หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อ-ใกล้วันหยุดยาว SET SETIndex ตลาดหุ้นไทย หุ้นไทย อินโฟเควสท์
นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ออกด้านข้างสอดคล้องตลาดภูมิภาคเอเชีย หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด และยังส่งสัญญาณปรับขึ้นต่อ โดยจะขึ้นกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงตลาดบ้านเราอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวหยุดยาว และการเมืองในประเทศที่ยังไม่มีพัฒนาการเพิ่มเติม ให้แนวรับ 1,520 จุด และแนวต้าน 1,530 จุด
ขณะที่ตลาดบ้านเราอยู่ในช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวต่อเนื่อง และการเมืองในประเทศที่ยังไม่เห็นพัฒนาการเพิ่มเติม ซึ่งระหว่างนี้ก็ต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของ 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรออกมา– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,520.12 จุด เพิ่มขึ้น 82.05 จุด หรือ +0.23%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,566.75 จุด ลดลง 0.71 จุด หรือ -0.02% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,127.28 จุด ลดลง 17.27 จุด หรือ -0.
– “พาณิชย์” กางตัวเลขส่งออก มิ.ย.66 ติดลบ 6.4% ทรุดยาว 9 เดือนติด ลุ้น ก.ค.พลิกโตบวก ชูบาทแข็ง-วิกฤตอาหารหนุนสินค้าเกษตรไทย ยืนเป้าหมายทั้งปียังโตได้ที่ 1-2% ห่วง “สงคราม-ต้นทุนพลังงาน” ฉุด – “แบงก์ชาติ” ผนึกสถาบันการเงิน-นอนแบงก์ เร่งแก้ปัญหา หนี้ครัวเรือนยั่งยืน เตรียมหารือ กลุ่มสหกรณ์-เช่าซื้อเพิ่ม หวังปลดล็อก หนี้ครัวเรือนไทย ด้านสมาคมแบงก์ไทยแบงก์รัฐ ผลักดันมาตรการหนี้ พร้อม ลดดอกเบี้ยช่วยลูกหนี้จบหนี้ใน 5 ปี– BANPU ราคาพื้นฐาน 9.4 บาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท BANPU กล่าวในการประชุม Bloomberg Summit ในสิงคโปร์ว่าบริษัทกำลังพิจารณาการลงทุนในโครงการท่อก๊าซธรรมชาติและมีแผนจะลงทุนในธุรกิจก๊าซและโรงไฟฟ้าในสหรัฐ โดยตั้งเป้าใช้เงินลงทุนอีก 1.
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ รอความชัดเจนปมโหวตนายกฯ-ประชุมเฟด : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้คาดแกว่งไซด์เวย์ ติดตามการตีความของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีผู้ตรวจการฯ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีเสนอชื่อ “พิธา” ซ้ำนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมยื่นศาลฯ ให้รัฐสภาเลื่อนโหวตนายกฯ จนกว่าจะวินิจฉัย รวมถึงการประชุมเฟดในสัปดาห์นี้ แต่คาดได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน ให้แนวต้านที่ 1,530-1,537 จุด และแนวรับ 1,515-1,507 จุด นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.กรุงศรี พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้คาดแกว่งไซด์เวย์ โดยปัจจัยภายในประเทศยังคงต้องรอดูในเรื่องของการตีความศาลรัฐธรรมนูญ กรณีผู้ตรวจการฯ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีเสนอชื่อ “พิธา” ซ้ำนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมยื่นศาลฯ ให้รัฐสภาเลื่อนโหวตนายกฯ จนกว่าจะวินิจฉัย ขณะเดียวกันภายนอกประเทศก็รอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27 ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าตลาดน่าจะได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน หลังจีนทยอยเผยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยตลาดคาดการประชุม Politburo จะมีมาตรการหนุนกลุ่มอสังหาฯ ให้แนวต้านที่ 1,530-1,537 จุด และแนวรับ 1,515-1,507 จุด โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.ค. 66) […]
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นวันนี้ดาวโจนส์ 27 ก.ค. ปิดบวกเพียง 82.05 จุด หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อดาวโจนส์วันนี้ล่าสุด ปิดที่ 35,520.12 จุด ปิดบวก 82.05 จุด หลังเฟดส่งสัญญาณอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในอนาตวันนี้ ( 27 ก.ค. 66 ) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวั
อ่านเพิ่มเติม »
'เมตา' โชว์กำไร-รายได้สูงกว่าคาดใน Q2/66 หนุนราคาหุ้นพุ่งกว่า 5% : อินโฟเควสท์บริษัทเมตา แพลตฟอร์มส์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมเปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงกว่าคาดในไตรมาส 2/2566 และยังได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาส 3 ที่สูงเกินคาดเช่นกัน ซึ่งช่วยหนุนราคาหุ้นเมตาพุ่งขึ้นกว่า 5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กช่วงเช้านี้ ทั้งนี้ เมตาเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 2.98 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ของรีฟินิทิฟ (Refinitiv) คาดการณ์ไว้ที่ 2.91 ดอลลาร์ และรายได้อยู่ที่ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.112 หมื่นล้านดอลลาร์ ยอดผู้ใช้งานรายวัน (DAUs) อยู่ที่ 2.06 พันล้านราย มากกว่าตัวเลขการคาดการณ์ที่ระดับ 2.04 พันล้านราย และยอดผู้ใช้งานรายเดือน (MAUs) อยู่ที่ 3.03 พันล้านราย มากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3 พันล้านราย ส่วนรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งาน (ARPU) อยู่ที่ระดับ 10.63 ดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 10.22 ดอลลาร์ นอกจากนี้ เมตาคาดการณ์ว่า รายได้ในไตรมาส 3/2566 […]
อ่านเพิ่มเติม »
คำต่อคำ: แถลงการณ์ประชุมธนาคารกลางสหรัฐเดือนก.ค. 2566 : อินโฟเควสท์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันพุธที่ 26 ก.ค.ตามเวลาสหรัฐ โดยระบุว่า ข้อมูลที่เฟดได้รับเมื่อไม่นานมานี้บ่งชี้ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะที่การจ้างงานมีความแข็งแกร่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น ระบบธนาคารสหรัฐมีความแข็งแกร่ง และมีความยืดหยุ่น โดยภาวะตึงตัวด้านสินเชื่อที่ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนเผชิญอยู่นั้นอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และเงินเฟ้อ ซึ่งขอบเขตของผลกระทบเหล่านี้ยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะเดียวกันคณะกรรมการ FOMC ยังคงให้ความสนใจเรื่องความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเป็นอย่างมาก คณะกรรมการ FOMC พยายามหาแนวทางที่จะบรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว คณะกรรมการฯ ได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 5.25-5.50% ขณะเดียวกันคณะกรรมการจะยังคงประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมและแนวโน้มนโยบายการเงินในวันข้างหน้า ในการตัดสินใจว่า เฟดจำเป็นจะต้องดำเนินนโยบายเพิ่มเติมเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2% หรือไม่นั้น คณะกรรมการฯ จะพิจารณาถึงการคุมเข้มนโยบายการเงินที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาแล้วหลายครั้ง และพิจารณาถึงระยะเวลาที่นโยบายการเงินจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ รวมทั้งสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและการเงิน นอกจากนี้ คณะกรรมการจะยังคงปรับลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ตามที่ได้อธิบายไว้ในแผนการปรับลดขนาดงบดุลบัญชีของเฟด (Plans for Reducing the Size of the […]
อ่านเพิ่มเติม »
'พาวเวล' ส่งสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกในก.ย. ดับความหวังเฟดลดดอกเบี้ยปีนี้ : อินโฟเควสท์นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธ (26 ก.ค.) โดยกล่าวว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงินในอนาคตนั้น เฟดจะตัดสินใจในการประชุมเป็นรายครั้ง รวมทั้งพิจารณาถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในเวลานั้น โดยเฟดจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด แต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยยังไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ในระหว่างการแถลงข่าว นายพาวเวลไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหากจำเป็น โดยกล่าวว่า “มีความเป็นไปได้ว่าเราอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนก.ย. หากข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าวสนับสนุนให้เราดำเนินการเช่นนั้น และในขณะเดียวกันก็มีความเป็นไปได้ที่เราอาจเลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. หากการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับจุดยืนด้านนโยบายของเรา” นายพาวเวลยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสคาดการณ์ในตลาดว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ โดยเขากล่าวว่า “เราจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อเราเห็นว่าสถานการณ์เอื้ออำนวยให้เราดำเนินการเช่นนั้น แต่คาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้” นายพาวเวลได้แสดงความหวังว่า เฟดจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่จะเห็นเศรษฐกิจของสหรัฐชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือซอฟต์แลนดิง ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เงินเฟ้อชะลอตัวลง, อัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ และเศรษฐกิจไม่อยู่ในภาวะถดถอย “การคาดการณ์พื้นฐานของผมคือ เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายด้านเงินเฟ้อด้วยการฉุดอัตราเงินเฟ้อให้ลดลงสู่ระดับเป้าหมายของเฟดโดยไม่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี ผมมองว่าการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้นั้น เฟดอาจจะต้องใช้เวลาอีกนาน” นายพาวเวลกล่าว นอกจากนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของเฟดไม่ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญภาวะถดถอย ซึ่งทำให้เฟดสามารถพุ่งเป้าไปที่การปรับลดเงินเฟ้อลงสู่เป้าหมายโดยไม่ทำให้สูญเสียการจ้างงานมากเกินไป “ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของเฟดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะเริ่มชะลอตัวลงในช่วงปลายปีนี้ แต่เมื่อพิจารณาจากการฟื้นตัวเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เราคาดว่าเศรษฐกิจจะไม่เผชิญภาวะถดถอย” นายพาวเวลกล่าว ถ้อยแถลงดังกล่าวของนายพาวเวลมีขึ้น หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติปรับขึ้นอัตรา
อ่านเพิ่มเติม »
เงินบาทเปิด 34.04 แข็งค่าจากเฟดขึ้นดบ.ตามคาด วันนี้จับตาประชุม ECB-GDP สหรัฐ : อินโฟเควสท์นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 34.04 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดเย็น วานนี้ที่ระดับ 34.27 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทเช้านี้แข็งค่าเทียบท้ายตลาด เนื่องจากเมื่อคืนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ตามคาด อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการส่งสัญญาณที่น่ากังวล ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงิน นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 34.00 – 34.30 บาท/ดอลลาร์ สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย ขณะที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวล รวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/66 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ปัจจัยสำคัญ – เงินเยนอยู่ที่ระดับ 139.76 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 140.35 เยน/ดอลลาร์ – เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1099 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1070 ดอลลาร์/ยูโร – อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ […]
อ่านเพิ่มเติม »