พ.ร.ก. ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนให้คนใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยมีการปรับลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าถึง 80%
เพื่อสนับสนุนให้คนใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นพระราชกฤษฎีกา ลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พ.ศ.2565 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สาระสำคัญให้ลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นรถใหม่สำเร็จรูปจากโรงงาน ที่จดทะเบียนภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ โดยภาษีประจำปีจะลดลงร้อยละ 80 ของอัตราที่กำหนดตาม ของอัตราภาษีประจำปีท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.
เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวมถึงกระตุ้นระบบเศรษฐกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ สำหรับภาษี ป้ายทะเบียน ก็คือภาษีที่เจ้าของรถต้องจ่ายทุกปีกับ กรมขนส่งทางบก ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยให้เจ้าของจ่ายน้อยลง หรือประหยัดเงินได้ เพราะลดให้ถึง 80% แต่ต้องเป็นเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 – วันที่ 30 กันยายน 2568เสียภาษี 1,300 บาท ก็จะเหลือเพียง 260 บาท หรือเดิมเคยเก็บที่ 3,600 บาท ปรับลงมาเหลือ 720 บาท เป็นต้น ซึ่งจริงๆ แล้ว รถยนต์ไฟฟ้ามีหลายขนาด
โดยข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก พบว่า มีประชนจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า ล่าสุดเดือนตุลาคม ปี 2565 ล่าสุดมีกว่า 1960 คัน ส่วนปี 64 มีจำนวน 5889 คัน
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
มีผลแล้ว! พรฎ.ลดภาษีประจำปี 'รถยนต์ไฟฟ้า' สูงถึง 80 % จูงใจใช้พลังงานสะอาดน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้พระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญให้ลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
อ่านเพิ่มเติม »
มีผลบังคับใช้แล้ว! ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า 80% ลดมลพิษ-ดันอุตสาหกรรมเติบโตน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้พระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 9
อ่านเพิ่มเติม »
ทิพานัน ย้ำพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีรถ EV มีผลบังคับใช้แล้ว ลดสูงถึง 80% : อินโฟเควสท์น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้พระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญให้ลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นรถใหม่สำเร็จรูปจากโรงงาน ที่จดทะเบียนภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ โดยภาษีประจำปีจะลดลงร้อยละ 80 ของอัตราที่กำหนดตาม (11) ของอัตราภาษีประจำปีท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และกำหนดให้ลดภาษีเป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่รถนั้นจดทะเบียน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวมถึงกระตุ้นระบบเศรษฐกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ทั้งนี้การลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นไปเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายในเบื้องต้นที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศไว้ว่าจะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2065 สอดคล้องกับที่ได้ประกาศไว้ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 เมื่อวันที่ 31 ต.ค. – 12 พ.ย. 2564 พร้อมกับรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ “รัฐบาลจึงออกมาตรการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้รถไฟฟ้า ใช้พลังงานที่สะอาด …
อ่านเพิ่มเติม »
พลังประชารัฐ 'ของเรา'พูดยาวๆ ก็เป็นเหมือนกันนะ วานนี้ (๑๑ พฤศจิกายน) พรรคพลังประชารัฐจัดสัมมนา มี ส.ส.ตบเท้าเข้าร่วมรวมแล้วกว่า ๘๐ ชีวิต กับ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มากันล้นโรงแรมรามาการ์เดนส์ ย่านวิภาวดีรังสิต
อ่านเพิ่มเติม »
'อีลอน มัสก์' เตือนทวิตเตอร์เสี่ยงล้มละลาย หากยังไม่หยุดผลาญเงิน : อินโฟเควสท์นายอีลอน มัสก์แถลงต่อพนักงานทวิตเตอร์ อิงค์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการด้วยข้อตกลงมูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยระบุว่า ทวิตเตอร์มีความเป็นไปได้ที่จะล้มละลาย หากไม่เริ่มหาเงินเพิ่ม สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ทันทีที่นายมัสก์ก้าวขึ้นกุมอำนาจทวิตเตอร์ สถานการณ์ภายในบริษัทก็ปั่นป่วนโกลาหล โดยในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์ เขาได้สั่งเลิกจ้างพนักงานทวิตเตอร์จำนวนมากถึงครึ่งหนึ่ง และปลดผู้บริหารระดับสูงออกไปเกือบหมด ทั้งยังสั่งยกเลิกนโยบายทำงานจากที่บ้าน พร้อมเรียกตัวพนักงานที่เหลือกลับเข้ารายงานตัวที่สำนักงาน ขณะเดียวกันมีรายงานว่า นายโยเอล รอธและนายโรบิน วีลเลอร์ ผู้บริหารระดับสูงสองคนที่เหลืออยู่กำลังจะต้องระเห็จออกจากบริษัทเช่นเดียวกัน แม้มีรายชื่อปรากฏอยู่ในคณะผู้บริหารชุดใหม่ของนายมัสก์ก็ตาม แม้การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ทวิตเตอร์รอดพ้นจากการตรวจสอบของตลาดสาธารณะ แต่นายมัสก์ก็ได้สร้างภาระหนี้สินให้แก่องค์กรถึงเกือบ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ซึ่งขณะนี้อยู่ในมือของธนาคารย่านวอลล์สตรีท 7 แห่งซึ่งไม่สามารถขายให้กับนักลงทุนได้ ในการแถลงต่อพนักงานทวิตเตอร์ นายมัสก์ได้กล่าวเตือนเชิงกดดันหลายเรื่อง เช่นว่า พนักงานควรทำงานสัปดาห์ละ 80 ชั่วโมง สวัสดิการพิเศษจะลดน้อยลง เช่น ยกเลิกอาหารฟรี และเขายังได้ยกเลิกนโยบายที่อนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้านซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่โควิด-19 ระบาด “ถ้าคุณไม่อยากมา ก็ลาออก” แหล่งข่าวเปิดเผยคำพูดของนายมัสก์ เมื่อถูกถามเรื่องแนวโน้มของการลดจำนวนพนักงาน นายมัสก์ระบุว่า “เราทุกคนจำเป็นต้องดำเนินการจริงจังมากขึ้น” แหล่งข่าวระบุว่า นายมัสก์เคยมีประวัติใช้คำขู่เกี่ยวกับปัญหาทางการเงินเพื่อจูงใจพนักงาน โดยเขาพยายามเตือนใจพนักงานว่า หากคุณไม่ทำงานหนัก ทวิตเตอร์จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างมาก โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ …
อ่านเพิ่มเติม »