังไร้ปัจจัยใหม่ แม้แรงกดดันหุ้น DELTA ผ่อนคลาย แต่มีแรงขายหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าออกมากดดัน จากราคาน้ำมันเพิ่มต่อเนื่อง ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวแดนบวก แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงบ่ายคาดว่าแกว่งไซด์เวย์ พร้อมให้แนวต้าน 1,605-1,610 จุด แนวรับ 1,585-1,590 จุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,596.98 จุด ลดลง 3.39 จุด (-0.21%) มูลค่าซื้อขายราว 22,909.53 ล้านบาท การซื้อขายในช่วงเช้านี้ ดัชนีปรับตัวลง โดยทำระดับสูงสุดที่ 1,603.79 จุด และต่ำสุด 1,591.20 จุด นายวีรวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมาแกว่งตัวลงเล็กน้อย โดยยังไร้ปัจจัยหนุนใหม่เข้ามาสนับสนุน และแรงกดดันจากหุ้น DELTA […]
อ่านเพิ่มเติม »

เพนตากอนเผย จีนเพิ่มการลาดตระเวนด้วยเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์ในทะเลจีนใต้ : อินโฟเควสท์เพนตากอนเผย จีนเพิ่มการลาดตระเวนด้วยเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์ในทะเลจีนใต้ : อินโฟเควสท์กระทรวงกลาโหมสหรัฐเปิดเผยว่า จีนส่งเรือดำน้ำติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์อย่างน้อย 1 ลำออกทะเลอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งแรก ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสหรัฐและชาติพันธมิตรที่พยายามตอบโต้กำลังทหารของจีนที่เพิ่มขึ้น สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จากการประเมินขีดความสามารถทางทหารของจีน เรือดำน้ำติดขีปนาวุธชั้น ‘จิ้น’ (Jin-class) จำนวน 6 ลำ ดำเนินการลาดตระเวนจากเกาะไห่หนานสู่ทะเลจีนใต้ในระดับ “เกือบจะต่อเนื่อง” นักวิเคราะห์เชื่อว่า เรือดำน้ำเหล่านี้ติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกลแบบใหม่ มีความสามารถโจมตีภาคพื้นทวีปของสหรัฐได้ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเหล่าทัพระดับภูมิภาค 4 รายที่ใกล้ชิดกับปฏิบัติการทางเรือและนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงอีก 5 ราย ระบุว่า ข้อความในรายงานจำนวน 174 หน้าที่เผยแพร่ในช่วงปลายเดือนพ.ย. แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาขีดความสามารถของจีนที่สำคัญ แม้ออสเตรเลียจะมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกภายใน 20 ปีข้างหน้าผ่านข้อตกลง AUKUS แต่การลาดตระเวนด้วยเรือที่ติดตั้งขีปนาวุธของจีนอย่างต่อเนื่องในทะเลได้สร้างภาระสะสมต่อทรัพยากรของสหรัฐและชาติพันธมิตร เนื่องจากต้องมีการเคลื่อนกำลังพลแบบสมัยสงครามเย็น ทั้งนี้ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเหล่าทัพ, อดีตนักขับเรือดำน้ำ และนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงกล่าวว่า การลาดตระเวนระลอกใหม่เผยให้เห็นการพัฒนาในหลายด้านของจีน รวมถึงโลจิสติกส์ การบังคับบัญชาและการควบคุม และอาวุธยุทโธปกรณ์ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าจีนเริ่มปฏิบัติการเรือดำน้ำติดขีปนาวุธในลักษณะเดียวกับที่สหรัฐ, รัสเซีย, อังกฤษ และฝรั่งเศสดำเนินการมานานหลายทศวรรษ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 เม.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE […]
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-03 10:48:19