หุ้นไทยปิดเช้าบวก 3.99 จุดแรงซื้อกลับหุ้น Big Cap รับ Fund Flow ไหลเข้าหลังบาทแข็ง : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

หุ้นไทยปิดเช้าบวก 3.99 จุดแรงซื้อกลับหุ้น Big Cap รับ Fund Flow ไหลเข้าหลังบาทแข็ง : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 29 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 15%
  • Publisher: 68%

หุ้นไทย ปิดเช้าบวก 3.99 จุดแรงซื้อกลับหุ้น Big Cap รับ Fund Flow ไหลเข้าหลังบาทแข็ง SET SETIndex ตลาดหุ้นไทย อินโฟเควสท์

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,627.37 จุด เพิ่มขึ้น 3.99 จุด มูลค่าการซื้อขายราว 34,554 ล้านบาท

การซื้อขายในช่วงเช้านี้ ดัชนีเคลื่อนไหวแดนบวกตลอดช่วงเช้า โดยทำระดับสูงสุด 1,632.42 จุด และต่ำสุด 1,623.33 จุด นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายคาดว่าแกว่งตัวแดนบวกต่อ โดยที่ยังมีปัจจัยหนุนจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเข้ามาเป็นปัจจัยหนุนหลัก โดยให้แนวต้าน 1,635-1,640 จุด แนวรับ 1,620-1,625 จุดมูลค่าการซื้อขาย 1,767.07 ล้านบาท ปิดที่ 33.50 บาท ลดลง 0.50 บาทมูลค่าการซื้อขาย 1,018.71 ล้านบาท ปิดที่ 145.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาทมูลค่าการซื้อขาย 935.12 ล้านบาท ปิดที่ 31.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

หุ้นไทยปิดลบ 13.91 จุดลงตาม Sentiment ตลาดเอเชีย-บาทเริ่มแข็งทำ Fund Flow ไหลออก : อินโฟเควสท์หุ้นไทยปิดลบ 13.91 จุดลงตาม Sentiment ตลาดเอเชีย-บาทเริ่มแข็งทำ Fund Flow ไหลออก : อินโฟเควสท์SET ปิดวันนี้ที่ 1,623.38 จุด ลดลง 13.91 จุด (-0.85%) มูลค่าการซื้อขาย 64,876.47 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ปรับตัวลงมาและแกว่งตัวในแดนลบ ดัชนีทำระดับสูงสุด 1,633.76 จุด และระดับต่ำสุด 1,618.28 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 461 หลักทรัพย์ ลดลง 1,367 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 441 หลักทรัพย์ นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงตาม Sentiment ตลาดเอเชีย ไม่ได้สดใส ตลาดเอเชียบวกลบสลับกัน และผลประกอบการในไตรมาส 3/65 ที่ใกล้ประกาศครบก็มีแรงขาย sell on fact ออกมา โดยเฉพาะแรงขายกลุ่มแบงก์ ซึ่งงบที่ประกาศสัปดาห์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นไปตามตลาดคาดจึงมีแรงขายออกมา นอกจากนี้เงินบาทวันนี้เริ่มชะลอการแข็งค่า จากสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่ามาก สะท้อนเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติชะลอไหลเข้า ทำให้นักลงทุนขายลดความเสี่ยงในระยะสั้น สำหรับประเด็นหุ้นบมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) …
อ่านเพิ่มเติม »

กลุ่มแบงก์-ไฟแนนซ์ร่วง รับแรงเทขายทำกำไร-รับ sentiment หุ้น MORE กดดัน : อินโฟเควสท์กลุ่มแบงก์-ไฟแนนซ์ร่วง รับแรงเทขายทำกำไร-รับ sentiment หุ้น MORE กดดัน : อินโฟเควสท์กลุ่มธนาคารพาณิชย์และไฟแนนซ์ ปรับตัวลง รับแรงขายทำกำไร รวมถึง Sentiment จากหุ้นบมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) กดดัน เมื่อเวลา 14.58 น. นำโดย KKP ลบ 2.41% หรือลดลง 1.75 บาท มาที่ 70.75 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,219.80 ล้านบาท KBANK ลบ 2.36% หรือลดลง 3.50 บาท มาที่ 144.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,751.95 ล้านบาท BAY ลบ 2.36% หรือลดลง 0.75 บาท มาที่ 31.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 33.61 ล้านบาท SCB ลบ 1.88% หรือลดลง 2.00 บาท …
อ่านเพิ่มเติม »

'สี จิ้นผิง' เดินทางถึงบาหลี เตรียมร่วมประชุม G20 - ถก 'โจ ไบเดน' : อินโฟเควสท์'สี จิ้นผิง' เดินทางถึงบาหลี เตรียมร่วมประชุม G20 - ถก 'โจ ไบเดน' : อินโฟเควสท์ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งประเทศจีนเดินทางถึงเกาะบาหลี ของประเทศอินโดนีเซียแล้วในวันนี้ (14 พ.ย.) เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ซึ่งมีกำหนดเปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ย.) ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ปธน.สีมีกำหนดประชุมกับประธานาธิบดีโจ ไบเดนในวันนี้ หลังความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจโลกร้าวหนัก โดยคาดการณ์ว่า ประเด็นไต้หวันจะกลายมาเป็นวาระสำคัญของทั้งคู่ อนึ่ง การพบกันครั้งนี้จะถือเป็นการประชุมในสถานที่จริงครั้งแรกของทั้งคู่ นับตั้งแต่ปธน.ไบเดนก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐในปี 2563 โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »

'เยลเลน' หวังการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐ-จีน ดันร่วมมือเศรษฐกิจสองชาติ : อินโฟเควสท์'เยลเลน' หวังการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐ-จีน ดันร่วมมือเศรษฐกิจสองชาติ : อินโฟเควสท์นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐคาดหวังว่า การพบกันระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ กับปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะนำไปสู่การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจระดับมหภาคระหว่างทั้งสองประเทศมากขึ้น นางเยลเลนระบุว่า วัตถุประสงค์ของการประชุมในครั้งนี้คือ การรักษาเสถียรภาพในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-จีน และสร้างความมั่นใจให้กับบรรดาธุรกิจของสหรัฐเกี่ยวกับเส้นทางในอนาคต “สิ่งที่ดิฉันตั้งความหวังไว้มากที่สุดคือ การประชุมทวิภาคีกับปธน.สี จิ้นผิง จะส่งผลให้เราได้มีส่วนร่วมในการหารือที่เข้มข้นยิ่งขึ้นกับคู่ค้าชาวจีนของเราเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก และนโยบายด้านสุขภาพทั้งในสหรัฐและจีนที่กำลังส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์เหล่านั้น” นางเยลเลนกล่าวกับนักข่าวนอกรอบการประชุมกลุ่ม G20 ที่อินโดนีเซีย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นางเยลเลนเตรียมพบปะกับนายอี้ กัง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (PBOC) เพื่อสอบถามทางการจีนถึงความชัดเจนเกี่ยวกับแผนผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด-19 ของจีน ซึ่งส่งผลต่อผลผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงแนวทางการจัดการปัญหาการเงินในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ นางเยลเลนระบุว่า ปธน.ไบเดนได้แสดงความชัดเจนกับจีนเรื่องข้อกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติซึ่งว่าด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยีที่ละเอียดอ่อนของสหรัฐ และได้หยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน แต่สหรัฐไม่ได้พยายามผลักดันบริษัทของสหรัฐออกจากจีนหรือจำกัดกิจกรรมทางการค้าต่าง ๆ ระหว่างสองประเทศแต่อย่างใด โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »

KTB คาดส่งออกสินค้าเกษตรปี 66-67 เติบโตชะลอลง จากความเสี่ยงศก.โลกถดถอย : อินโฟเควสท์KTB คาดส่งออกสินค้าเกษตรปี 66-67 เติบโตชะลอลง จากความเสี่ยงศก.โลกถดถอย : อินโฟเควสท์Krungthai COMPASS ประเมินว่า ในปี 66-67 ทิศทางการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทยจะยังขยายตัวได้แต่ในอัตราที่ชะลอลง สำหรับทิศทางการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญในปี 66-67 ได้แก่ – ข้าว ในปี 66-67 ตลาดส่งออกข้าวยังคงฟื้นตัว โดยคาดว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 7.7 และ 8.0 ล้านตัน ตามลำดับหรือเพิ่มขึ้น 2.5%YoY และ 4.1%YoY ตามลำดับ (ปรับดีขึ้นกว่าการประเมินครั้งก่อนที่อยู่ที่ 7.2 และ 7.6 ล้านตัน จากค่าเงินบาทในปี 66-67 ที่จะอ่อนค่ากว่าที่คาดไว้เดิม และสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ) แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต หากเทียบกับในช่วงปี 57-61 ที่เคยส่งออกได้เฉลี่ยปีละ 9-10 ล้านตัน ทั้งนี้ เนื่องจากยังคงต้องแข่งขันรุนแรงกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินเดีย อีกทั้งคาดว่าผลผลิตข้าวของประเทศผู้ส่งออกสำคัญอย่าง ไทย เวียดนาม และอินเดีย มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ยิ่งทำให้การแข่งขันส่งออกข้าวในตลาดโลกรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ความต้องการสายพันธุ์ข้าวไทยเริ่มมีแนวโน้มลดลง จากการตีตลาดของข้าวพันธุ์พื้นนุ่มจากเวียดนามที่มีราคาถูกและรสชาติดี จึงเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ทำให้ผู้ซื้อสามารถต่อรองและกดราคาข้าวไทยลงได้อีก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อ Margin ของผู้ส่งออก …
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-03 10:23:27