สแตนชาร์ด หั่นเป้า GDP ไทยปีนี้เหลือโต 4.3% หลังส่งออกชะลอฉุดการเติบโตครึ่งปีแรก ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ส่งออก เศรษฐกิจไทย อินโฟเควสท์
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปรับลดประมาณการ GDP ไทย ปี 66 ลงเหลือเติบโต 4.3% จากเดิมที่คาดว่าเติบโต 4.5% สะท้อนตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ออกมาต่ำกว่าคาด ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่มีความสดใส และมีความผันผวน และปัจจัยในประเทศเรื่องความล่าช้าในการดำเนินโยบายทางเศรษฐกิจเนื่องจากยังรอการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาล และทำให้มองว่า GDP ไทยในครึ่งปีแรกจะเติบโตได้ที่ 2.9%
อย่างไรก็ตามมองว่าเศรษฐกิจไทยจะเห็นการเติบโตขึ้นในครึ่งปีหลังมากกว่าครึ่งปีแรก แต่ยอมรับว่าหากมองไปที่ปัจจัยภายนอกยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ปัจจัยภายนอกสร้างความท้าทายต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อภาคการส่งออกที่อาจจะยังชะลอตัวได้ ซึ่งทำให้ธนาคารเผฝ้าระวังในส่วนของดุลบัญชีการค้าที่มีโอกาสขาดดุลได้ เพราะการส่งออกเกิดการชะลอตัว แต่การนำเข้ายังคงมีมูลค่าที่สูงกว่า ซึ่งการที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นได้อย่างแข็งแกร่ง การส่งออกและการนำเข้าจะต้องสอดคล้องกัน...
ขณะเดียวกันเมื่อมองกลับมาที่ปัจจัยในประเทศยังคงมีแรงหนุนจากภาคท่องเที่ยวที่ยังเห็นทิศทางการปรับตัวดีขึ้น โดยที่ได้ปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 66 เพิ่มเป็น 25 ล้านคน จากเดิมที่ 15-20 ล้านคน ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาเติมในช่วงครึ่งปีหลังราว 5 ล้านคน และคาดว่าจะเห็นนักท่องเที่ยวเข้ามาหนาแน่นขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/66 เป็นต้นไป
ส่วนปัจจัยทางการเมืองหลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 2 เดือนในการจัดตั้งรัฐบาลและเลือกนายกรัฐมนตรี โดยคาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะพร้อมทำงานอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค. 66 และคาดว่าจะเห็นการออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ขณะที่ทิศทางอีตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% มาที่ 2% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 31 พ.ค. 66 จากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยอยู่ที่ 1.
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
เอเซีย พลัส หั่นเป้า SET ปี 66 รับความเสี่ยงภายนอก แนะเก็บหุ้นผ่าน Bottom Out เข้าโหมดโตไปกับศก.ไทย : อินโฟเควสท์บล.เอเซีย พลัส ปรับลดเป้าดัชนี SET ปี 66 ลงเหลือ 1,610-1,670 จุด จากเดิม 1,740 จุด หลังจากที่ยังมีความเสี่ยงและความผันผวนจากปัจจัยภายนอกอยู่มาก โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำทยอยสะสมหุ้นเมื่อ SET Index อยู่ในระดับต่ำกว่า 1,610 จุด โดยเลือกหุ้นสภาพคล่องสูง (เป็นเป้าหมายของ Fund Flow) บวกกับกำไรมีแนวโน้มผ่านจุดเลวร้าย (Bottom Out) ได้แก่ ADVANC, AMATA, BGRIM, SNNP, JMT, STEC นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 2/66 ยังคงมีความผันผวน เพราะติดอยู่กับความกังวลของทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ปัญหาระบบสถาบันการเงิน และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) วงจรความกังวลมีจุดเริ่มต้นมาจากการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/66 ที่ผ่านมาเริ่มเห็นผลกระทบมายังภาคสถาบันการเงินสหรัฐฯ (SVB) และยุโรป (Credit […]
อ่านเพิ่มเติม »
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสาน หลังจีนเผยตัวเลข GDP สูงเกินคาด : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสาน หลังเศรษฐกิจจีนขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์ที่ 4.5% ในไตรมาส 1/2566 เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 4% โดยกรณีดังกล่าวหนุนให้เงินหยวนออนชอร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 28,675.32 จุด เพิ่มขึ้น 160.54 จุด หรือ +0.56%, ดัชนีฮั่งเส็งปิดภาคเช้าที่ระดับ 20,626.64 จุด ลดลง 155.81 จุด หรือ -0.75% และดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 3,384.85 จุด ลดลง 0.76 จุด หรือ -0.02% สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 4.5% ในไตรมาส 1/2566 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดไว้ว่าจะขยายตัว 4% หลังจากที่มีการขยายตัว 2.9% ในไตรมาส 4/2565 ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของจีนอย่างใกล้ชิด […]
อ่านเพิ่มเติม »
น้ำมัน WTI ปิดบวก 3 เซนต์ รับ GDP จีนแข็งแกร่ง : อินโฟเควสท์สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (18 เม.ย.) ขานรับเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1/2566 อย่างไรก็ดี ตลาดถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สัญญาน้ำมันดิบปิดในแดนบวก ขานรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนที่ขยายตัว 4.5% ในไตรมาส 1 ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.0% โดยได้แรงหนุนจากการเปิดประเทศ และการยุติใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ อย่างไรก็ดี สัญญาน้ำมันดิบขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญภาวะถดถอย และกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนพ.ค. นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่รัฐบาลอิรักใกล้บรรลุข้อตกลงกับกองกำลังชาวเคิร์ดในการส่งออกน้ำมันจากท่าเรือของตุรกี หลังจากที่ถูกระงับในเดือนที่แล้ว นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันนี้ เวลา 21.30 น.ตามเวลาไทย โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 เม.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
ASPS หั่นเป้า SET ปีนี้เหลือ 1,670-1,610 จุด - แย้มหลังเลือกตั้งตลาดมีลุ้นเด้ง 3.81%สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 เม.ย. 66 16:15 น. ASPS หั่นเป้า SET ปีนี้ลง 1,670-1,610 จุด จากเดิม 1,740 จุด เหตุกำไรบจ.แย่กว่าที่คาด-ดอกเบี้ยขึ้นต่อเนื่อง ส่ว...
อ่านเพิ่มเติม »
เจพีมอร์แกน, ซิตี้เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจจีนปีนี้ หลังโตแกร่งกว่าที่คาดใน Q1/66 : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์จากเจพีมอร์แกนและซิตี้เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจจีนสำหรับตลอดทั้งปีนี้ หลังจีนเปิดเผยในวันอังคาร (18 เม.ย.) ว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้น 4.5% ในไตรมาส 1/2566 ซึ่งเป็นการขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์ ทั้งนี้ เจพีมอร์แกนเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจจีนปี 2566 สู่ระดับ 6.4% จากที่เคยคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 6% โดยให้เหตุผลว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 1/2566 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวเพิ่มอีกในอนาคต “GDP ไตรมาส 1/2566 ที่แข็งแกร่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากเปิดประเทศอีกครั้ง” นายจู ไห่ปิน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำประเทศจีนของเจพีมอร์แกนระบุเมื่อวานนี้ “มีหลายปัจจัยที่ช่วยหนุนให้กิจกรรมเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1/2566 เช่น การบริโภคและการบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง “GDP ไตรมาส 1/2566 ที่แข็งแกร่งทำให้เราเพิ่มคาดการณ์ GDP ตลอดทั้งปี 2566” นายจูกล่าว พร้อมระบุว่า “เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อไปในระยะใกล้” ก่อนที่จะเริ่มเติบโตแบบชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ขณะเดียวกันซิตี้ก็เพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนสำหรับตลอดทั้งปีนี้สู่ระดับ 6.1% จากที่เคยคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ที่ 5.7% โดยให้เหตุผลว่า เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังผ่านพ้นช่วงโรคโควิด-19 ระบาด โดยได้แรงหนุนหลัก ๆ […]
อ่านเพิ่มเติม »
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์'การยกเลิกโควิดเป็นศูนย์หนุน GDP จีนไตรมาสแรกของปี 66 เติบโตที่ 4.5 %YoY'· แนวโน้มเศรษฐกิจจีนในช่วงที่เหลือของปี 66 คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยได้สูงกว่า 5.0% โดยคาดว่าจะมีมาตรการการเงินการคลังจากทางการออกมาเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดขึ้น รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ในขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนอาจจะผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วแต่ยังต้องติดตาม เศรษฐกิจจีนไตรมาสที่ 1/2566 ขยายตัวดีกว่าตลาดคาดการณ์ที่ 4.5%YoY นำโดยภาคบริการที่เติบโตสูงสุดในรอบ 18 เดือน หลังจีนยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์และเปิดประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มทยอยกลับมาฟื้นตัวได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะในภาคบริการที่ไตรมาสแรกของปี 66 ออกมาโตสูงสุดในรอบ 18 เดือนที่ 5.4% YoY ซ
อ่านเพิ่มเติม »