แบงก์งัด 3 มาตรการเด็ด สแกนใบหน้า ป้องกันโจรดูดเงินจากบัญชี

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

แบงก์งัด 3 มาตรการเด็ด สแกนใบหน้า ป้องกันโจรดูดเงินจากบัญชี
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 69 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 31%
  • Publisher: 63%

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) งัด 3 มาตรการเด็ด สแกนใบหน้า ป้องกันโจรดูดเงินจากบัญชี ไม่ต้องรอกฎหมายปราบโจรไซเบอร์

ปัญหามิจฉาชีพโจรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ ยังไม่เคยหายไป และผู้เสียหายที่ถูกดูดเงินออกจากบัญชี หรือถูกโอนเงินออกจากบัญชีโดยไม่รู้ตัว ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จากกลอุบายหลากหลายรูปแบบของมิจฉาชีพ ทั้งหลอกให้กดลิงก์ปลอม หลอกให้กรอกข้อมูลในหน้าเว็บไซต์ปลอม หรือการฝังมัลแวร์ในโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายเพื่อควบคุมเครื่องได้จากระยะไกล เป็นต้น

แม้ขณะนี้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ กฎหมายปราบโจรไซเบอร์ จะยังไม่ประกาศใช้ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ได้กำหนดมาตรการขั้นต่ำที่ทุกสถาบันการเงินจะต้องนำไปปฏิบัติภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกัน และบรรเทาความเสียหาย จากมิจฉาชีพออนไลน์กำหนดให้ ธนาคาร และสถาบันการเงิน งดการส่งลิงก์ทุกประเภทผ่าน SMS ,อีเมล, และงดส่งลิงก์ขอข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน และเลขบัตรประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียมาใช้กับการโอนเงินเกิน 50,000 บาท/ครั้ง หรือโอนเงินเกิน 200,000...

ธนาคาร และสถาบันการเงิน ต้องกำหนดเพดานวงเงินถอน/โอนสูงสุดต่อวันให้เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงของกลุ่มผู้ใช้บริการแต่ละประเภท โดยการขอปรับเปลี่ยนวงเงินของลูกค้าต้องมีการยืนยันตัวตนอย่างเข้มงวด เพื่อให้สถาบันการเงินช่วยจำกัดความเสียหายได้เร็วขึ้น และลดการใช้บัญชีม้า ธนาคาร และสถาบันการเงิน ต้องกำหนดเงื่อนไขการตรวจจับ และติดตามธุรกรรมเข้าข่ายผิดปกติ หรือกระทำความผิดธนาคาร และสถาบันการเงิน ต้องมีช่องทางติดต่อเร่งด่วน ตลอด 24 ชั่วโมง แยกจากช่องทางให้บริการปกติ เพื่อให้ผู้ใช้บริการแจ้งเหตุได้โดยทันเวลา และหากพบว่าความเสียหายเกิดจากข้อบกพร่องของสถาบันการเงินเอง สถาบันการเงินนั้นจะต้องให้การดูแลรับผิดชอบจากข้อมูลของ ธปท.

สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีการเปิดบัญชีธนาคารภายใน 2 -3 ปีที่ผ่านมา หรือ ไม่เคยยืนยันตัวตนเพื่อรับสวัสดิการของรัฐ สามารถติดต่อธนาคารเจ้าของโมบายแบงก์กิ้ง เพื่อขอให้เก็บข้อมูลสแกนใบหน้า เอาไว้ก่อนเริ่มบังคับใช้มาตรการดังกล่าวในวันที่ 1 ก.ค. 2566ธปท.

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

แบงก์ขานรับมาตรการยกระดับจัดการภัยทุจริตการเงิน สแกนใบหน้าโอนเงินเริ่มมี.ค.นี้แบงก์ขานรับมาตรการยกระดับจัดการภัยทุจริตการเงิน สแกนใบหน้าโอนเงินเริ่มมี.ค.นี้แบงก์ขานรับมาตรการยกระดับจัดการภัยทุจริตการเงิน สแกนใบหน้าโอนเงินเริ่มมี.ค.นี้ สยามรัฐ สยามรัฐออนไลน์ ออนไลน์ ข่าววันนี้ siamrath siamrathonline ธนาคาร มิจฉาชีพ สแกนใบหน้า กระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ
อ่านเพิ่มเติม »

‘ธปท.’ออกมาตรการจัดการภัยการเงิน-โอนเงินผ่าน‘โมบายแบงก์กิ้ง’เกิน 5 หมื่น ต้องสแกนใบหน้า‘ธปท.’ออกมาตรการจัดการภัยการเงิน-โอนเงินผ่าน‘โมบายแบงก์กิ้ง’เกิน 5 หมื่น ต้องสแกนใบหน้า'ธปท.' ประกาศ ‘มาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน’ ยกระดับการป้องกัน ‘SMS หลอกลวง-แก๊งคอลเซ็นเตอร์-แอปฯดูดเงิน’ กำหนดให้การทำธุรกรรมผ่าน ‘โมบายแบงก์กิ้ง’ เกิน 5 หมื่นบาท/วัน ต้อง ‘ยืนยันตัวตน-สแกนใบหน้า’ พร้อมให้ ‘สถาบันการเงิน’ กำหนดวงเงิน ‘ถอน-โอน’ สูงสุดต่อวัน ของลูกค้าแต่ละราย
อ่านเพิ่มเติม »

เปิดกลลวงมิจฉาชีพ ‘แฮกค่าบูสต์แอด’ เตือนภัยสายรูดปรื๊ดไม่ตกเป็นเหยื่อเปิดกลลวงมิจฉาชีพ ‘แฮกค่าบูสต์แอด’ เตือนภัยสายรูดปรื๊ดไม่ตกเป็นเหยื่อตามที่ปรากฎในข่าวในช่วงไม่นานมานี้ กรณี “การโดนแฮกบัตรเครดิต และนำไปจ่ายโฆษณาทาง Social Media” โดยทาง ธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย ได้รับทราบถึงปัญหา โดยการออกมาตรการต่างๆ ให้สถาบันการเงินต้องปฏิบัติ อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
อ่านเพิ่มเติม »

แนะวิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ทำตามนี้? ปลอดภัยแน่นอนแนะวิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ทำตามนี้? ปลอดภัยแน่นอนมิจฉาชีพระบาดหนัก! ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะ 5 วิธีป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอความร่วมมือจากประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชี
อ่านเพิ่มเติม »

เปิด 5 วิธีป้องกันใช้งานสายชาร์จปลอมแล้วถูกดูดข้อมูลและโอนเงินออกจากบัญชี พบถูกหลอกฝังแอปฯมัลแวร์เปิด 5 วิธีป้องกันใช้งานสายชาร์จปลอมแล้วถูกดูดข้อมูลและโอนเงินออกจากบัญชี พบถูกหลอกฝังแอปฯมัลแวร์ธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย ชี้แจงกรณีผู้เสียหายร้องเรียนจากเหตุการใช้งานสายชาร์จปลอมแล้วถูกดูดข้อมูลและโอนเงินออกจากบัญชีว่า ตามที่ปรากฎข่าวพบผู้เสียหายจากการใช้งานสายชาร์จปลอมแล้วถูกดูดข้อมูลและโอนเงินออกจากบัญชีนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้หารือสมาคมธนาคารไทย เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่ามิได้เกิดจากการใช้งานสายชาร์จปลอม แต่เกิดจากผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมที่แฝงมัลแวร์ ทำให้มิจฉาชีพล่วงรู้ข้อมูลการทำธุรกรรมของลูกค้า และควบคุมเครื่องโทรศัพท์เพื่อสวมรอยทำธุรกรรมแทนจากระยะไกล เพื่อโอนเงินออกจากบัญชี โดยอาจเลือกทำธุรกรรมในช่วงเวลาที่ผู้เสียหายไม่ไ
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-05 20:02:48