หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าปรับขึ้นขานรับเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด แต่ราคาน้ำมันร่วงกดดัน SET ตลาดหุ้น ตลาดหุ้นไทย หุ้นไทย อินโฟเควสท์
นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาด ปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย ขานรับเฟด ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด แต่การปรับตัวขึ้นน่าจะอยู่ในกรอบที่จำกัดหรือไม่เกิน 1,700 จุด จากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน ให้กรอบแนวรับไว้ที่ 1,670-1,675 จุด และแนวต้าน 1,695-1,700 จุด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคระห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดปรับตัวขึ้นเป็นไปตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย ตอบรับนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ ที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ขณะเดียวกันเฟดก็มองเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นกันถ้วนหน้า
แต่อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นของ SET วันนี้น่าจะไม่เกิน 1,700 จุด เนื่องจากเมื่อวานนี้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวร่วงลงราว 2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คาดกดดันต่อหุ้นกลุ่มพลังงานนอกจากนี้ นักลงทุนติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป และ ธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งตลาดคาดจะขึ้นดอกเบี้ยที่ 0.5% รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐ ในคืนนี้
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสาน นักลงทุนจับตาประชุมเฟด : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานในวันนี้ ขณะที่ นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจและการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิเปิดภาคเช้าที่ระดับ 27,458.56 จุด เพิ่มขึ้น 25.16 จุด หรือ +0.09%, ดัชนีฮั่งเส็งเปิดภาคเช้าที่ระดับ 22,190.27 จุด เพิ่มขึ้น 120.54 จุด หรือ +0.55% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,266.14 จุด ลดลง 3.18 จุด หรือ -0.1% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดลบในวันนี้จากแรงขายทำกำไร หลังจากตลาดปิดบวกเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูผลการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในสัปดาห์นี้ จีนมีกำหนดเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการในวันนี้ ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็จับตาข้อมูลการค้าจากประเทศไทยด้วย โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
จีนเผย PMI ภาคผลิต-บริการขยายตัวแข็งแกร่งในเดือนธ.ค. หลังยุติซีโร่โควิด : อินโฟเควสท์สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนม.ค.ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.1 จากระดับ 47 ในเดือนธ.ค. และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 49.8 ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว และเป็นการขยายตัวครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2565 หลังจากรัฐบาลจีนประกาศยกเลิกมาตรการโควิดเป็นศูนย์ ซึ่งช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถเดินสายการผลิตได้รวดเร็วกว่าที่คาดไว้ ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเดือนม.ค.ของจีนพุ่งขึ้นแตะระดับ 54.4 จากระดับ 41.6 ในเดือนธ.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการของจีนเริ่มมีการขยายตัวเช่นกัน ดัชนี PMI ที่ออกมาดีเกินคาดทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการนั้น นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว หลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปีที่แล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลจีนได้เน้นย้ำถึงแผนการกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ ด้วยการใช้มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ รอเฟดส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงิน : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์ รอการประชุมเฟด เพื่อดูความชัดเจนการส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงิน ประกอบกับยังไร้ปัจจัยใหม่หนุน ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดมาส่วนใหญ่ปรับขึ้นเล็กน้อย และรอลุ้นตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีน พร้อมให้แนวต้าน 1,685-1,690 จุด แนวรับ 1,670-1,675 จุด นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวไซด์เวย์ ซึ่งตลาดยังคงรอการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เกี่ยวกับการส่งสัญญาณทิศทางของนโยบายการเงินว่าจะออกมาอย่างไร ประกอบกับยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน ทำให้ทิศทางของดัชนียังเป็นการแกว่งตัวในกรอบ ขณะที่ปัจจัยในภูมิภาคเอเชียวันนี้ในช่วงเช้าจะมีการรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนเดือนม.ค.ออกมา ซึ่งหากออกมาดีกว่าคาดว่าจะช่วยหนุนต่อตลาดหุ้นภูมิภาคได้ ส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้าวันนี้เปิดมาส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยให้แนวต้าน 1,685-1,690 จุด แนวรับ 1,670-1,675 จุด โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
เงินบาทเปิด 32.78 ให้กรอบวันนี้ 32.65-32.95 ตลาดจับตาผลประชุมเฟดพรุ่งนี้ : อินโฟเควสท์นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 32.78 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวาน นี้ที่ระดับ 32.72 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทอ่อนค่าจากท้ายตลาดเมื่อวานนี้ เช่นเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค โดยเมื่อคืนดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับทุกสกุลเงิน เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เด้งขึ้นก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.65 – 32.95 บาท/ดอลลาร์ สำหรับปัจจัยที่ต้อง ติดตามวันนี้ คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงภาวะเศรษฐกิจรายเดือน สำหรับปัจจัยต่างประเทศ เช้านี้กองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ (IMF) ออกประมาณเศรษฐกิจ ส่วนภาพใหญ่ตลาดรอติดตามผลการประชุม FOMC วันพรุ่งนี้ THAI BAHT FIX 3M (30 ม.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.13025% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.41801% ปัจจัยสำคัญ – เงินเยนอยู่ที่ระดับ 130.15 เยน/ดอลลาร์ […]
อ่านเพิ่มเติม »
ฮ่องกงเล็งฟื้นฟูอุตสาหกรรมคริปโทฯ ศึกษาบทเรียนจาก FTX ล้มละลาย : อินโฟเควสท์รัฐบาลฮ่องกงยังคงเร่งผลักดันให้ฮ่องกงก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางตลาดทุนด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของเอเชีย แม้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของราคาคริปโทเคอร์เรนซี โดยการแสดงจุดยืนดังกล่าวของฮ่องกงได้รับความสนใจอย่างมากจากบรรดาบริษัทคริปโทฯ ที่กำลังมองหาหนทางที่จะพยุงธุรกิจให้ฟื้นตัว สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ฮ่องกงจะศึกษาบทเรียนจากการทรุดตัวของตลาดคริปโทฯ ซึ่งมีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ และจากการล้มละลายของบริษัทคริปโทฯ หลายแห่งซึ่งรวมถึงเอฟทีเอ็กซ์ (FTX) โดยฮ่องกงจะนำบทเรียนเหล่านี้มาปรับปรุงและสร้างกรอบการทำงานของคณะกรรมการกำกับดูแลชุดใหม่ เพื่อที่จะสามารถปกป้องนักลงทุนและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโทฯ ทั้งนี้ แผนการศึกษาความเคลื่อนไหวของตลาดคริปโทฯ ตลอดระยะเวลา 3 เดือนเพื่อพลิกฟื้นอุตสาหกรรมคริปโทฯ นั้น เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่ฮ่องกงต้องการจะใช้เป็นใบเบิกทางในการทวงคืนตำแหน่งศูนย์กลางการเงินของเอเชีย หลังจากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการใช้มาตรการควบคุมโควิด-19 และความไม่สงบทางการเมืองที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะสมองไหล เมทริกซ์พอร์ท เทคโนโลยีส์ (Matrixport Technologies) ซึ่งเป็นบริษัทปล่อยกู้คริปโทฯ ที่มีพนักงานประมาณ 300 คน เป็นหนึ่งในบริษัทที่กำลังศึกษาแนวทางการปฏิรูปอุตสาหกรรมคริปโทฯ ของฮ่องกง ในขณะที่สิงคโปร์ซึ่งเป็นฐานธุรกิจของเมทริกซ์พอร์ทนั้น มีความกังวลเกี่ยวกับเหรียญคริปโทฯ และมีแนวโน้มที่จะออกมาตรการแบนบริษัทปล่อยกู้คริปโทฯ รายย่อยทั้งหมด แหล่งข่าวเปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า เมทริกซ์พอร์ทได้ทำการประเมินความเป็นไปได้ที่จะจัดตั้งธุรกิจในฮ่องกง แม้ว่าบริษัทกำลังรอคอยผลการอนุมัติใบอนุญาตในการทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในสิงคโปร์ก็ตาม สำหรับแผนการฟื้นฟูอุตสาหกรรมคริปโทฯ ของฮ่องกงนั้น ครอบคลุมถึงการออกใบอนุญาตให้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโทฯ สำหรับผู้ที่ได้รับมอบหมาย โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีนี้ รวมทั้งการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการอนุญาตให้มีการซื้อขายคริปโทฯ ของนักลงทุนรายย่อย โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter […]
อ่านเพิ่มเติม »