เผยผลศึกษา ลดกินเนื้อสัตว์ พัฒนาสวัสดิภาพ-สกัดฟาร์มอุตสาหกรรม ชะลอโลกร้อน องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก
ครั้งแรกที่ ศึกษาว่า ถ้าเราลดการบริโภคเนื้อไก่และเนื้อหมูลงได้ ควบคู่ไปกับการยุติความทารุณโหดร้ายต่อสัตว์ในฟาร์มอุตสาหกรรม จะส่งผลเชิงบวกอย่างชัดเจนพิสูจน์ได้จริงต่อสภาพภูมิอากาศของโลกการเลี้ยงสัตว์แบบฟาร์มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม รายงานฉบับดังกล่าวยืนยันเรื่องนี้ โดยการศึกษาฟาร์มขนาดใหญ่ที่สุดของโลก 4 แห่งในประเทศบราซิล จีน เนเธอแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ผลการศึกษาพบผลกระทบทางตรงจากการทำฟาร์มไก่เนื้อและฟาร์มหมูแบบอุตสาหกรรม คือการใช้พลังงานเพื่อให้ความร้อน...
เมื่อพิจารณาอัตราการบริโภคเนื้อสัตว์ใน 4 ประเทศ พบว่าประชาชน ในเนเธอแลนด์บริโภคเนื้อหมูประมาณ 33 กิโลกรัม และเนื้อไก่ 23 กิโลกรัม ต่อคนต่อปี ชาวบราซิลบริโภคเนื้อหมู 12 กิโลกรัม และเนื้อไก่ 41 กิโลกรัม ต่อคนต่อปี ประชากรสหรัฐฯ บริโภคเนื้อหมู 24 กิโลกรัม และเนื้อไก่ 50 กิโลกรัม ต่อคนต่อปี ส่วนในประเทศจีน เนื้อหมูเป็นเนื้อสัตว์ที่มีการบริโภคมากที่สุด โดยมีการบริโภคประมาณ 26 กิโลกรัม ต่อคนต่อปี และเนื้อไก่ 14 กิโลกรัม...
และเมื่อประเมินความคุ้มค่าโดยพิจารณาจากห่วงโซ่อาหาร พบว่าในทุก 100 แคลอรีของพืชอาหารที่สัตว์ฟาร์มได้รับ จะมีเพียง 17-30 แคลอรีเท่านั้นที่ตกมาถึงเราซึ่งเป็นผู้บริโภคเนื้อสัตว์เหล่านั้น ส่วนเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมให้แคลอรีทั้งหมดร้อยละ 18 และให้โปรตีนร้อยละ 37 แก่ผู้บริโภค แต่เรากลับต้องใช้พื้นที่ในการทำฟาร์มถึงร้อยละ 83 ถ้ามองในแง่นี้ การปลูกพืชผักเพื่อกินเป็นอาหารเลยย่อมดีกว่ากันมาก แทนที่เราจะปลูกพืชไปให้สัตว์กิน ซึ่งต้องผ่านกระบวนการยืดยาว ยุ่งยาก...