ราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เตรียมบวช หลังถูกโยกย้ายจากตำแหน่ง พร้อมเปิดเผยความรู้สึกหลังครอบครัวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่รัฐมนตรีเกษตรฯ ยืนยันต้องการให้เรื่องนี้จบลง เชื่อโยกย้ายไม่เกี่ยวพันกับหลานชาย และมีปมความขัดแย้งทางการเมืองซ่อนอยู่
วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดี กรมฝนหลวง และการบินเกษตร ซึ่งถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ที่วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี และจะบวชยาวจนถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่หนังสือลาออกจากราชการมีผล โดยระบุความประสงค์ที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบ ไม่ต้องการให้มีการกล่าวถึงเรื่องใดๆ เพิ่มเติม เนื่องจากครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แสดงความเห็นสั้นๆ ว่าต้องการให้เรื่องนี้ยุติลง โดยยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลานชาย และทราบเรื่องดังกล่าวหลังจากที่ได้มีการโยกย้ายไปแล้ว การตัดสินใจดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นการตัดความสัมพันธ์ทาง การเมือง อย่างเด็ดขาด แม้ก่อนหน้านี้ อธิบดี กรมฝนหลวง ฯ จะถูกมองว่าเป็นประเด็นความขัดแย้งทาง การเมือง เนื่องจากภูมิลำเนาเดิมของเขาอยู่ที่จังหวัดสกลนคร แต่ถึงกระนั้น ราเชน ศิลปะรายะ ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การเมือง ท้องถิ่นโดยตรง อย่างไรก็ตาม ณภัชชา ศิลปะรายะ หลานสาวของอธิบดี กรมฝนหลวง ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.
) และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.
) เขตสอง สังกัดพรรคภูมิใจไทย โดย ณภัชชา เป็นบุตรีของกัญญาภัค ศิลปะรายะ หรือ เจ้จ๋า จำปาอีสาน น้องสาวของอธิบดีราเชน นอกจากนี้ กัญญาภัค ยังเคยเป็นอดีตที่ปรึกษาส่วนตัวของทรงศักดิ์ ทองศรี ในขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังจากเกิดปัญหาการโยกย้ายอธิบดีราเชน กัญญาภัค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงความสัมพันธ์ต่างๆ โดยระบุว่า “นี่คือข่าวที่ไม่กรอง...
จากหลานกลายเป็นลูก... จากน้องสาวกลายเป็นเมีย ท่านอธิบดีราเชนเป็น ลุงของ อดีต สจ. หนูเล็ก ณภัชชา ศิลปะรายะ...
” ก่อนจะปิดท้ายด้วยความต้องการที่จะยุติเรื่องนี้ เนื่องจากพี่ชายของเธออาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และการพูดคุยในเรื่องนี้อาจนำมาซึ่งความเจ็บปวด แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการและนักการเมืองที่เข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มักจะมีความซับซ้อนและหลีกเลี่ยงได้ยาก ในยุคที่เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ราเชน ศิลปะรายะ เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดสกลนคร และในขณะนั้น พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ต่อมาในปี 2566 ชาตรี หล้าพรหม หรือ บ่าวตี๋ เมืองสกลนคร อดีตผู้สมัครพรรคประชาชาติ ได้ย้ายมาลงสมัครในพื้นที่เดิมอีกครั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ และสามารถเอาชนะ นิยม เวชกามา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยได้ด้วยคะแนนเพียง 706 คะแนน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.
ศ. 2538 ที่พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งในจังหวัดสกลนคร ภายใต้บริบททางการเมืองท้องถิ่นของตระกูลศิลปะรายะ ทำให้ชาตรีได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ส่งผลให้ราเชนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี (เฉลิมชัย) ที่กระทรวงเกษตรฯ แต่หลังจากที่สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลง พรรคกล้าธรรมได้เข้ามาควบคุมกระทรวงพระพิรุณ และ ร. อ.
ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ในขณะนั้น ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ซึ่งต่อเนื่องไปจนถึงยุคของนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ราเชนได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองอธิบดีกรมฝนหลวง และหลังจากที่อธิบดีกรมฝนหลวงคนก่อนเกษียณอายุราชการ ราเชนก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงคนต่อมา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ข้าราชการมักจะถูกมองว่าเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมือง แม้ว่า ณภัชชา อดีตสมาชิกสภาจังหวัดและผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย จะถูกจับตามองว่าเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับค่ายสีน้ำเงิน เนื่องจากทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เขตอีสานเหนือ แต่หากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า หลังจากที่เฉลิมชัยและกลุ่มเพื่อนย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์เข้าสังกัดพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะชาตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เมื่อพื้นที่ความรับผิดชอบเกิดความทับซ้อน จึงทำให้ ณภัชชาต้องเปลี่ยนไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นปฏิเสธไม่ได้ว่าการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ อาจมีสาเหตุเบื้องหลังที่ซับซ้อน เนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีการระดมสรรพกำลังจากเครือข่ายรุ่งเรืองกิจอย่างเต็มที่ ยกเว้นธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของพรรคประชาชน และการเสนอให้มีการซ่อมเครื่องบินของกรมฝนหลวงฯ เมื่อปี 2568 จึงเกิดขึ้น โดยเฉพาะการโยกย้ายข้าราชการเพื่อล้างบางผู้ที่อยู่ในเครือข่ายสีเขียว 'ปัญหาที่แท้จริงเกิดขึ้นจากบริษัทที่รับซ่อมเครื่องบินของกรมฝนหลวง ซึ่งเป็นบริษัทในเครือข่ายของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่หลานชายของรัฐมนตรีสุริยะมีทีมซ่อมอยู่แล้ว และต้องการที่จะได้รับงานนี้ เนื่องจากเห็นว่ายังมีงบประมาณเหลืออยู่กว่า 200 ล้านบาท แต่ข้อเท็จจริงคือมีการตกลงกับบริษัทแห่งนี้ และมีการจ่ายเงินกันไปแล้ว จึงไม่สามารถให้งานดังกล่าวได้ และไม่ยอมพบปะพูดคุย เมื่อเกิดความขัดแย้ง อีกฝ่ายจึงมองว่าไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ จึงนำไปสู่การล้างบาง' แหล่งข่าวระบุ ย้อนกลับมาที่กระทรวงพระพิรุณ ในวันนี้ (5 พฤษภาคม 2569) สุริยะให้สัมภาษณ์ว่าจากนี้ไปต้องการให้เรื่องนี้ยุติลง และจะมุ่งเน้นไปที่การทำงานในภารกิจหลัก โดยต้องการผลักดันให้กระทรวงเกษตรฯ สามารถตอบสนองต่อวิกฤตเศรษฐกิจ และต้องหาผู้ที่มีความสามารถเข้ามาผลักดันงานของกระทรวงให้ได้ แม้ว่าโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นของพรรคเพื่อไทย 'ไร้คนนอก' นอกเหนือจากสุริยะในฐานะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงแล้ว ยังมีรัฐมนตรีช่วยอีก 2 คน คือ วัชระพล ขาวขำ บุตรชายของบ้านใหญ่แดงอุดรธานี วิเชียร ขาวขำ และปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช บุตรีของบ้านใหญ่แม่จัน ยงยุทธ ติยะไพรัช ทั้งหมดเป็นทีมงานและที่ปรึกษาจากค่ายแดงล่าสุดมีรายงานระบุว่า พรรคเพื่อไทยยุคบุกเบิก 'รากหญ้า' ได้ดึง นพ.
พรหมมินทร์ เลิศสุริยะเดช และสมศักดิ์ เทพสุทิน เข้ามาเป็นเงาบริหาร และกวาดเครือข่ายสีเขียวของ ร. อ.
ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ให้ตกขอบ เพื่อปูเส้นทางสีแดงเดินต่อ 'รัฐมนตรีโฮม' ปิยะรัฐชย์ มี ยงยุทธ ติยะไพรัช บิดา เป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลัง ขณะเดียวกัน หากตรวจสอบเฟซบุ๊กของ 'รัฐมนตรีโฮม' ปิยะรัฐชย์ ก็จะพบภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.
) รุ่นใหม่ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดสุโขทัย ณัฐธิดา เทพสุทิน และ ณัคนางค์ กุลนาศิริ บุตรีและหลานสาวของสมศักดิ์ เทพสุทิน ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจราชการ ติดตามการบริหารจัดการน้ำ และเดินตลาดคูหาสุวรรณ จังหวัดสุโขทัย นอกจากนี้ 'กลุ่มสามมิตร' ของพรรคเพื่อไทย ยังมีการปูนบำเหน็จเครือข่ายข้าราชการการเมือง ด้วยการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย โดยเฉพาะ 'สายตรง' ของสุริยะ-สมศักดิ์ ประเดิมด้วยทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ส่วนจเด็ศ จันทรา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎ
ราเชน ศิลปะรายะ กรมฝนหลวง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ การเมือง โยกย้ายข้าราชการ




