เหตุการณ์ที่ผู้ช่วยนักบินทำร้ายกัปตันและพยายามทำให้เครื่องบินฟลายดูไบเที่ยวบิน FZ1073 ตกเหนือน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย เป็นที่จับตาว่าเป็นแผนโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหนุนคะแนนเสียงทางการเมือง แม้นักบินสำรองและผู้โดยสารจะช่วยกันควบคุมสถานการณ์และนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินได้สำเร็จ เหตุการณ์ดังกล่าวยังเปิดวินาทกรรมเกี่ยวกับการติดตั้งกล้องภายในห้องนักบิน รวมถึงข้อกังวลเรื่องมาตรการความปลอดภัยและช่องทางหลบเลี่ยงการตรวจสอบของนักบินกับลูกเรือ
ผมเชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นคลิปเหตุการณ์บนเครื่องบินสายการบินฟลายดูไบ เที่ยวบินที่ FZ 1073 กันไปแล้ว ซึ่งผู้ช่วยนักบินได้ทำร้ายกัปตันและพยายามทำให้เครื่องบินที่มาพร้อมกับผู้โดยสารชาวอิสราเอลกว่า 170 คน ประสบเหตุตกเหนือน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อนักบินสำรองและผู้โดยสารได้ช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ช่วยชีวิตกัปตันที่หมดสติ และนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินได้สำเร็จ แต่เหตุการณ์ที่ถูกมองว่าเป็น เหตุวินาศกรรม ชัดเจน มีคำให้สัมภาษณ์ และคลิปวีดีโอของผู้โดยสารจำนวนมากเผยแพร่ในโลกออนไลน์ แต่กลับมีคนบางกลุ่มที่ยังคงเชื่อว่านี่คือแผน “โฆษณาชวนเชื่อ” ของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เพื่อสร้างคะแนนเสียงให้กับตัวเองก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ เพราะตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานชัดๆ คนกลุ่มนี้ก็คงไม่มีทางเปลี่ยนความเชื่อง่ายๆอย่างไรก็ตาม กล่องดำของเครื่องบินสามารถบันทึกได้แค่เสียงภายใน ห้องนักบิน และค่าทางเทคนิคของเครื่องบินเท่านั้น ไม่ได้มีภาพเคลื่อนไหวหรือคลิป กล้องวงจรปิด ใน ห้องนักบิน แต่อย่างใด จนจุดประกายคำถามนี้ขึ้นมาอีกครั้งว่า ถึงเวลาหรือยังที่ต้องติดตั้งกล้องภายใน ห้องนักบิน นับตั้งแต่เหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2544 การบินของโลกก็เปลี่ยนไป ผู้โดยสารต้องเผื่อเวลาเดินทางหลายชั่วโมงเพื่อผ่านการตรวจความปลอดภัยของร่างกายและสัมภาระอย่างเข้มงวด แต่กลายเป็นว่าคนที่อันตรายที่สุดในหลายๆ ครั้งกลับไม่ใช่ผู้โดยสาร แต่เป็นนักบินหรือลูกเรือเสียเอง และเมื่อเทียบกับผู้โดยสารแล้ว คนกลุ่มนี้มีโอกาสและช่องโหว่ในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบมากกว่า จนทำให้เราเห็นข่าวตั้งแต่การลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ขนยาเสพติด ไปจนถึงการก่อเหตุอันตรายบนเครื่องบิน สำหรับเที่ยวบินของสายการบินฟลายดูไบที่เกิดเหตุ กลายเป็นว่าผู้ช่วยนักบินชาวโอมานไม่ได้พกพาอาวุธขึ้นเครื่องแต่อย่างใด แต่เขาใช้สิ่งที่มีประจำอยู่ใน ห้องนักบิน อยู่แล้ว นั่นคือ “ขวาน” ที่มีไว้ใช้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินในการทำร้ายกัปตันชาวอินเดีย ดังนั้น สิ่งที่อันตรายที่สุดจึงอยู่ที่ “สภาพจิตใจ” ของผู้ก่อเหตุมากกว่า เพราะเราไม่อาจคาดเดาจากรูปลักษณ์ภายนอกได้เลยว่า คนคนหนึ่งกำลังคิดอะไรอยู่ตอนนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์จึงไปตกอยู่กับระบบการตรวจสอบประวัติของสายการบินฟลายดูไบ ว่าทำไมจึงหละหลวมได้ขนาดนี้ ตั้งแต่การใช้นักบินชาวโอมานในเที่ยวบินไปอิสราเอล ทั้งที่มีข้อบังคับว่าห้ามนักบินจากประเทศที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลบินเข้ามาได้ แม้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะมีความสัมพันธ์กับอิสราเอลอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม ไปจนถึงพฤติกรรมในอดีตของตัวนักบินที่ขนาดคนทั่วไปยังสามารถค้นไปเจอแนวคิดหัวรุนแรงของเขาได้รายงานข่าวของหลายสำนักระบุตรงกันว่า “ฮามัม อัล-ฮัมมามี” เคยทำงานสายการบินของประเทศโอมานมานานถึง 7 ปี โดยระหว่างนั้นเขาถูกปรับย้ายตำแหน่งเนื่องจากพบประวัติแนวคิดหัวรุนแรง หลังจากนั้นเขาจึงย้ายไปร่วมงานกับสายการบินแห่งชาติของโมร็อกโก จนกระทั่งมาทำงานกับฟลายดูไบได้เพียงประมาณ 8 เดือนเท่านั้น.
ผมเชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นคลิปเหตุการณ์บนเครื่องบินสายการบินฟลายดูไบ เที่ยวบินที่ FZ 1073 กันไปแล้ว ซึ่งผู้ช่วยนักบินได้ทำร้ายกัปตันและพยายามทำให้เครื่องบินที่มาพร้อมกับผู้โดยสารชาวอิสราเอลกว่า 170 คน ประสบเหตุตกเหนือน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อนักบินสำรองและผู้โดยสารได้ช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ช่วยชีวิตกัปตันที่หมดสติ และนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินได้สำเร็จ แต่เหตุการณ์ที่ถูกมองว่าเป็นเหตุวินาศกรรมชัดเจน มีคำให้สัมภาษณ์ และคลิปวีดีโอของผู้โดยสารจำนวนมากเผยแพร่ในโลกออนไลน์ แต่กลับมีคนบางกลุ่มที่ยังคงเชื่อว่านี่คือแผน “โฆษณาชวนเชื่อ” ของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เพื่อสร้างคะแนนเสียงให้กับตัวเองก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ เพราะตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานชัดๆ คนกลุ่มนี้ก็คงไม่มีทางเปลี่ยนความเชื่อง่ายๆอย่างไรก็ตาม กล่องดำของเครื่องบินสามารถบันทึกได้แค่เสียงภายในห้องนักบินและค่าทางเทคนิคของเครื่องบินเท่านั้น ไม่ได้มีภาพเคลื่อนไหวหรือคลิปกล้องวงจรปิดในห้องนักบินแต่อย่างใด จนจุดประกายคำถามนี้ขึ้นมาอีกครั้งว่า ถึงเวลาหรือยังที่ต้องติดตั้งกล้องภายในห้องนักบินนับตั้งแต่เหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2544 การบินของโลกก็เปลี่ยนไป ผู้โดยสารต้องเผื่อเวลาเดินทางหลายชั่วโมงเพื่อผ่านการตรวจความปลอดภัยของร่างกายและสัมภาระอย่างเข้มงวด แต่กลายเป็นว่าคนที่อันตรายที่สุดในหลายๆ ครั้งกลับไม่ใช่ผู้โดยสาร แต่เป็นนักบินหรือลูกเรือเสียเอง และเมื่อเทียบกับผู้โดยสารแล้ว คนกลุ่มนี้มีโอกาสและช่องโหว่ในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบมากกว่า จนทำให้เราเห็นข่าวตั้งแต่การลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ขนยาเสพติด ไปจนถึงการก่อเหตุอันตรายบนเครื่องบิน สำหรับเที่ยวบินของสายการบินฟลายดูไบที่เกิดเหตุ กลายเป็นว่าผู้ช่วยนักบินชาวโอมานไม่ได้พกพาอาวุธขึ้นเครื่องแต่อย่างใด แต่เขาใช้สิ่งที่มีประจำอยู่ในห้องนักบินอยู่แล้ว นั่นคือ “ขวาน” ที่มีไว้ใช้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินในการทำร้ายกัปตันชาวอินเดีย ดังนั้น สิ่งที่อันตรายที่สุดจึงอยู่ที่ “สภาพจิตใจ” ของผู้ก่อเหตุมากกว่า เพราะเราไม่อาจคาดเดาจากรูปลักษณ์ภายนอกได้เลยว่า คนคนหนึ่งกำลังคิดอะไรอยู่ตอนนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์จึงไปตกอยู่กับระบบการตรวจสอบประวัติของสายการบินฟลายดูไบ ว่าทำไมจึงหละหลวมได้ขนาดนี้ ตั้งแต่การใช้นักบินชาวโอมานในเที่ยวบินไปอิสราเอล ทั้งที่มีข้อบังคับว่าห้ามนักบินจากประเทศที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลบินเข้ามาได้ แม้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะมีความสัมพันธ์กับอิสราเอลอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม ไปจนถึงพฤติกรรมในอดีตของตัวนักบินที่ขนาดคนทั่วไปยังสามารถค้นไปเจอแนวคิดหัวรุนแรงของเขาได้รายงานข่าวของหลายสำนักระบุตรงกันว่า “ฮามัม อัล-ฮัมมามี” เคยทำงานสายการบินของประเทศโอมานมานานถึง 7 ปี โดยระหว่างนั้นเขาถูกปรับย้ายตำแหน่งเนื่องจากพบประวัติแนวคิดหัวรุนแรง หลังจากนั้นเขาจึงย้ายไปร่วมงานกับสายการบินแห่งชาติของโมร็อกโก จนกระทั่งมาทำงานกับฟลายดูไบได้เพียงประมาณ 8 เดือนเท่านั้น
เครื่องบินฟลายดูไบ เหตุวินาศกรรม ห้องนักบิน ความปลอดภัยการบิน กล้องวงจรปิด
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News: คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
เกิดอะไรขึ้นบน Flydubai? ผู้ช่วยนักบินแทงกัปตัน พยายามทำเครื่องตก อิสราเอลชี้ อาจเป็น ‘การก่อการร้าย’เกิดเหตุระทึกบนเที่ยวบิน Flydubai FZ1073 เส้นทางดูไบ-เทลอาวีฟ หลังผู้ช่วยนักบินถูกกล่าวหาว่า ใช้มีดแทงกัปตันและพยายามควบคุมเครื่องบิน ก่อนที่ผู้โดยสารและลูกเรือ
อ่านเพิ่มเติม »
สรุปเหตุระทึก Flydubai FZ1073 ผู้ช่วยนักบินบีบกัปตันหวังโหม่งโลกสรุปจบในโพสต์เดียว! เหตุการณ์ Flydubai เที่ยวบิน FZ1073 ผู้ช่วยนักบินใช้อาวุธบุกทำร้ายกัปตัน หวังพุ่งดิ่งโหม่งโลก ก่อนกัปตันเฮือกสุดท้ายกดเปิดประตู ให้ลูกเรือและผู้โดยสารบุกรวบตัวรอดปาฏิหาริย์
อ่านเพิ่มเติม »
เครื่องบิน Flydubai ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เกิดเหตุร้ายแรง นักบินชาวโอมานใช้มีดแทงกัปตันเครื่องบินโดยสารสายการบิน Flydubai เที่ยวบิน FZ1073 จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมผู้โดยสาร 174 คน เกิดเหตุร้ายแรงขณะบินสูงกว่า 30,000 ฟุต เมื่อนักบินผู้ช่วยชาวโอมานใช้มีดแทงกัปตันชาวอินเดีย กัปตันพยายามต่อสู้และควบคุมสถานการณ์ร่วมกับผู้โดยสาร ก่อนส่งต่อการบินและกลับถึงอิสราเอลอย่างปลอดภัย ทั้งนี้อิสราเอลปิดน่านฟ้าและส่งกำลังสกัดเหตุ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เรียกประชุมฉุกเฉินด้านความมั่นคง และยืนยันว่าผู้ก่อเหตุถูกจับกุมแล้ว
อ่านเพิ่มเติม »
