เลือกตั้ง'66: ภท. ชู 'แลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง' พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

เลือกตั้ง'66: ภท. ชู 'แลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง' พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 45 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 21%
  • Publisher: 68%

เลือกตั้ง'66: ภท. ชู แลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง' พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย พรรคภูมิใจไทย เลือกตั้ง66 เลือกตั้ง2566 อินโฟเควสท์

นายอิทธิเดช สุพงษ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า หากพรรคภูมิใจไทย ได้เป็นรัฐบาลในสมัยหน้า สิ่งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ตั้งใจจะดำเนินการเพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจของประเทศ คือ โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง เชื่อมโยงทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ Southern Economic Corridor แทนช่องแคบมะละกา ที่ปัจจุบันเป็นเส้นทางเดินเรือหลักของการค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก...

นายอิทธิเดช กล่าวว่า โครงการนี้เรียกว่าเป็น One Deep Sea Port Two Site ซึ่งจะมีทั้งการสร้างท่าเรือชุมพรให้เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ พัฒนาท่าเรือระนองให้เป็นท่าเรือสินค้าคอนเทนเนอร์ พัฒนาถนนมอเตอร์เวย์และรถไฟทางคู่เชื่อมโยงท่าเรือ 2 ฝั่งทะเล มีระบบ Pipe Lines ขนส่งน้ำมันและก๊าซ และสร้างนิคมอุตสาหกรรม Warehouse ในพื้นที่รอบโครงการ ยกเว้นบริเวณที่ติดชายฝั่งทะเล...

โครงการนี้ คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ 1.3 ล้านล้านบาท เพิ่ม GDP ได้ 3.7% และจะมีการจ้างงานถึง 5 แสนคน โดยที่มาของงบประมาณจะมาจากการระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ในวงเงิน 1 ล้านล้านบาท “นายอนุทินย้ำว่า โครงการนี้พูดแล้วทำได้จริงทันที และจะเริ่มเห็นผลความก้าวหน้าได้อย่างน้อย 1-2 ปี ตั้งแต่การเสนอเข้าครม. จัดทำ PPP และก่อสร้าง โดยเมื่อโครงการแล้วเสร็จ พื้นที่นี้จะกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ และการค้าระหว่างประเทศที่สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องเดินทางอ้อมไกลถึงช่องแคบมะละกา”

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

เลือกตั้ง'66: ภท.ปัดจับขั้วก่อนเลือกตั้ง-ไม่เอานายกฯคนนอก : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: ภท.ปัดจับขั้วก่อนเลือกตั้ง-ไม่เอานายกฯคนนอก : อินโฟเควสท์นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรคยังไม่มีการพิจารณาเรื่องจัดตั้งรัฐบาลจนกว่าจะทราบผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยต่อการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมาถึง ขณะนี้ยังไม่ได้ติดต่อทาบทามใคร และไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคการเมืองใด จึงยังไม่มีการพูดถึงการจับขั้วกับพรรคการเมืองใดๆ หลังการเลือกตั้งทั้งสิ้น ฉะนั้นความคิดเห็นต่างๆ ที่บอกว่ามีขั้วการเมือง สิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น วันนี้พรรคโฟกัสเรื่องการเลือกตั้ง เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นและสนับสนุนพรรคให้ทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎร เรามุ่งเน้นให้ผู้สมัครทุกคนได้รับความเชื่อมั่นไว้วางใจให้เข้ามาเป็นผู้แทนของประชาชน โดยเฉพาะช่วง 3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง เมื่อทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการหรือมีแนวโน้มที่ดี พรรคภูมิใจไทยจะสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นอันดับ 1 ให้จัดตั้งรัฐบาลก่อน หากประสบปัญหาอุปสรรคจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยจึงจะคิดเรื่องความร่วมมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคอื่นๆ ตามลำดับ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ “ผมขอยืนยันจุดยืนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องถูกเสนอชื่อโดยพรรคการเมือง เราถือว่าเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย หากประชาชนลงคะแนนให้พรรคนั้นในส่วนบัญชีรายชื่อก็ถือว่าเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่ถ้านายกฯมาจากเส้นทางอื่น เช่น รัฐธรรมนูญมาตรา 272 เสนอชื่อนายกฯ ที่ไม่อยู่ในแคนดิเดตพรรคการเมือง หรือไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เราจะไม่สนับสนุน เพราะพรรคเคารพการตัดสินใจของประชาชน ดังนั้นนายกฯที่พรรคจะสนับสนุนต้องเป็นบุคคลที่มีรายชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคการเมือง เราไม่เอาคนนอกมาเป็นนายกฯแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว นอกจากนี้พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมืองที่เริ่มมีกระแสลักษณะนี้ เพราะจะทำให้เกิดความวุ่นวาย ทำลายบรรยากาศการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายกับประเทศ ฉะนั้นต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมไม่มีตัวช่วยให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ขอให้ประชาชนมั่นใจและออกมาใช้สิทธิให้เต็มที่ ประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่กลุ่มไหนมาตัดสินใจแทนประชาชน การยึดอำนาจไม่ใช่การแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง […]
อ่านเพิ่มเติม »

เลือกตั้ง'66: 'ลุงป้อม' เมินถูกขุดปมนาฬิกาหรู มั่นใจไม่กระทบเลือกตั้ง : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: 'ลุงป้อม' เมินถูกขุดปมนาฬิกาหรู มั่นใจไม่กระทบเลือกตั้ง : อินโฟเควสท์พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุไม่มีความกังวลเรื่องที่มีผู้พยายามขุดคุ้ยเรื่องการยืมนาฬิกาเพื่อนอีกครั้ง หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยข้อมูลการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจากคำร้องกล่าวหาแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ อีกทั้งมั่นใจว่ากรณีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสความนิยมที่มีต่อพรรคในช่วงเลือกตั้ง “ผมอยากให้เปิดจะได้รู้ความจริง จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร อยากให้เปิดนานแล้ว ไม่มีปัญหาเลย ผมไม่ได้ไปเอาของใครมา ผมยืมเขามาก็คืนเขาแล้ว” พล.อ.ประวิตร กล่าว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วยแกนนำพรรค พปชร.ได้เดินทางด้วยรถไฟขบวนรถเร็วจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อไปขึ้นเวทีปราศรัยที่จังหวัดนครราชสีมาในช่วงเย็นวันนี้ โดยก่อนเดินทางได้ร่วมกันทำพิธีบวงสรวงรับดาวพฤหัสบดีเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย และความเป็นสิริมงคล โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 เม.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »

เลือกตั้ง'66: 'เศรษฐา' ย้ำพรรคไฟเขียวไม่จับมือ พปชร.-รทสช. : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: 'เศรษฐา' ย้ำพรรคไฟเขียวไม่จับมือ พปชร.-รทสช. : อินโฟเควสท์นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีได้ประกาศไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นั้น เป็นความตั้งใจของพรรคที่ตั้งใจจะเดินหน้าตั้งรัฐบาลพรรคเดียวเพื่อให้แลนด์สไลด์ โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วย เราคงต่างคนต่างเดินไป และผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนก็ไม่มีใครท้วงติงอะไร การที่ตนได้ประกาศไปเช่นนั้นเพราะมีสื่อสอบถามกันมาโดยตลอด ไม่ได้ย้อนแย้งหรือช้าเกินไป ตนบอกว่าจะตั้งรัฐบาลพรรคเดียวมาโดยตลอด เมื่อมีการจัดตั้งแล้วเราก็จะไปร่วมกับพรรคที่มีจุดยืนเดียวกัน ณ วันนี้เราเผยแพร่นโยบายให้ประชาชนทราบโดยเต็มที่ เพื่อเป็นรัฐบาลพรรคเดียว และเป็นความตั้งใจที่จะพูดความจริงว่าความตั้งใจของเราคืออะไร และพี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสิน เราแข่งกันที่นโยบาย เราแข่งกันที่ล้มล้างความยากจน ความเสมอภาคของพี่น้องประชาชน ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.ระบุว่า หาก พท.ไม่จับมือกับ พปชร.ก็ไม่เป็นไรนั้น เป็นจุดยืนและนโยบายของท่าน เราสู้กันที่นโยบาย และสู้กันว่าใครจะล้มล้างความยากจนของประชาชนได้ดีกว่ากัน สำหรับการลงหาเสียงในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ที่เป็นฐานเสียงของพรรคพลังประชารัฐนั้น เพราะเป็นรัฐบาลมี 4 ปีแล้ว ทำไมประชาชนยังเดือดร้อนอยู่ ตนคิดว่าประชาชนมีความต้องการที่ชัดเจนจากการได้พบปะมา เมื่อไม่มีความสุขก็ถึงเวลาที่เข้าคูหาและกาพรรคที่ไม่ใช่เป็นพรรครัฐบาล และตนก็หวังว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไปขออนุญาตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) […]
อ่านเพิ่มเติม »

เลือกตั้ง'66: 'บิ๊กป้อม' ขอใช้เวลาที่เหลือเดินหน้าภารกิจก้าวข้ามขัดแย้งแม้ยาก หลังการมืองรุนแรงมากขึ้น : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: 'บิ๊กป้อม' ขอใช้เวลาที่เหลือเดินหน้าภารกิจก้าวข้ามขัดแย้งแม้ยาก หลังการมืองรุนแรงมากขึ้น : อินโฟเควสท์พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ประเทศไทยไม่มีทางออกอื่น นอกจากต้องร่วมกันก้าวข้ามความขัดแย้ง แม้วันนี้จะมีคนโจมตีว่าตนเป็น “เผด็จการจำแลง” และขอให้รู้ว่าที่ตนมาพูดเรื่องนี้ และขอให้ทุกคน ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ไม่ใช่เรื่องที่มาพูดเอาเท่ หรือสร้างจุดขายที่แตกต่างของการเป็นผู้นำการเมืองอย่างที่หลายๆคนพยายามคิด และพูดกันไป ไม่ได้ตั้งใจสร้างภาพให้เกิดความต่างเพื่อเป็น “ตัวเลือกใหม่”หรืออะไรอย่างนั้น แต่รู้สึกและเกิดเป็นความคิดจริงๆว่า การเมืองเดินหน้าต่อไปไม่ได้หากไม่ก้าวข้ามความขัดแย้ง พล.ประวิตร ระบุว่า การหาเสียงเลือกตั้งที่มุ่งแต่ชัยชนะ ก่อให้เกิดการโจมตีกันรุนแรงมากขึ้น จนมองเห็นแนวโน้มของความแตกแยก จะเห็นว่าระดับผู้นำของพรรคการเมืองกลับมาเล่นงานคนที่มีความคิดแตกต่างกับตัวด้วยท่าทีก้าวร้าว ขนาดขับไล่ไสส่งให้ “ไปเสียให้พ้นจากแผ่นดินไทย” ขณะที่อีกฝ่ายก็เอาแต่ประกาศกร้าวตัดขาดที่จะร่วมมือกับฝ่ายกีดกันไว้เป็นฝ่ายตรงกันข้าม “วันนี้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าเป็นกังวลอย่างยิ่ง การหาเสียงเลือกตั้งที่มุ่งแต่ชัยชนะ ก่อให้เกิดการโจมตีกันรุนแรง จนมองเห็นแนวโน้มของความแตกแยก ถึงขั้นขับไสไล่ส่งไม่ให้อยู่ร่วมชาติ เกิดขี้นอีกแล้ว ทั้งที่ทุกเรื่องมีวิธีการแก้ไข หากทุกฝ่ายร่วมมือกันคิดทำโดย ก้าวข้ามความขัดแย้ง” พล.อ.ประวิตร ระบุ ตนเห็นจุดอ่อน และจุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่ายที่ไม่มีทางจะทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามพ่ายแพ้อย่างราบคาบ โดยฝ่ายตัวได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด เพราะเห็นเช่นนี้จึงตัดสินใจใช้เวลาของชีวิตที่เหลืออยู่ หาทางทำให้ประเทศมีทางออกจาก “วงจรอันสิ้นหวังของการร่วมกันอย่างสุขสงบ”นี้ให้ได้เสียที โดยคำตอบในเรื่องนี้ เห็นได้ไม่ยากหากย้อนไปทบทวนช่วงรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากเลือกตั้งด้วยบัตรใบเดียวมาเป็น สองใบ”และแก้ตัวหารคะแนนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จาก 500 มาเป็น […]
อ่านเพิ่มเติม »

เลือกตั้ง'66: กกต.เล็งเอาผิดยุบพรรค หากนโยบายหาเสียงเข้าข่ายหลอกลวง : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: กกต.เล็งเอาผิดยุบพรรค หากนโยบายหาเสียงเข้าข่ายหลอกลวง : อินโฟเควสท์นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า หลังจาก 70 พรรคการเมือง ได้ส่งรายละเอียดนโยบายหาเสียงต่อ กกต.แล้ว หลังจากนี้ สำนักงาน กกต.จะต้องศึกษาว่าทั้ง 70 พรรคที่เสนอมา มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยในสัปดาห์หน้าจะนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต. ทั้งนี้ ตามมาตรา 57 ระบุว่า ถ้าหากเห็นว่าข้อมูลที่พรรคการเมืองส่งมายังไม่ครบถ้วน ก็จะให้โอกาสพรรคการเมืองส่งข้อมูลเพิ่มมาอีกครั้ง แต่หากส่งไม่ครบภายในระยะที่กำหนด จะปรับวันละ 10,000 บาท แต่ปรับไม่เกิน 500,000 บาท แต่ถ้าผลออกมานโยบายหาเสียงไม่ถูกต้อง ก็ถือว่าเข้าข่ายความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (5) หลอกลวงให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เป็นเหตุให้นำไปสู่การพิจารณายุบพรรคได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ การพิจารณาของเกี่ยวกับการกระทำความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง และพรรคการเมือง กกต.สามารถตรวจสอบได้เลย เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่า กกต.พบความปรากฎ หรือจะรับเรื่องร้องเรียนก็ได้ สำหรับหลักการพิจารณานโยบายพรรคการเมืองมีอยู่ 3 ข้อ คือ 1.มีการระบุวงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ 2.ระบุความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย 3.ระบุผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย […]
อ่านเพิ่มเติม »

เลือกตั้ง'66: ชพก.จี้รัฐลดค่าไฟฟ้า หลังต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: ชพก.จี้รัฐลดค่าไฟฟ้า หลังต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง : อินโฟเควสท์นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพง คือ รัฐบาลต้องยกเลิกค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (ค่า Ft) ในช่วง 3 เดือนนี้ทันที ซึ่งทำได้เลย เพราะต้นทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลดลงมากจากราคาก๊าซ LNG ที่ถูกลงมาตลอด โดยพรรคเสนอว่าต้องรื้อโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้า เนื่องจากเวลานี้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของไทยใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่เป็นฟอสซิลในปริมาณที่สูงเกินกว่า 50% นอกจากนั้น ยังมีถ่านหินและน้ำมันซึ่งมีต้นทุนราว 5 บาท ส่วนที่เป็นพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ไทยใช้ไม่ถึง 10% ทั้งที่ปัจจุบันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 2 บาท กลับเลือกใช้น้อยที่สุด ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนนโยบาย เพราะติดขัดเรื่องผลประโยชน์หรือไม่นั้น นายกรณ์ กล่าวว่า นี่เป็นประเด็นสำคัญว่าการจะแก้ปัญหา จะต้องมีความกล้าทางการเมืองที่จะรื้อโครงสร้างไฟฟ้า โดยต้องเปิดเสรีให้กับประชาชนมีสิทธิเป็นผู้ลงทุน ซึ่งมีความแตกต่างกับปัจจุบัน คือไม่ต้องพึ่งทุนใหญ่กับรัฐวิสาหกิจ เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ “วันนี้การลงทุนครั้งใหญ่ในการสร้างกำลังผลิตไฟฟ้าให้ต้นทุนถูกลง คือเราต้องปลดแอก ให้ประชาชนทุกคนที่มีหลังคาเรือน สามารถเข้าถึงเงินทุนที่จะเข้าถึงแผงโซล่า และให้สิทธิในการขายไฟส่วนเกินคืนให้กับรัฐในราคาเดียวกันกับราคาค่าไฟที่ซื้อจากรัฐ ซื้อ 5 บาท แต่ปัจจุบันขายคืนในราคา 2.20 บาทเท่านั้น […]
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-05 04:40:01