เงินเฟ้ออังกฤษพุ่ง 10.1% ในเดือนก.ย. เหตุราคาอาหาร-พลังงานเพิ่มต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

เงินเฟ้ออังกฤษพุ่ง 10.1% ในเดือนก.ย. เหตุราคาอาหาร-พลังงานเพิ่มต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 42 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 20%
  • Publisher: 68%

เงินเฟ้ออังกฤษพุ่ง 10.1% ในเดือนก.ย. เหตุราคาอาหาร-พลังงานเพิ่มต่อเนื่อง BoE CPI ธนาคารกลางอังกฤษ อังกฤษ อัตราเงินเฟ้อ เงินเฟ้อ อินโฟเควสท์

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษรายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 10.1% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ของรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 10% เนื่องจากราคาอาหารและพลังงานปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขเงินเฟ้อของอังกฤษพุ่งขึ้น ในขณะที่วิกฤตค่าครองชีพสูงยังคงส่งผลกระทบต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจก่อนที่จะถึงฤดูหนาว ส่วนในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษลดลงสู่ระดับ 9.9% จากระดับ 10.1% ในเดือนก.ค. หลังจากราคาเชื้อเพลิงชะลอตัวลง ข้อมูลเงินเฟ้อที่มีการเปิดเผยในวันนี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายในระยะใกล้ของธนาคารกลางอังกฤษ โดย BoE มีแผนที่จะขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษออกมาบางส่วนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ข้อมูลเงินเฟ้อในเดือนก.ย.ยังสะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตการณ์ด้านเงินเฟ้อในอังกฤษทวีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่อังกฤษกำลังเผชิญกับความยากลำบากท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน เมื่อวันจันทร์ นายเจเรมี ฮันท์ รัฐมนตรีคลังคนใหม่ของอังกฤษตัดสินใจยกเลิกมาตรการปรับลดภาษีเกือบทั้งหมดที่นายควาซี ควาร์เต็ง อดีตรัฐมนตรีคลังได้ประกาศก่อนหน้านี้และได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดการเงินทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

สิงคโปร์ส่งออกเพิ่มขึ้นเพียง 3.1% ในเดือนก.ย. ชะลอลงจากเดือนส.ค. : อินโฟเควสท์สิงคโปร์ส่งออกเพิ่มขึ้นเพียง 3.1% ในเดือนก.ย. ชะลอลงจากเดือนส.ค. : อินโฟเควสท์องค์การวิสาหกิจของสิงคโปร์ (Enterprise Singapore) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการค้าของสิงคโปร์เปิดเผยในวันนี้ (17 ก.ย.) ว่า ยอดส่งออกสินค้าในประเทศที่ไม่รวมน้ำมัน (NODX) ของสิงคโปร์ ขยายตัว 3.1% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนส.ค.ที่ขยายตัว 11.4 % และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้น 7.1% เนื่องจากการส่งออกไปยังตลาดจีนและฮ่องกงชะลอตัวลง เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ตัวเลข NODX เดือนก.ย. ลดลง 4% ซึ่งย่ำแย่กว่าในเดือนส.ค.ที่ปรับตัวลง 3.9% และเทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 2.1% ข้อมูลจากองค์การวิสาหกิจของสิงคโปร์ระบุว่า ยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ลดลง 10.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยยอดส่งออกแผงวงจรรวม (IC) , ผลิตภัณฑ์แผ่นดิสก์ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ปรับตัวลง 12.0%, 42.7% และ 22.3% ตามลำดับ ส่วนยอดส่งออกที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้น 7.6% ในเดือนก.ย. โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกเภสัชภัณฑ์ และเครื่องมือสำหรับการวัด โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 …
อ่านเพิ่มเติม »

สุพัฒนพงษ์ เล็งชงมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเข้า ครม.อย่างช้ากลาง พ.ย.นี้ : อินโฟเควสท์สุพัฒนพงษ์ เล็งชงมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเข้า ครม.อย่างช้ากลาง พ.ย.นี้ : อินโฟเควสท์นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาวน์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี คาดว่าจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ราวกลางเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นมาตรการเดิมที่เคยนำมาใช้ก่อนหน้านี้ โดยกระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมของมาตรการต่าง ๆ เช่น คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน หรือเที่ยวด้วยกัน เป็นต้น โดยจะใช้งบประมาณจากงบกลาง และงบประมาณที่เหลือจากจากโครงการคนละครึ่งรอบที่ผ่านมา ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาจะถูกมองว่านำมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องกระตุ้นการใช้จ่าย นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สัญญาณทางเศรษฐกิจดีขึ้น รวมถึงการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 65 อยูที่ 3.3% ส่วนรัฐบาลประเมินไว้ที่ 3% ขึ้นไป โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »

เตรียมจัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ 25-27 พ.ย. ยกระดับการแข่งขันสู่ทางรอดวิกฤติซ้อนวิกฤติ : อินโฟเควสท์เตรียมจัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ 25-27 พ.ย. ยกระดับการแข่งขันสู่ทางรอดวิกฤติซ้อนวิกฤติ : อินโฟเควสท์นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทย ร่วมกับหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี และเครือข่าย จัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 40 ในวันที่ 25-27 พ.ย. 65 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ภายใต้หัวข้อ “Connect the dots : Enhancing Thailand Competitiveness” สำหรับวาระเร่งด่วนที่หอการค้าไทย ตั้งเป้าหมายร่วมกับภาครัฐ และเอกชน คือ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่จะต้องได้รับการสนับสนุนให้เกิดการปรับตัว ด้วยการนำ Digital Transformation มาใช้ รวมถึงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นทางออกในการฟื้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤติซ้อนวิกฤติ จากนี้ไปจนถึงปี 66 อย่างไรก็ดี คาดว่าตลอดเวลาของการจัดงาน จะมีผู้นำองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชนทั่วประเทศ เดินทางมาไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ประกอบด้วย คณะกรรมการหอการค้าไทย …
อ่านเพิ่มเติม »

เพื่อไทย ติงรัฐบาลล้มเหลวแก้ปัญหาน้ำท่วม เสนอแนะ 6 แนวทางบริหารจัดการ : อินโฟเควสท์เพื่อไทย ติงรัฐบาลล้มเหลวแก้ปัญหาน้ำท่วม เสนอแนะ 6 แนวทางบริหารจัดการ : อินโฟเควสท์นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวในงานเสวนา “ลุ่มเจ้าพระยา ชี มูล ท่วมขนานใหญ่ เพื่อไทยแก้ได้” ว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รัฐบาลต้องตระหนักว่าเป็นน้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบ 50 ปี สร้างความเสียหายคลอบคลุมพื้นที่ 1 ใน 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นมหันตภัยที่ร้ายแรงกระทบประชาชน 10 ล้านคน ขณะนี้หลายพื้นที่ขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย เงินที่ใช้จับจ่าย ซึ่งความช่วยเหลือที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ไม่ทันการณ์ ไม่แมนยำ และไม่เพียงพอ น้ำท่วมครั้งนี้ได้เห็นความอับจนในการหาหนทางแก้ไขปัญหาของรัฐบาลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จนประชาชนรู้สึกสิ้นหวัง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้แสดงให้เห็นปัญหา 3 ด้านที่ทำให้น้ำท่วมหนักในตอนนี้ ได้แก่ การแจ้งเตือนภัยไม่ชัดเจน ไม่แม่นยำ ไม่ทันเวลา แต่ขอชื่นชมการทำงานของกรมอุตุนิยมวิทยาที่แจ้งเตือนพายุและพื้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังขาดการให้ข้อมูลว่าน้ำท่วมมากน้อยแค่ไหน น้ำท่วมสูงเท่าไหร่ ลดลงเมื่อไหร่ เมื่อน้ำท่วมต้องอพยพประชาชน แต่การอพยพไปยังแหล่งพักพิงที่รัฐบาลดำเนินการเป็นไปแบบลุกลน ไม่คาดการณ์ให้แม่นยำ โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีและพระนครศรีอยุธยาที่ต้องอพยพย้ายที่นอนหลายครั้ง รัฐบาลล้มเหลวในการเลือกยุทธวิธีในการบริหารจัดการสภาวะวิกฤต บุคคลในระดับการบริหารมีความเป็นทหารมากเกินไป เลือกใช้วิธีควบคุมทางไหลของน้ำ (Flood control) ทั้งที่ไม่มีเครื่องมือ เช่น …
อ่านเพิ่มเติม »

หุ้นไทยปิดเช้าบวก 1.52 จุด ยังไปไม่ถึง 1,600 รับแรงขายกลุ่มพลังงาน-DELTA กดดัน : อินโฟเควสท์หุ้นไทยปิดเช้าบวก 1.52 จุด ยังไปไม่ถึง 1,600 รับแรงขายกลุ่มพลังงาน-DELTA กดดัน : อินโฟเควสท์SET ปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,591.88 จุด เพิ่มขึ้น 1.52 จุด (+0.10%) มูลค่าการซื้อขายราว 24,716 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าวันนี้แกว่งไซด์เวย์กรอบแคบหลังจากไปไม่ถึงแนวต้าน 1,600 จุด โดยได้แรงซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์เก็งงบไตรมาส 3/65 หนุน ขณะที่รับแรงกดดันจากกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงแรงขาย DELTA กดดัชนีย่อตัวลง ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งบวกและลบ แนวโน้มช่วงบ่ายคาดแกว่งตัวเช่นเดียวกันช่วงเช้า ให้แนวรับ 1,580-1,585 จุด แนวต้าน 1,600-1,605 จุด ตลาดหลักทรัพย์ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,591.88 จุด เพิ่มขึ้น 1.52 จุด (+0.10%) มูลค่าการซื้อขายราว 24,716 ล้านบาท การซื้อขายในช่วงเช้านี้ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยทำระดับสูงสุด 1,596.03 จุด และต่ำสุด 1,588.09 จุด นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมาแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบแคบๆ หลังจากปรับตัวขึ้นมาค่อนมากในช่วง 2 …
อ่านเพิ่มเติม »

AMARC ปิดเช้าที่ 4.32 บาท เพิ่มขึ้น 48.97% จาก IPO โบรกฯให้เป้า 3.74 บาท : อินโฟเควสท์AMARC ปิดเช้าที่ 4.32 บาท เพิ่มขึ้น 48.97% จาก IPO โบรกฯให้เป้า 3.74 บาท : อินโฟเควสท์AMARC ปิดช่วงเช้าที่ 4.32 บาท เพิ่มขึ้น 1.42 บาท (+48.97%) มูลค่าซื้อขาย 2,128.28 ล้านบาท จากราคาเปิด 4.30 บาท ราคาสูงสุด 4.72 บาท ราคาต่ำสุด 3.90 บาท บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากการประมาณการเบื้องต้นบมจ.ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย (AMARC) มีมูลค่าที่เหมาะสมในปี 2023F ที่ 3.74 บาท (อิงบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งที่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจใกล้เคียงกัน ที่ P/E 37 เท่า) โดยมอง AMARC มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีตามภาพรวมอุตสาหกรรมเกษตร, อาหาร และยา ที่เติบโตตามเศรษฐกิจและการส่งออก และยังมีการเร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้นสอดคล้องตามเทรนด์ในปัจจุบันที่ผู้บริโภคหันมาสนใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น (ส่งผลให้การตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพซึ่งเป็นบริการของบริษัทมีความสำคัญยิ่งขึ้น) อีกทั้งในระยะยาวยังมีปัจจัยหนุนการเติบโตจากการ ขยายกำลังการให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบคุณภาพ และการจัดตั้งสำนักงานส่วนภูมิภาคให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และ ประเทศใกล้เคียง พร้อมทั้งยังมีการทดลองจำหน่ายสินค้ากลุ่ม B2C ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสการเติบโตระยะยาวให้แก่บริษัท สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังของ AMARC คือ …
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-03 21:44:25