Apple พึ่งเปลี่ยนท่าทีหันมาสนับสนุนกฎ Right-to-Repair เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ร่วมกับข้อบังคับของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีแบตต้องถอดเปลี่ยนเองได้ ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2027 สองสิ่งนี้รวมกันทำให้มีแนวโน้มที่ iPhone รุ่นใหม่ในอนาคตจะแกะซ่อมง่ายขึ้น – แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น ราคาอะไหล่และค่าบริการซ่อม iPhone แต่ละรุ่นในปัจจุบันเป็นอย่างไร DroidSans สรุปเอาไว้ให้แล้วในบทความนี้ อันที่จริง ดูเหมือน Apple จะเริ่มตอบสนองต่อกฎ Right-to-Repair ไปบ้างแล้วใน iPhone 15 ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดย Apple ได้ออกแบบฝาหลัง iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ใหม่ ให้แกะซ่อมง่ายกว่าเดิม ผลที่ตามมาคือ ค่าบริการเปลี่ยนกระจกหลังลดลงเกือบ 3 เท่า เริ่มต้น 6,490 บาท ถูกที่สุดในซีรีส์ เท่ากับรุ่นมาตรฐานอย่าง iPhone 15 และ iPhone 15...
ทั้งนี้ อัตราค่าอะไหล่ข้างต้น เป็นเพียงราคาโดยประมาณจาก Apple เท่านั้น ในการส่งซ่อมจริงค่าบริการอาจแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพความเสียหายและการประเมินจากช่างผู้ชำนาญเดิมที iPhone ทุกรุ่นจะมีประกันแบบจำกัดติดเครื่องมาให้ 1 ปีอยู่แล้ว แต่
Apple มีตัวเลือกเพิ่มเติมคือ AppleCare+ ที่เป็นประกันเสริม ซึ่งจะครอบคลุมในส่วนของอุบัติเหตุและความเสียหายร้ายแรง พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการรับประกันออกไปอีก 2 ปี นับจากวันที่ซื้อ AppleCare+ ด้วยiPhone 14 Plus, iPhone 15 Plus – ราคา 6,790 บาท